สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

วิธีดูแลและรักษาอาการบวมในช่วงตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ท้องไม่ควรมองข้าม

ถ้าแม่ตั้งครรภ์เคยสังเกตตัวเองว่ามีอาการบวมตามร่างกาย

ถ้าแม่ตั้งครรภ์เคยสังเกตตัวเองว่ามีอาการบวมตามร่างกาย และเป็นการบวมโดยเฉพาะส่วนล่างของร่างกาย เช่น ข้อเท้า และเท้า ดังนั้นอย่ากังวลไป เพราะอาการแบบนี้เป็นอาการที่พบบ่อยระหว่างการตั้งครรภ์ค่ะ

ประมาณ 75% ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด จะมีอาการบวมลักษณะนี้นะคะ แต่อย่างไรก็ตาม การบวมอาจเป็นอาการเบื้องต้นของภาวะร้ายแรงที่เรียกว่า โรคความดันโลหิตสูงเนื่องจากการตั้งครรภ์ (Pregnancy-Induced Hypertension – PIH) ก็ได้ค่ะ จึงเป็นอาการที่ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง และไม่ควรมองข้ามระหว่างการตั้งครรภ์ค่ะ

อาการบวมบริเวณข้อเท้า เท้า และบางครั้งมือ คอ และใบหน้า เกิดขึ้นเนื่องมาจาก

  1. การที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น และปริมาณเลือดที่ไหลเวียนก็เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ
  2. มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดทับหลอดเลือดดำใหญ่ (vena cava) ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดจากปอดกลับไปสู่หัวใจ

ด้วยสาเหตุทั้ง 2 ที่กล่าวไป ทำให้การไหลเวียนของเลือดน้อยลง และเลือดเอ่อขังเป็นหย่อมๆ ความดันที่เกิดจากเลือดคั่งนี้ทำให้ น้ำถูกไล่ออกไปคั่งอยู่ภายในเนื้อเยื่อ บริเวณเท้าและข้อเท้า เป็นผลทำให้เกิดการบวมในบริเวณร่างกายดังกล่าวค่ะ

โดยข้อเท้าและเท้าที่บวม อาจทำให้คุณแม่รู้สึกว่ารองเท้าคับเกินไป โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือยืนนาน แต่ข่าวดี ก็คือ ปกติอาการบวมนี้จะหายไปเกือบหมด ไม่นานหลังคลอดเสมอนะคะ

2 วิธีการรักษาอาการบวม

    1. คุณแม่ควรเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ตลอดเวลานะคะ อย่านั่งหรือยืนนานเกินไป ควรเคลื่อนไหวไปมาทุกชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวคั่งค้าง ออกกำลังบริเวณเท้าและน่องขณะกำลังนั่ง เพื่อช่วยให้หลอดเลือดดำลำเลียงเลือดกลับไปสู่หัวใจและลดอาการบวมได้ค่ะ
    2. ควรเลิกใส่รองเท้าส้นสูง สวมรองเท้าส้นเตี้ยที่สวมใส่สบายกว่าแทนนะคะคุณแม่ และอาจลองใช้ถุงน่องซัพพอร์ทที่ช่วยควบคุมไม่ให้บวมมากขึ้นก็ได้ค่ะ

    นอกจากนี้คุณแม่สามารถตรวจสอบความดันโลหิตร่วมด้วยนะคะ หมั่นสังเกตอาการและรีบไปปรึกษาคุณหมอ หากคุณรู้สึกว่าอาการบวมนั้นผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีอาการผิดปกติทางร่างกายอื่นๆ ด้วยนะคะ

    คนท้อง บวมน้ำคืออะไร? ลักษณะและอาการ

    อาการบวม (Edema) คือภาวะที่น้ำหรือของเหลวสะสมในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังมากเกินไป ทำให้บริเวณนั้นบวม ตึง อาการบวมในคนท้อง มักพบอาการบวมที่เท้า ข้อมือ และมือ ซึ่งมักจะเริ่ม มีอาการบวมช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ช่วงเข้าสู่ไตรมาสที่ 3

    สาเหตุของคนท้อง บวมน้ำที่พบได้บ่อย

    1. ขนาดของมดลูกที่ขยายตัวขึ้นในขณะตั้งครรภ์ กดทับหลอดเลือด จึงทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ เลือดเกิดการคั่งอยู่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย 

    2. คุณแม่ตั้งครรภ์ จะมีฮอร์โมนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อต่างๆ มีการดูดซึมน้ำมากกว่าปกติ ทั้งยังกักเก็บน้ำไว้มากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการบวม

    คนท้อง บวมน้ำแบบไหนที่เรียกว่าปกติ?

    ถ้าบวมแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา:

    - บวมที่เท้า ข้อเท้า มือ

    - บวมมากขึ้นในช่วงเวลาเย็น หรือเวลายืนนาน ๆ

    - พักแล้วดีขึ้น โดยเฉพาะถ้าได้นอนยกขาสูง

    - บวมเยอะขึ้นถ้าอากาศร้อน หรือกินเค็มเกินไป

    - บวมเท่ากันทั้งสองข้าง

     

    อาการอาการบวมที่ควรไปพบแพทย์  :

    - บวมเร็วหรือบวมเยอะผิดปกติ

     • ใบหน้า มือ หรือขาบวมมาก

     • รู้สึกแน่นตึงบริเวณผิวมาก

    - บวมข้างเดียว

     • หากขาข้างใดข้างหนึ่งบวมกว่าปกติ 

    - มีอาการอื่นร่วมด้วย

     • ปวดหัวหนัก ๆ ตามัว เจ็บท้องส่วนบน 

     • ปวด บวม แดง ร้อนที่ขา 

    - บวมไม่หาย แม้จะพักแล้ว

    คนท้อง บวมน้ำแบบผิดปกติ

    -  อาการบวมแบบผิดปกติจะเกิดขึ้นจากภาวะครรภ์เป็นพิษ มีลักษณะบวมแบบกดบุ๋ม คือเมื่อกดผิวเนื้อ จะเกิดการบุ๋มคงสภาพไว้ไม่คืนตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งภาวะขาบวม มือบวม หรือหน้าบวม โดยมักมีอาการร่วมกับ ความดันโลหิตสูงโปรตีนรั่วในปัสสาวะ โดยอาการสำคัญของคุณที่ควรสังเกต คือ อาการปวดศีรษะ ตาพร่ามัว และปวดจุดแน่นลิ้นปี่ หากมีอาการแบบนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

    การดูแลเบื้องต้นที่บ้านเมื่อคนท้อง บวมน้ำ

    ถ้าบวมแบบปกติ ลองทำตามนี้ ช่วยให้ดีขึ้นได้

    - นอนตะแคงซ้ายและยกปลายเท้าให้สูงขึ้นในเวลานอน

    - ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ อย่านั่งหรือยืนนานเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว

    มากขึ้น และไม่ทำให้เกิด การกดทับของมดลูก

    - ใส่เสื้อผ้าและรองเท้าสบาย ๆ อย่าใส่รัดแน่น

    - ดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วยให้ร่างกายขับของเหลวได้ดีขึ้น

    - ลดอาหารเค็ม

    การป้องกันและดูแลสุขภาพเมื่อลดความเสี่ยง

    อาการบวมพบได้บ่อยในคนท้อง ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของมดลูกและการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่  ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและคลายความกังวลควรเปลี่ยนอริยาบถบ่อยๆรับประทานอาหารที่หลากหลาย และเลือกทานอย่างเหมาะสม  รวมถึงการไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามนัดทุกครั้ง 

    Careline Footer

    Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

    ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

    x