คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับอึลูกน้อยวัย 1–6 เดือน
เด็ก 1–6 เดือน
ในช่วงอายุ 1–6 เดือน ระบบย่อยอาหารและลำไส้ของลูกน้อยยังอยู่ในระยะพัฒนา ทำให้ลักษณะการขับถ่ายแตกต่างกันไปตามชนิดนมที่กิน สุขภาพ และพัฒนาการแต่ละช่วงวัย ต่อไปนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอึของเด็กวัยนี้
Q: ลูกอายุ 1 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ช่วงแรกอึปกติ วันละ 5–6 ครั้ง แต่พอเข้าเดือนที่ 2 ลูกเริ่มอึวันเว้นวัน สีเหลือง มีเนื้อปนเยอะ และผายลมบ่อย มีกลิ่นเหม็นมาก แบบนี้ปกติหรือไม่คะ
A: เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ลำไส้ของลูกน้อยจะพัฒนาและดูดซึมน้ำนมแม่ได้ดีขึ้น สามารถย่อยน้ำนมแม่ได้เกือบหมด จึงเหลือกากใยน้อยลง ทำให้แต่ละครั้งที่อึ หากมวลอึมีไม่มากพอ ก็อาจยังไม่ถูกขับออก ต้องรอรอบถัดไปหรือวันถัดไป ทำให้ลูกไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวันได้ค่ะ ในช่วงวันที่ลูกไม่ถ่าย หากยังดูดนมได้ดี ไม่ปวดท้อง ไม่ร้องงอแง และยังผายลมได้ แสดงว่าลำไส้ยังทำงานได้ดี และยังไม่ถือว่าเป็นอาการท้องผูกค่ะ
Q: ลูกอายุ 2 เดือน 15 วัน ช่วงแรกกินทั้งนมแม่และนมผสม ไม่อึมา 2 วัน พออึออกมาเหนียว ๆ สีเขียว ๆ แบบนี้อันตรายหรือไม่คะ
A: เด็กที่ดื่มนมผงดัดแปลงสำหรับทารกมักมีอึที่จับตัวเป็นก้อนมากกว่าเด็กที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียว สีของอึก็อาจเปลี่ยนได้ตั้งแต่สีเหลือง สีเขียว ไปจนถึงสีน้ำตาล ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในช่วงสองเดือนแรก เด็กที่ดื่มนมผงมักถ่ายไม่บ่อยเท่าเด็กกินนมแม่ โดยเฉลี่ยประมาณวันละ 4–5 ครั้ง และอึจะข้นและมีปริมาณมากกว่าของเด็กที่กินนมแม่ ลักษณะดังกล่าวยังถือว่าเป็นอึปกติ ไม่ใช่อาการท้องผูกค่ะ
Q: ลูกสาวเวลาอยากอึมักบิดตัวไปมา แล้วเบ่งหน้าดำหน้าแดง แต่ยังดูดนมได้ปกติ ตอนนี้ 3 วันแล้วยังไม่อึเลย แบบนี้ต้องทำอย่างไรดีคะ รู้สึกสงสารเหมือนเขาอึดอัดมากเลย
A: เด็กวัยนี้ยังเบ่งอึเองไม่คล่อง กล้ามเนื้อหูรูดที่ทวารหนักยังทำงานไม่ประสานกับการเคลื่อนตัวของอึ ภาวะนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเขาโตขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกอึได้ง่ายขึ้นด้วยการช่วยออกกำลังกายกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ เช่น นวดท้องเบา ๆ หรือยกขาลูกทำท่าออกกำลังกายหน้าท้องคล้ายปั่นจักรยานในอากาศ วิธีนี้จะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวและบีบตัวดีขึ้น ทำให้ลูกขับถ่ายได้ง่ายขึ้นค่ะ
Q: ได้ยินมาว่าเด็กทารกไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวัน แล้วเราจะสังเกตได้อย่างไรว่าลูกท้องผูกจริง ๆ คะ
A: คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการท้องผูกของลูกได้จากสัญญาณต่าง ๆ ต่อไปนี้ค่ะ
หากพบว่าลูกมีอาการหลายข้อร่วมกัน สามารถสันนิษฐานได้ว่าลูกรักกำลังมีภาวะท้องผูกค่ะ
Q: อาการท้องผูกของลูกน้อยวัยประมาณ 3 เดือนมักเกิดจากอะไรได้บ้างคะ
A: ในทารกเล็กอาการท้องผูกสามารถพบได้ แต่ถือว่าพบน้อย โดยส่วนใหญ่จะเริ่มพบมากขึ้นในเด็กอายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการมากขึ้น เริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น เด็กบางคนจึงกลั้นอึ พอมีการกลั้นอึบ่อย ๆ ปลายลำไส้ใหญ่จะขยายตัวมากขึ้น อึจึงค้างนาน แข็งตัว และมีขนาดก้อนใหญ่ เมื่อต้องถ่ายก็จะปวดมาก อาจทำให้รูทวารฉีกขาด มีเลือดปนในอึ เมื่อเจ็บบ่อย ๆ เด็กจะยิ่งกลัวการถ่าย อาจยิ่งกลั้นอึมากขึ้น และทำให้กลายเป็นปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้ค่ะ
Q: ลูกไม่อึมา 2 วันแล้ว เลยสวนก้นให้ อึที่ออกมานิ่มและเละ ไม่แข็ง ไม่เหนียว ตอนนี้ผ่านมา 3 วันแล้วลูกก็ยังไม่อึ แบบนี้เรียกว่าท้องผูกหรือเปล่าคะ
A: จากลักษณะอึที่สวนออกมาเป็นแบบนิ่มและเหลว แสดงว่ายังไม่ใช่อาการท้องผูกค่ะ หากลูกยังดูดนมได้ปกติ ผายลมได้ ไม่ร้องกวน หรือไม่มีอาการปวดท้อง อาจเป็นเพียงภาวะที่ลำไส้ดูดซึมดีและยังไม่ถึงเวลาขับถ่าย เด็กบางคนอาจไม่ถ่ายได้นานถึงประมาณ 7 วันโดยที่ยังถือว่าปกติได้ค่ะ
Q: ช่วงนี้ลูกไม่สบาย ไม่ค่อยกินอาหาร กินแต่นมแม่อย่างเดียว แต่ละครั้งดูดไม่นาน แต่ดูดบ่อย ถ่ายบ่อย อึเป็นสีเขียวเข้ม แบบนี้จะมีปัญหาไหมคะ
A: เมื่อลูกไม่สบายและดูดนมแม่แต่ละครั้งไม่นาน แต่ดูดบ่อย ลูกอาจได้รับนมส่วนหน้าของเต้าเป็นหลัก ซึ่งน้ำนมส่วนหน้ามีแลคโตสสูงและมีไขมันน้อย ร่างกายจึงใช้น้ำดีในการย่อยไม่มาก น้ำดีส่วนที่เหลือจึงถูกขับออกมากับอึ ทำให้อึมีสีเขียวมากกว่าเหลืองได้ค่ะ แนะนำให้คุณแม่พยายามให้ลูกดูดนมจนเกลี้ยงเต้าในแต่ละครั้ง เพื่อให้ได้น้ำนมส่วนท้ายซึ่งมีไขมันมากขึ้นและช่วยให้สมดุลของการย่อยดีขึ้นค่ะ
Q: ลูกอายุ 6 เดือนกว่า กินนมแม่และเริ่มกินอาหารเสริมตามวัยวันละ 1 มื้อ ช่วงนี้มีอาการท้องผูก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยท้องผูกมาก่อน เป็นเพราะอะไรได้บ้างคะ
A: เด็กวัยประมาณ 6 เดือนที่เริ่มได้รับอาหารเสริมตามวัยแล้วไม่อึหรืออึแข็ง อาจเกิดจากอาหารบางชนิดที่ลูกกิน เช่น ข้าวกล้อง มันฝรั่ง ฟักทอง แครอท ตับ ไข่แดง หรือกล้วย เด็กบางคนเมื่อกินอาหารเหล่านี้แล้วอาจถ่ายแข็งได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตลักษณะอุจจาระของลูก และเวลาป้อนอาหารเสริมควรให้ทีละอย่าง เพื่อดูปฏิกิริยาของลำไส้ หากพบว่าอาหารชนิดใดทำให้ลูกถ่ายยากหรืออึแข็ง ควรหลีกเลี่ยงการให้ในปริมาณมาก หรือให้ร่วมกับอาหารกลุ่มที่ช่วยให้ถ่ายง่าย อึนิ่ม เช่น มะละกอ ลูกพรุน ผักสีเขียว และผักใบที่มีเส้นใยค่ะ
Q: ลูกอายุ 6 เดือนกว่า ช่วงนี้เริ่มคืบได้ ก่อนหน้านี้อึวันละ 1 ครั้ง แต่พักหลังอึวันละ 4 ครั้ง อึเละและเหลวเป็นน้ำ แบบนี้ถือว่าท้องเสีย หรือเป็นเพราะเด็กกำลังยืดตัวคะ
A: เด็กในช่วงขวบปีแรกจะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตามลำดับ เช่น นอนหงาย พลิกคว่ำ คืบ นั่ง ยืน และเดิน ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอาการท้องเสีย อย่างไรก็ตาม อาการท้องเสียมักพบได้บ่อยในช่วงที่เด็กมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและพัฒนาการ เพราะเด็กเริ่มคลานหรือคืบไปหยิบจับสิ่งของเข้าปาก หรือมือสัมผัสสิ่งสกปรกแล้วเอาเข้าปากตนเอง ทำให้ได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้ ยังอาจได้รับเชื้อจากอาหารหรือนมที่ปนเปื้อนเชื้อโรค จึงทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและมีอาการท้องเสียได้ค่ะ
เคล็ด (ไม่) ลับกับแคร์ไลน์สำหรับเด็ก 1–6 เดือน
A: หากลูกน้อยไม่อึหลายวัน แต่ยังดูดนมได้ดี ไม่มีไข้ ไม่ปวดท้องหรือร้องกวน และผายลมได้ปกติ ส่วนใหญ่อาจยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ เด็กบางคนอาจไม่ถ่ายได้นานถึงประมาณ 7 วันโดยที่ลำไส้ยังทำงานได้ดี หากคุณพ่อคุณแม่อยากช่วยให้ลูกอึได้ง่ายขึ้น สามารถดูแลได้ดังนี้ค่ะ
สำหรับเด็กที่กินนมแม่ แนะนำให้ดูดนมแม่ให้เพียงพอ โดยให้ลูกดูดนมจากข้างเดียวจนเกลี้ยงเต้าก่อน เพื่อให้ได้น้ำนมส่วนท้ายที่มีไขมันช่วยเรื่องการขับถ่าย หากลูกกินนมผสม ให้ชงนมให้ถูกอัตราส่วนข้างกล่อง โดยใส่น้ำในปริมาณที่ต้องการก่อนเติมนมผง เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราส่วนของน้ำต่อนมผงถูกต้อง
นอกจากนี้ การช่วยนวดหน้าท้องและออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้อง จะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถนวดหน้าท้องลูกเป็นรูปตัว U กลับหัวอย่างเบามือ เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวและช่วยขับอึออกได้ง่ายขึ้นค่ะ