สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เลี้ยงจากใจไม่ใช่หน้าที่ แต่คือความรักและความเข้าใจ
การเลี้ยงลูกคืออะไร? พื้นฐานสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้
เทคนิคการเลี้ยงลูกวัยเตาะแตะให้มีวินัยโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง
การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล: วิธีใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
พ่อแม่ต่างวัย ต่างวิธีเลี้ยงลูก: เข้าใจและปรับตัวอย่างไรดี?
การเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวต้องเริ่มจากอะไร?
การเลี้ยงเด็ก เลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุด อย่างถูกต้อง ต้องเข้าใจว่า ลูกต้องการความรักจากคุณ การเลี้ยงด้วยใจ ไม่ใช่แค่ทำไปตามหน้าที่ และก็ไม่ใช่การตามใจลูกทุกครั้งที่ลูกร้องไห้เช่นกัน สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติในการเลี้ยงเด็ก: คือการสอนให้ลูกเข้าใจว่าการร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือการร้องไห้เพื่อให้ได้สิ่งของที่ต้องการ แบบไหนเหมาะสม และสอนให้เขารู้ว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่ลูกร้องไห้แล้วจะได้ทุกอย่างเสมอไป เพื่อให้เขาเข้าใจเหตุผลและไม่เกิดความเครียดได้ค่ะ
ลองจินตนาการดูว่า ลูกคุณถูกเลี้ยงโดยหุ่นยนต์ ไม่มีการพูดการจา ไม่มีการสื่อสารใดๆ ทั้งสิ้น วันๆ ให้เขากินและนอนอย่างเดียว ไม่ได้มอง ไม่ได้เล่น ไม่ได้สมผัส ไม่ได้คิด และพอไม่เกิดสิ่งเหล่านี้สมองก็จะไม่พัฒนาเลย หรือพัฒนาก็ช้ามาก ดังนั้น การเลี้ยงเด็กอย่างได้ผล ให้มีพัฒนาการดี เลี้ยงลูกให้มีสมองที่ฉลาด ให้สื่อสารได้ดี และลดความดื้อ คือการหมั่นพูดคุยกับลูกบ่อยๆ แต่งดการใช้ภาษาแบบเด็ก แต่ต้องพูดเพราะ ด้วยการใช้คำใช้ประโยคที่เข้าใจได้ง่ายๆ ทั่วไป ด้วยความหมายที่เข้าใจได้ทันที เช่น ทานข้าวนะคะ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ: พูดกับลูกโดยใช้ภาษาที่คุณถนัดที่สุด และใช้คำศัพท์ที่หลากหลาย และอย่าประเมินเรื่องการได้ยิน การเข้าใจภาษาของลูกต่ำไป
การเลี้ยงลูกด้วยสัมผัสจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกต่างๆของลูกรวมถึงการเรียนรู้ ทั้งยังมีส่วนช่วยให้ลูกรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นด้วย สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ : พยายามสัมผัสโดยการโอบกอด หอม จับมือ คุณแม่อาจนวดตัวให้ลูกทั่วร่างกายหลังอาบน้ำให้ลูกพร้อมพูดคุยเรื่องต่างๆ ไปด้วยค่ะ
ลูกจะสนใจมองหน้าคุณเป็นพิเศษ เด็กแรกเกิดจะจ้องตาคุณและพยายามเลียนแบบสีหน้าท่าทางของคุณ เช่น การยิ้มหรือการทำหน้าหงุดหงิด สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ : ให้กำลังใจและให้ลูกทำหน้าตาท่าทางเหมือนคุณ เช่น ยิ้ม จ้อง หัวเราะ ทำหน้าดุ แลบลิ้น เพื่อช่วยบริหารใบหน้าลูกด้วย
พยายามให้ลูกได้พบเจอและมีส่วนร่วมในสถานการณ์ต่างๆรอบๆตัวเพื่อช่วยเพิ่มทักษะในการเรียนรู้ สิ่งที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยง : การปล่อยให้ลูกดูทีวีไปเรื่อยๆ ไม่ใช่สิ่งที่ช่วยเพิ่มพูนทักษะได้ แต่การให้ลูกได้ออกไปพบเจอสิ่งต่างๆในโลกภายนอกที่เป็นของจริงจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ดีกว่าค่ะ
ส่งเสริมให้ลูกเป็นนักสำรวจได้ด้วยการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีพื้นที่เป็นของตัวเองให้ลูกได้ทำกิจกรรมการค้นหา เช่น ห้องนั่งเล่น สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ : ควรวางสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายให้ห่างจากลูกมากที่สุด เก็บสายไฟหรือปลั๊กให้พ้นมือลูก และเลือกของเล่นที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยของลูก
เสริมทักษะการอ่านให้ลูกง่ายๆด้วยการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่วัยเด็ก ลูกอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณเล่า แต่จะรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วมกับเสียงหรือท่าทางต่างๆของคุณ และภาพประกอบในหนังสือหรือนิทานนั้น สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ : ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกหนังสือหรือนิทาน หนังสือนิทานแบบป๊อบอัพหรือแบบที่มีพื้นผิวให้สัมผัส สามารถเรียกความสนใจจากลูกได้
การเลี้ยงเด็กให้ฉลาด การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีให้ลูกฟังส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสมองของลูกอย่างมาก โดยเฉพาะเพลงที่มีจังหวะสม่ำเสมอ สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ: ลองแต่งเพลงขึ้นใหม่ อาจเป็นเพลงง่ายๆ สบายๆ เนื้อร้องที่สนุกๆ หรือล้อเลียนเพื่อให้คุณและลูกได้มีเวลาแห่งความสนุกร่วมกัน หรือเปิดเพลงเวลาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เพลงช้าๆเวลาป้อนอาหาร หรือเพลงสนุกๆ เวลาเล่นกับลูก
การเลี้ยงลูกด้วยการปล่อยให้เด็กได้เล่น ให้มีความสนุก นั่นคือสิ่งที่ลูกเรียนรู้ กิจกรรมและการเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้กับลูกได้ สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ : ลองใช้อุปกรณ์ที่เน้นด้านกราฟฟิค เช่น การ์ดสีสันต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจและเป็นการฝึกทักษะการเอาใจใส่ไปในตัว และอย่าลืมอธิบายสีและรูปภาพต่างๆ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ไปด้วย
ให้กำลังใจหรือคำชมเชยเมื่อลูกทำสิ่งที่ถูกต้อง และให้ลูกได้เรียนรู้และสำรวจในสิ่งที่เขาชอบ สิ่งที่คุณแม่ควรปฎิบัติ: ให้กำลังใจลูก เช่น “หนูทำได้นะคะ” หรือ “เก่งมากค่ะ” เวลาที่ลูกทำสำเร็จ และใส่ใจในกิจกรรมที่ลูกทำเพื่อให้เขาไม่รู้สึกกังวลและให้รางวัลตอบแทนเป็นบางครั้ง (วิธีนี้ไม่เหมาะกับเด็กโตที่เริ่มพูดคุยได้แล้ว เพราะจะทำให้เขาคิดว่า ต้องเก่งเท่านั้น ต้องทำถูกเท่านั้น ถึงจะดี ถึงจะได้คำชม ซึ่งพ่อแม่ควรอย่าลืมว่า ความผิดพลาดต่างหาก ถึงจะเป็นครูสอนลูกได้ดีที่สุด)
การเลี้ยงลูก คือกระบวนการดูแลเด็กให้เติบโตทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยพ่อแม่หรือผู้ดูแลควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และปลอดภัย การตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐาน เช่น อาหาร ความรัก ความอบอุ่น และการฝึกวินัยอย่างเหมาะสม เป็นปัจจัยที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
องค์การอนามัยโลก (WHO) เน้นย้ำว่า การโต้ตอบเชิงบวกระหว่างเด็กกับผู้ดูแล เช่น การพูดคุย เล่น อ่านหนังสือ และการแสดงความรัก ช่วยพัฒนาการทำงานของสมองอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยกระตุ้นสมองในช่วงปีแรกของชีวิต การเลี้ยงลูกที่ดีเริ่มต้นจาก “ความเข้าใจ” และ “ความสม่ำเสมอ” ไม่ใช่แค่ทำตามความเชื่อแบบเดิม ๆ แต่ต้องอิงหลักพัฒนาการเด็กที่ผ่านการวิจัย
วัยเตาะแตะเป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้อารมณ์ การเลี้ยงลูกควรเน้นการเสริมแรงทางบวกมากกว่าการลงโทษ เพราะความรุนแรง เช่น ตีหรือตะคอก ส่งผลเสียต่อสมองและอารมณ์ในระยะยาววิธีที่ดีคือสื่อสารอย่างสงบ เข้าใจพฤติกรรม และใช้กิจวัตรสร้างกฎเกณฑ์ที่มั่นคง การเลี้ยงลูกด้วยการฟังและเข้าใจจะช่วยให้เด็กควบคุมตนเอง มีวินัย และเคารพผู้อื่นโดยไม่ต้องกลัว
พ่อแม่ควรมีบทบาทในการจำกัดเวลาหน้าจออย่างเหมาะสม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ(CDC) แนะนำว่าเด็กต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้หน้าจอ และเด็ก 2-5 ปีควรใช้ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง พร้อมมีปฏิสัมพันธ์จากผู้ใหญ่ การเลี้ยงลูกควรเน้นกิจกรรมร่วมกัน เช่น ดูรายการคุณภาพและพูดคุยสิ่งที่เด็กเห็น เพื่อช่วยพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์และลดความเสี่ยงการเสพติดเทคโนโลยี
พ่อแม่รุ่นใหม่อาจเลือกแนวทางทันสมัย เช่น การเลี้ยงลูกแบบแนบแน่น (Attachment parenting) ขณะที่ผู้ใหญ่รุ่นเก่าอาจเน้นวินัยและความเชื่อดั้งเดิม การเข้าใจความต่างและสื่อสารด้วยความเคารพช่วยให้ครอบครัวมีแนวทางที่สมดุล เปิดใจแลกเปลี่ยนอย่างมีเหตุผล และใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน การเลี้ยงลูกที่ดีเกิดขึ้นเมื่อทุกคนร่วมมือกัน วางแนวทางที่เหมาะกับยุคสมัย พร้อมรักษาพื้นฐานของความรักและความเข้าใจ
ความสำเร็จในชีวิตของลูกเริ่มจากวัยเด็ก การส่งเสริมพัฒนาการด้าน EF (Executive Functions) เช่น การควบคุมอารมณ์ ความจำใช้งาน และการวางแผน เป็นทักษะสำคัญ งานวิจัยระบุว่าเด็กที่ได้รับการฝึกทักษะเหล่านี้จะมีแนวโน้มเรียนดี มีความมั่นใจ และพฤติกรรมดี
การเลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพจึงควรเน้นการฝึกฝนในชีวิตประจำวัน เช่น การเล่นที่มีเป้าหมาย การตั้งเป้าหมายรายวัน และการให้โอกาสลูกตัดสินใจ
การเลี้ยงลูกแบบไทยมักเน้นความเคารพผู้ใหญ่ ความอดทน และความเรียบร้อย ส่วนแบบตะวันตกสนับสนุนการแสดงออก การตั้งคำถาม และความเป็นตัวเอง การผสมผสานข้อดีของทั้งสองแนวทางช่วยให้ลูกปรับตัวในโลกปัจจุบันได้ดี สิ่งสำคัญคือการเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจในบริบทของเด็กแต่ละคน เปิดใจแลกเปลี่ยนอย่างมีเหตุผล เพื่อให้เด็กมีวินัย เคารพผู้อื่น และพร้อมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลง
การเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการร่วมมือกันของทั้งพ่อและแม่ การแบ่งหน้าที่และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาช่วยลดความเครียดและเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว กรมสุขภาพจิตแนะนำให้พ่อแม่ใช้เวลากับลูกอย่างมีคุณภาพ พร้อมดูแลสุขภาพจิตของตนเอง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและอบอุ่น การเลี้ยงลูกจึงไม่ใช่แค่ภารกิจ แต่คือการสร้างสายสัมพันธ์ลึกซึ้ง ที่ส่งผลดีต่อทั้งลูกและพ่อแม่ในระยะยาว
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.