การตรวจภายในโดยแพทย์ช่วยวินิจฉัยอย่างไร
ในช่วงใกล้คลอดถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความพร้อมของร่างกายคุณแม่ในการคลอดบุตรได้อย่างละเอียดและแม่นยำ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณแม่เริ่มมีอาการเจ็บท้องคลอด น้ำเดิน หรือมีมูกเลือด การตรวจภายในจะช่วยวินิจฉัยได้ดังนี้
1.ช่วยประเมินการเปิดของปากมดลูก (Cervical Dilatation) แพทย์จะตรวจดูว่าปากมดลูกเปิดออกกี่เซนติเมตรแล้ว ซึ่งโดยทั่วไป การคลอดมักเริ่มต้น
เมื่อปากมดลูกเปิดประมาณ 3–4 เซนติเมตร และพร้อมคลอดเต็มที่เมื่อเปิดถึง 10 เซนติเมตร
2.ช่วยประเมินความบางของปากมดลูก (Effacement) โดยปากมดลูกจะบางลงเพื่อเตรียมเปิดให้ทารกเคลื่อนผ่านลงสู่ช่องคลอด โดยแพทย์จะประเมินเป็น เปอร์เซ็นต์ ถ้าบางถึงระดับ 100% หมายถึงความพร้อมในการคลอด
3.ช่วยประเมินตำแหน่งของศีรษะทารก (Fetal Station) แพทย์จะตรวจดูว่าศีรษะของทารกเคลื่อนลงมาอยู่ในระดับใดของกระดูกเชิงกราน ถ้าเคลื่อนลงมาในอุ้งเชิงกรานเรียบร้อยหมายถึงความพร้อมสำหรับการคลอด
4.ช่วยประเมินปัจจัยอื่นที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการคลอด เช่น ความนุ่ม ความแข็ง หรือการเอียงของปากมดลูก เพื่อช่วยวิเคราะห์ความพร้อมของการคลอด
5.ช่วยแยกแยะว่าเป็นอาการเจ็บท้องคลอดจริงหรือเจ็บเตือน ซึ่งหากมีอาการเจ็บท้องแต่ปากมดลูกยังไม่เปิด หรือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แสดงว่าอาจยังเป็นเพียงเจ็บเตือน(Braxton Hicks)