สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เขียนโดย Dumex
16 มี .ค. 2026
บทความนี้นำเสนอแนวทางจัดเก็บนมแม่อย่างถูกวิธี เพื่อคงคุณภาพได้นานและปลอดภัยต่อทารก โดยอธิบายหลักการเตรียมตัวก่อนปั๊ม การเลือกภาชนะ การกำหนดอุณหภูมิและระยะเวลาเก็บ รวมถึงวิธีละลายและการให้ทารกดื่มนมที่เก็บไว้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน
ประเด็นสำคัญ
อธิบายหลักการจัดเก็บนมแม่อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมขั้นตอนการปั๊ม การเก็บ การใช้ และการกำจัดส่วนที่เหลือ
สรุปประโยชน์ของการเก็บนมแม่อย่างถูกวิธี ต่อความยืดหยุ่นด้านเวลา สุขภาพทารก และค่าใช้จ่าย
ระบุความเสี่ยงจากการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม เช่น การปนเปื้อน การเสื่อมคุณภาพ และผลกระทบต่อทารก
ชี้ให้เห็นโอกาสในการพัฒนาความรู้และการสนับสนุนผู้ปกครอง เพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การเก็บนมแม่อย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมากต่อทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำนมที่ลูกจะได้รับในภายหลัง หากเลือกวิธีเก็บที่เหมาะสม นมแม่จะคงคุณค่าทางโภชนาการและสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นอย่างมั่นใจ โดยไม่กระทบต่อสุขภาพของลูกน้อย
บทความนี้มุ่งอธิบายหลักคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับการเก็บนมแม่ เพื่อช่วยให้คุณแม่เข้าใจว่าควรใส่ใจเรื่องใดบ้างเมื่อต้องปั๊ม เก็บ และนำออกมาใช้ในภายหลัง ทั้งในแง่ระยะเวลาที่เหมาะสม และการรักษาคุณภาพน้ำนมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เมื่อเข้าใจหลักการเก็บนมแม่อย่างถูกต้องแล้ว คุณแม่จะสามารถวางแผนการปั๊มและการเก็บสำรองน้ำนมได้อย่างเป็นระบบ ลดความกังวลเรื่องคุณภาพ และมั่นใจได้มากขึ้นว่าลูกจะได้รับน้ำนมที่ปลอดภัยและมีคุณค่าใกล้เคียงกับขณะที่เพิ่งปั๊มออกมา
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากเต้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย อย่างไรก็ตาม คุณแม่หลายคนอาจมีความจำเป็นต้องปั๊มนมและเก็บสต็อกนมไว้ให้ลูก เช่น ต้องกลับไปทำงาน ต้องเดินทางบ่อย หรือมีเวลาให้นมจากเต้าไม่เพียงพอ
การเก็บน้ำนมแม่ให้คงคุณภาพและปลอดภัย จำเป็นต้องใช้ภาชนะที่สะอาด ปิดสนิท แบ่งตามปริมาณที่ลูกกินต่อมื้อ และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมตามระยะเวลาที่กำหนด หากเก็บไม่ถูกวิธี น้ำนมแม่ที่คุณแม่อุตส่าห์ปั๊มออกมาอาจเสียได้ง่าย และไม่ปลอดภัยต่อลูกน้อย
เพื่อให้น้ำนมแม่ที่ปั๊มออกมาคงคุณค่าและปลอดภัยต่อการเก็บไว้ คุณแม่สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
เตรียมร่างกายและสภาพแวดล้อมให้พร้อม โดยดื่มน้ำอุ่น ล้างมือให้สะอาด และหามุมที่สงบ ผ่อนคลาย เพื่อช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีขึ้น
ก่อนปั๊มนมทุกครั้ง ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาด หากไม่มีสบู่และน้ำ สามารถใช้เจลทำความสะอาดมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในระดับสูง (ประมาณ 70–90%) แทนได้
นวดคลึงเต้านมเบา ๆ หรือประคบเต้านมด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมและทำให้ปั๊มได้สะดวกขึ้น
เก็บน้ำนมที่ปั๊มเสร็จลงในภาชนะที่ลูกกินหมดพอดีใน 1 มื้อ ปิดภาชนะให้มิดชิด และเขียนวัน เวลา ที่ปั๊มนมกำกับไว้บนภาชนะหรือถุงเก็บน้ำนมทุกครั้ง
เมื่อต้องเก็บน้ำนมแม่ไว้ให้ลูกในภายหลัง การจัดการอุณหภูมิและภาชนะเก็บมีความสำคัญมาก เคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้นมแม่อยู่ได้นานและปลอดภัย
เก็บที่อุณหภูมิห้อง (นอกห้องแอร์)อุณหภูมิประมาณ 27-32 องศาเซลเซียส เก็บได้นาน 3-4 ชั่วโมง
เก็บที่อุณหภูมิปกติ (ในห้องแอร์)อุณหภูมิประมาณ 16-26 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 4-8 ชั่วโมง
หากเก็บนมแม่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น นมแม่จะอยู่ได้นานประมาณ 5 วัน โดยควรเก็บไว้ด้านในสุดของตู้เย็น
เมื่อต้องการเก็บนมเกิน 3 วัน ควรเก็บในช่องแช่แข็ง และนำไปแช่แข็งทันทีหลังจากปั๊มน้ำนม เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมให้ดีที่สุด
วิธีเก็บนมที่ถูกต้องและปลอดภัย นอกจากการใช้ภาชนะที่สะอาดและใหม่แล้ว ควรติดฉลากระบุวันที่และเวลาที่ปั๊มนมให้ชัดเจนทุกครั้ง เพื่อให้ทราบอายุของน้ำนมแม่ที่แท้จริง และใช้ตามลำดับก่อน–หลัง
น้ำนมแม่สามารถเก็บไว้ในขวดแก้วที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ภาชนะพลาสติกที่เหมาะสำหรับบรรจุอาหาร หรือถุงเก็บน้ำนมที่ปิดผนึกได้ ควรใช้ภาชนะใหม่ทุกครั้งเมื่อเก็บน้ำนมชุดใหม่ ไม่ควรนำภาชนะเก่ามาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี
ปิดฝาภาชนะหรือถุงใส่นมแม่ให้มิดชิดก่อนนำนมไปเก็บในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากกลิ่นหรือเชื้อโรคในตู้เย็น
อุณหภูมิและระยะเวลาในการเก็บน้ำนมแม่มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของลูกน้อย ตารางต่อไปนี้เป็นการสรุปวิธีเก็บนมแม่ อุณหภูมิที่เหมาะสม และอายุการเก็บ
| วิธีเก็บนม | อุณหภูมิ (โดยประมาณ) | อายุของนมแม่ |
| 1 เก็บที่อุณหภูมิห้อง (นอกห้องแอร์) | 27-32 องศาเซลเซียส | เก็บได้นาน 3-4 ชั่วโมง |
| 2 เก็บที่อุณหภูมิปกติ (ในห้องแอร์) | 16-26 องศาเซลเซียส | ประมาณ 4-8 ชั่วโมง |
| 3 เก็บในกระติกน้ำแข็ง มีน้ำแข็งตลอดเวลา | ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส | สูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง |
| 4 เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา | 4 องศาเซลเซียส | ประมาณ 3 –5 วัน (ควรเก็บใกล้บริเวณจุดที่เย็นที่สุดด้านในสุดของตู้เย็น) |
| 5 เก็บในช่องแช่แข็งของตู้เย็นแบบประตูเดียว | -15 องศาเซลเซียส | ประมาณ 2 สัปดาห์ |
| 6 เก็บในช่องแช่แข็งของตู้เย็นแบบประตูแยก | -18 ถึง -20 องศาเซลเซียส | ประมาณ 3 -6เดือน |
| 7 เก็บในตู้แช่แข็งโดยเฉพาะ | ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส | ประมาณ 6-12 เดือน |
* ไม่ควรเก็บน้ำนมแม่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส เนื่องจากอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการของนมแม่ลดลง และเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
เมื่อต้องการนำน้ำนมแม่ที่เก็บไว้มาให้ลูกดื่ม การอุ่น การละลาย และการจัดการน้ำนมที่เหลือ ล้วนมีผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำนมแม่ คุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
เมื่อนำน้ำนมที่เก็บไว้ออกมาใช้ ไม่จำเป็นต้องทำให้นมอุ่นเสมอไป คุณแม่สามารถให้นมขณะนมมีอุณหภูมิใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง หรือเย็นเล็กน้อยได้ หากลูกยอมรับได้
สำหรับนมที่เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา เมื่อคุณแม่นำนมที่ปั๊มระหว่างวันกลับมา สามารถแบ่งใส่ภาชนะตามปริมาณที่ลูกกินต่อมื้อ แล้วแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนกว่าจะถึงเวลาให้ลูกดื่ม
สำหรับนมแช่แข็ง ให้นำถุงเก็บน้ำนมมาแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืน (ประมาณ 8–12 ชั่วโมง) หากยังละลายไม่หมด สามารถนำถุงเก็บน้ำนมมาแช่ในน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องต่ออีกประมาณ 5 นาที จนน้ำนมละลายหมด
ไม่ควรนำน้ำนมแม่ไปอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือทำละลายในน้ำร้อนจัด เพราะความร้อนสูงเกินไปอาจทำลายสารอาหารและโปรตีนสำคัญในน้ำนมแม่ได้
หากลูกดื่มน้ำนมแม่ไม่หมด ไม่ควรเก็บน้ำนมที่เหลือไว้ให้ลูกกินในครั้งต่อไป เนื่องจากอาจมีเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำลายหรือสิ่งแวดล้อมปนเปื้อน อาจทำให้ลูกเจ็บป่วยได้
น้ำนมแม่ที่ละลายแล้ว ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งอีกครั้ง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และทำให้คุณภาพของน้ำนมลดลง
การเก็บนมแม่ให้ได้คุณภาพยาวนานไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเข้าใจหลักการพื้นฐานเรื่องความสะอาด ภาชนะ อุณหภูมิ และระยะเวลาในการเก็บ ก็ช่วยให้นมแม่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนสำหรับลูกน้อยได้ เมื่อคุณแม่วางแผนการปั๊มและเก็บนมอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งยังมอบของขวัญล้ำค่าอย่างนมแม่ให้ลูกได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุด
ประเด็นสำคัญ:
วางแผนเวลาในการปั๊มและจัดเก็บนมให้สอดคล้องกับตารางชีวิตประจำวัน
เลือกภาชนะเก็บนมที่สะอาด ปลอดภัย ปิดสนิท และผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
ควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาเก็บนมตามคำแนะนำ เพื่อรักษาคุณภาพนมแม่
ติดฉลากระบุวันที่ เวลา และปริมาณทุกครั้ง เพื่อการใช้นมแม่ได้อย่างเป็นระบบ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บนมแม่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่หรือบุคลากรทางการแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
วิธีเก็บนมแม่ให้ได้คุณภาพและอยู่ได้นานที่สุดมีอะไรบ้าง
การเก็บนมแม่ให้ได้คุณภาพเริ่มจากล้างมือให้สะอาด เตรียมภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ปั๊มนมใส่ภาชนะตามปริมาณที่ลูกกินต่อมื้อ ปิดให้มิดชิดและเขียนวันเวลาที่ปั๊ม จากนั้นเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม และนำมาใช้ภายในระยะเวลาที่ปลอดภัยที่สุด
ทำไมคุณแม่ถึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีเก็บนมแม่
การที่คุณแม่ได้เรียนรู้วิธีการเก็บนมแม่นั้นจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้นมลูก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องกลับไปทำงาน เดินทางบ่อย หรือเมื่อต้องการเวลาส่วนตัว การเก็บนมแม่อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ลูกยังคงได้รับประโยชน์จากนมแม่อย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาการเก็บนมแม่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 25 องศาอยู่ได้ 4 -8 ชั่วโมง ในตู้เย็นช่องธรรมดาอยู่ได้ 3-5 วัน ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น 2 ประตูอยู่ได้ 3-6 เดือน และในตู้แช่แข็งแยกอยู่ได้ 6-12 เดือน
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรักษาน้ำนมแม่มีดังนี้
CVM no. M26-257
M25-115
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.