สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

วิธีทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วและสิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องเร่งคลอดลูกน้อย

ทำไมต้องเร่งคลอด?

สาเหตุที่ต้องเร่งคลอดมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย ที่พบบ่อยได้แก่ 

1.ถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่เริ่มมีอาการหดรัดตัวของมดลูก

2.เกิดภาวะแทรกซ้อนในครรภ์ของคุณแม่ และจำเป็นจะต้องทำคลอดโดยเร็ว

3.เกินกำหนดคลอดมานานแล้วแต่ยังไม่คลอด

ขั้นตอนในการเร่งให้เจ็บครรภ์คลอด

สูติแพทย์และพยาบาลผดุงครรภ์สามารถชักนำให้เจ็บครรภ์คลอดได้หลายวิธีแต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามคุณแม่จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและเมื่อชักนำให้เจ็บครรภ์คลอดแล้ว กระบวนการต่างๆจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วดังนั้น จึงควรเตรียมตัวให้พร้อม แต่บางครั้งก็อาจใช้เวลาถึง 2-3 วันจึงจะเริ่มมีอาการเจ็บครรภ์คลอด

วิธีการต่างๆที่ใช้สำหรับเร่งคลอด

การกวาดปากมดลูก (Membrane sweep)

วิธีนี้คล้ายกับการตรวจภายในมาก สูติแพทย์จะใช้นิ้วกวาดปากมดลูกเพื่อค่อยๆขยายปากมดลูกและกระตุ้นให้เริ่มมีการเจ็บครรภ์ ถ้าทำสำเร็จมักจะเริ่มมีการเจ็บครรภ์ภายใน 24-48 ชั่วโมง ( วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผลเสมอไป)

การเจาะถุงน้ำคร่ำ

แพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเรียวยาวคล้ายเข็มถักโครเชเจาะถุงน้ำคร่ำให้แตกเพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกแต่วิธีนี้ก็ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์อีกเช่นกัน

การใช้ฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin)

เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์โดยอาจจะใช้ในรูปของเจลหรือยาเหน็บช่องคลอดโดยสอดเข้าไปที่บริเวณคอมดลูก

ยาเร่งคลอด (Syntocinon)

สามารถให้ผ่านสายน้ำเกลือ อาจกระตุ้นให้มีการหดรัดตัวของมดลูกค่อนข้างแรง ดังนั้นคุณแม่จึงอาจต้องใช้การฉีดยาเข้าช่องเหนือช่องน้ำไขสันหลังเพื่อระงับความเจ็บปวดด้วย วิธีนี้มักจะใช้ร่วมกับการเจาะถุงน้ำคร่ำ

ปัจจัยที่มีผลต่อทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น 

การเปิดของปากมดลูกเป็นขั้นตอนสำคัญในการคลอดลูก โดยปกติปากมดลูกจะต้องเปิดจาก 0 เซนติเมตรไปจนถึง 10 เซนติเมตรเพื่อให้ทารกเคลื่อนตัวผ่านออกมาได้ ระยะเวลาในการเปิดของปากมดลูกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลซึ่งเป็นผลจากหลายปัจจัย ดังนี้

1.ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการคลอด เช่น โปรเจสเตอโรน (Progesterone) และออกซิโทซิน (Oxytocin) มีบทบาทสำคัญในการทำให้มดลูกหดตัวและเปิดขยายปากมดลูก

2. คุณแม่ที่เคยคลอดลูกมาก่อนปากมดลูกจะเปิดเร็วกว่าคุณแม่ที่ไม่เคยผ่านการคลอดลูกเพราะเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อมดลูกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

3. ท่าที่เหมาะสมของทารก เช่น ศีรษะทารกอยู่ด้านล่างและลงสู่ช่องคลอด จะช่วยให้ปากมดลูกเปิดได้เร็วขึ้น

4. แรงหดตัวของมดลูกที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยกดศีรษะทารกลงมาที่ปากมดลูกทำให้ปากมดลูกเปิดขยายได้เร็วขึ้น

5.ความเครียด ความกังวล หรือความกลัวสามารถทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลง ส่งผลให้การเปิดปากมดลูกช้าลง

วิธีเดินหรือเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นให้ปากมดลูกเปิด

การเคลื่อนไหวร่างกายในช่วงใกล้คลอดเป็นหนึ่งในวิธีธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้

1.การเดินช่วยให้แรงโน้มถ่วงทำงานร่วมกับแรงหดตัวของมดลูก ส่งผลให้ศีรษะของทารกกดลงไปยังปากมดลูกมากขึ้น ทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น

2.การแกว่งสะโพก เคลื่อนไหวสะโพกไปมาช้า ๆ ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและช่วยให้ปากมดลูกเปิดตัวได้ดีขึ้น

3.การแช่น้ำอุ่นหรือเคลื่อนไหวในสระน้ำ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างรอคลอดได้ดี ส่งผลให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้นในบางกรณี

4.ออกกำลังกายท่าครอบครัว ท่าเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความกว้างของช่องคลอดและอุ้งเชิงกราน เพิ่มแรงกดทับที่ปากมดลูก ทำให้การเปิดปากมดลูกเกิดขึ้นเร็วขึ้น

ท่านั่งหรือท่ายืนที่นิยมใช้เพื่อช่วยในการเร่งการเปิดปากมดลูก

ท่าทางที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มแรงกดที่ปากมดลูกและช่วยให้ปากมดลูกเปิดตัวได้ดีขึ้น ได้แก่

1.ท่ายืนตรง (Standing Upright) เป็นการยืนตรงให้เท้าทั้งสองแตะพื้นอย่างมั่นคง จะช่วยใช้แรงโน้มถ่วงในการกดศีรษะทารกลงสู่ปากมดลูกมากขึ้น

2.ท่านั่งยอง (Squatting Position) เป็นท่ายอดนิยม ทำให้อุ้งเชิงกรานขยายตัวได้มากขึ้น และเพิ่มแรงกดทับที่ปากมดลูกได้ดี ส่งผลให้ปากมดลูกเปิดได้มากขึ้น

3.ท่านั่งบนลูกบอลโยคะ (Birthing Ball Sitting) เป็นการนั่งบนลูกบอลโยคะและขยับสะโพกไปมาเบา ๆ จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน และช่วยให้ทารกเคลื่อนตัวลงต่ำเพื่อกระตุ้นการเปิดปากมดลูก

4.ท่าเอียงลำตัวไปข้างหน้า (Forward Leaning Position) เช่น การนั่งบนเก้าอี้แล้วเอียงลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จะช่วยลดแรงกดที่หลัง และเพิ่มแรงกดที่อุ้งเชิงกราน กระตุ้นการเปิดปากมดลูกได้

5.โยคะท่าผีเสื้อ สำหรับคนท้อง (Butterfly Pose ) นั่งบนพื้น หลังตรง ฝ่าเท้าทั้งสองประกบกัน แล้วดึงเข้าหาลำตัว

ใช้มือจับข้อเท้าหรือเท้าไว้ เพื่อพยุง ปล่อยเข่าให้ตกลงด้านข้าง คล้ายปีกผีเสื้อ สามารถ ขยับเข่าขึ้นลงเบาๆ เพื่อช่วยยืดกล้ามเนื้อ หายใจลึกๆ และผ่อนคลายค้างไว้ประมาณ 30 วินาที – 1 นาที ช่วยให้กล้ามเนื้อสะโพกและอุ้งเชิงกรานเปิดขยาย

การกระตุ้นทางการแพทย์: เมื่อไรควรพิจารณาใช้

การกระตุ้นคลอดทางการแพทย์ เป็นกระบวนการที่แพทย์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงหดตัวของมดลูกและเปิดปากมดลูกในกรณีที่จำเป็น เช่น

-เกินกำหนดคลอดนานเกินไป (เกินสัปดาห์ที่  41-42 เป็นต้นไป)

-น้ำเดินก่อนคลอดหรือมีปัญหาน้ำคร่ำผิดปกติ

-ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพของแม่ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น

-ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโตหรือสุขภาพที่ไม่ดีในครรภ์

วิธีการกระตุ้นทางการแพทย์ที่นิยมใช้กัน เช่น

-การใช้ยา Oxytocin เพื่อกระตุ้นแรงหดตัวของมดลูก

-การใส่สายสวนปัสสาวะ (Foley catheter) เพื่อกระตุ้นปากมดลูกให้เปิดอย่างอ่อนโยน

-การใช้ยา Prostaglandin เพื่อช่วยให้ปากมดลูกนุ่มและเปิดตัวเร็วขึ้น

แพทย์จะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการกระตุ้นคลอดเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก

ข้อควรระวังในการพยายามเร่งเปิดปากมดลูกด้วยตนเอง

การเร่งเปิดปากมดลูกด้วยตนเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์อาจเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และลูกได้ เช่น

-ห้ามใช้สมุนไพรหรือวิธีที่ไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแรงหดตัวของมดลูกที่รุนแรงและเป็นอันตรายได้

-หลีกเลี่ยงการกระตุ้นปากมดลูกด้วยมือหรือสิ่งแปลกปลอม เพราะเสี่ยงติดเชื้อและทำให้เกิดบาดแผลในช่องคลอด

-ไม่ควรพยายามออกแรงมากเกินไปหรือทำท่าทางที่เสี่ยงต่อการล้มหรือบาดเจ็บ

-หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง น้ำเดินผิดปกติ หรือเลือดออก ควรรีบพบแพทย์ทันที

-ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อเร่งคลอด

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x