สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

บำรุงน้ำนมแม่ เคล็ดลับเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่น้ำนมน้อย

เคล็ดลับสำหรับแม่น้ำนมน้อย ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้

ปัญหาน้ำนมน้อยเป็นเรื่องธรรดาของแม่มือใหม่ ใครๆ ก็แนะนำว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะมีองค์ประกอบด้านโภชนาการ เสริมสร้างภูมิต้านทาน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระวิตามินต่างๆ อีกทั้งยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูก นมแม่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดีทั้งด้านสมอง จิตใจ และอารมณ์ของลูกน้อย

แต่ถ้าน้ำนมน้อย น้ำนมแม่ไม่พอล่ะ แม่จะต้องทำอย่างไร

เป้าหมายของแม่ให้นมลูกคือการทำอย่างไรให้ตัวเองมีน้ำนมเพียงพอให้ลูกทานได้ยาวนานที่สุดแต่ถ้าน้ำนมเริ่มไม่พอต่อความต้องการของลูก แต่ถ้ามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ทำได้ 2 วิธี

วิธีที่ 1 เพิ่มน้ำนมแม่จากตัวลูก
วิธีที่ 2 เพิ่มน้ำนมแม่จากตัวคุณแม่เอง

ซึ่งควรทั้ง 2 วิธีควบคู่กันไปจึงจะสามารถช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ โดยมีเคล็ดลับง่ายๆ สำหรับทั้งสองวิธีมาฝากคุณแม่กันนะคะ 

เคล็ดลับวิธีเพิ่มน้ำนมแม่ด้วยตัวลูก

1. ดูดเร็ว

คือวิธีเพิ่มน้ำนมแม่ด้วยการให้ลูกดูดนมแม่โดยเร็ว การที่ลูกได้ดูดเต้านมคุณแม่เร็วที่สุดหลังคลอดยิ่งภายใน 1 ชม.ได้ยิ่งดี ดังนั้นคุณแม่ต้องแจ้งคุณหมอตั้งแต่ฝากครรภ์เลยว่าต้องการเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมแม่ คุณหมอจะได้พาเจ้าตัวน้อยมาดูดกระตุ้นให้เร็ว

 

2. ดูดบ่อย

คือวิธีการเพิ่มน้ำนมแม่ด้วยการให้ลูกดูดเต้านมคุณแม่บ่อยตามความต้องการของลูก หรือทุก 2-3 ชม.เพราะการดูดจะกระตุ้นให้เต้านมแม่ เร่งสร้างน้ำนมเพื่อให้น้ำนมเพียงพอกับความต้องการของลูกน้อยหากลูกหลับนานเกิน 3 ชั่วโมงควรปลุกลูกให้ดูดนม ซึ่งในการดูดแต่ละครั้ง ควรให้ลูกดูดนานอย่างน้อยข้างละ 15 -20 นาที ทั้งสองข้างสลับกัน

 

3. ดูดถูกวิธี

ลูกต้องอมหัวนมและลานนม สังเกตง่ายๆว่าริมฝีปากลูกจะบานออกอยู่ที่ลานนม1หัวนมคุณแม่อยู่ในช่องปากลูก เหงือกกดบนลานนม คางลูกแนบเต้า ปลายจมูกชิดหรือแตะเต้านม เวลาลูกดูด คุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บที่หัวนม

 

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ด้วยหลัก 3 ดูด นั้น ตัวลูกน้อยเป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ แต่ตัวคุณแม่นั้นสำคัญยิ่งกว่าค่ะ วิธีเพิ่มน้ำนมแม่จากตัวคุณแม่ ควรเริ่มตั้งแต่ฝากครรภ์ให้แจ้งความประสงค์กับสูติแพทย์ที่ฝากครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมของเต้านมแม่ หากพบว่ามีปัญหา เช่น หัวนมสั้น หัวนมบอด จะได้แก้ไขได้ทัน

 

เคล็ดลับวิธีเพิ่มน้ำนมแม่ด้วยตัวแม่เอง

มาดูกันนะคะว่าตัวคุณแม่เองสามารถเพิ่มน้ำนมแม่ ให้มีปริมาณเพียงพอ และให้น้ำนมแต่ละหยดมีคุณค่าของสารอาหารและให้พลังงานได้อย่างเต็มที่ได้อย่างไร

1. กินอาหารให้เหมือนระยะตั้งครรภ์ แต่มีปริมาณพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 500 แคลอรีต่อวัน และกินอาหารให้ครบคุณค่า คือ อาหารที่มีโปรตีน แร่ธาตุและวิตามินต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม โฟเลท ไอโอดีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีอยู่มากในเนื้อสัตว์ เนื้อปลา อาหารทะเล ตับ เครื่องในสัตว์ นม ไข่ ถั่ว งา ผักและผลไม้ เพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์ และอาหารที่ทดแทนเนื้อสัตว์ เช่น ไข่วันละ 1 ฟอง นมแบบไขมันต่ำ 3 แก้ว กินอาหารหรือสมุนไพรที่มีรสร้อน เพื่อไปเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงการหลั่งของนํ้านมแม่เพิ่มขึ้นด้วยอาหารหรือสมุนไพร ที่มีรสร้อน เช่น ขิง แกงเลียง เป็นต้น

2. ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้ ไม่น้อยกว่า 8 แก้ว  เพื่อให้ร่างกายคุณแม่มีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการสร้างน้ำนม การที่ร่างกายคุณแม่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ก็ช่วยเพิ่มน้ำนมเช่นกัน วิธีนี้คุณแม่ควรตวงน้ำไว้เลยนะคะ จะได้มั่นในว่าได้รับน้ำเพียงพอแน่นอนค่ะ

3.นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชม. เมื่อคุณแม่นอนพักเต็มที่ ร่างกายสดชื่น ไม่เครียด ก็สามารถเพิ่มน้ำนมได้ค่ะ

4. ทำใจให้สบาย ไม่เครียด เช่น ดูรูปลูก ดูเสื้อผ้า ของเล่น ของใช้ของเด็ก หรือทำงานเบาๆ เมื่อคุณแม่มีความสุข จะช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้ดีปั๊มน้ำนมแม่อย่างสม่ำเสมอ มุ่งมั่น ตั้งใจ มีวินัยในการปั๊ม ข้อสุดท้ายนี้เป็นวิธีเพิ่มน้ำนมแม่ที่สำคัญมาก ไม่แพ้ข้ออื่นเลย เพราะความตั้งใจ ความมุ่งมั่น นี้จะช่วยให้คุณแม่ก้าวผ่านอุปสรรคในการเพิ่มน้ำนมแม่ไปอย่างง่ายดาย ช่วงเวลาที่คุณแม่ได้อยู่กับลูกน้อยตลอดช่วง 3 เดือนแรกคลอดนั้น สามารถปั๊มนมทุกชั่วโมงได้เลย ยิ่งปั๊มบ่อย ร่างกายคุณแม่ยิ่งสร้างน้ำนมเพิ่ม ถ้าลูกหลับ คุณแม่แอบขโมยปั๊มได้นะคะ และถ้าลูกตื่นขึ้นมาและต้องการนม ก็ให้เข้าเต้าดูดต่อได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำนม น้ำนมนั้นมีแน่นอน แต่ลูกอาจจะหงุดหงิดบ้างที่นมแม่ไม่แรงเหมือนเดิม แต่ลูกก็จะยอมดูดต่อโดยดีค่ะ

ทำไมน้ำนมแม่สำคัญต่อทารกแรกเกิด

น้ำนมแม่คืออาหารมื้อแรกที่ทรงคุณค่ามากที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ต่างก็แนะนำให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และให้นมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมจนลูกอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ

 

สารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมกับระบบย่อยของทารก น้ำนมแม่แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ

-น้ำนมเหลือง (Colostrum) น้ำนมชุดแรกหลังคลอด อุดมด้วยโปรตีน แอนติบอดี และสารภูมิคุ้มกันเข้มข้น

-น้ำนมสุก (Mature milk) เริ่มผลิตหลังคลอดประมาณ 3–5 วัน ให้พลังงานและสารอาหารเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูก

 

เสริมภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติ

น้ำนมแม่มีส่วนผสมของ แอนติบอดี (Immunoglobulins), ไซโตไคน์ (cytokines) และ เอนไซม์เฉพาะทาง ที่ช่วยปกป้องทารกจากการติดเชื้อ เช่น ท้องเสีย ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ รวมถึงลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในระยะยาว

 

ส่งเสริมพัฒนาการระยะยาว

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีผลต่อพัฒนาการทางสมอง สติปัญญา อารมณ์ และลดความเสี่ยงของโรคในอนาคต เช่น โรคอ้วน เบาหวานประเภท 1 และ 2 และยังช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการกินในอนาคตให้มีความหลากหลาย

สาเหตุที่ทำให้น้ำนมมาน้อย

น้ำนมแม่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งด้านร่างกายและพฤติกรรมการให้นม เช่น

-การดูดหรือปั๊มนมไม่ถี่พอ

ร่างกายผลิตน้ำนมตามการกระตุ้น หากลูกดูดนมหรือปั๊มนมน้อย ร่างกายจะผลิตน้ำนมน้อยตามไปด้วย

-ท่าให้นมหรือการปั๊มไม่เหมาะสม

การแนบลูกเข้ากับเต้า (latch) ไม่ถูกต้อง ทำให้ลูกดูดนมได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการกระตุ้นการผลิตน้ำนม

-ความเครียดและสุขภาพจิต

ความกังวล ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือการผ่าคลอด อาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ออกซิโทซิน (Oxytocin) ลดลงซึ่งมีผลต่อการหลั่งน้ำนม

-ภาวะทางการแพทย์บางอย่าง

เช่น ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ, ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS), หรือมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมไม่เพียงพอ(Insufficient Glandular Tissue)

อาหารบำรุงน้ำนมที่คุณแม่ควรรับประทาน

การได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้ดีขึ้น

-พลังงาน: เพิ่มประมาณ 340–400 กิโลแคลอรีต่อวัน

-ไอโอดีนและโคลีน: ไอโอดีน 290 µg และโคลีน 550 mg ต่อวัน จากอาหาร เช่น ไข่ ปลา นม

-โปรตีนคุณภาพสูง: จากเนื้อสัตว์ ถั่ว และไข่ เพื่อช่วยสร้างน้ำนม

-ผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี: เพื่อสมดุลโภชนาการและเสริมวิตามินแร่ธาตุ

สมุนไพรช่วยกระตุ้นและบำรุงน้ำนม

-ฟักทอง มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินที่เชื่อว่าช่วยบำรุงน้ำนม

-ใบกะเพรา สมุนไพรพื้นบ้านที่นิยม เชื่อว่าช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมและลดการอักเสบ

-Fenugreek และ Milk Thistle สมุนไพรต่างประเทศที่มีรายงานการใช้เพื่อเพิ่มน้ำนม แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อน

วิธีปั๊มนม กระตุ้นน้ำนมให้ไหลดีขึ้น

การปั๊มนมให้ได้ผลดีและสามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ “การมีเครื่องปั๊มนมดี ๆ” เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยเทคนิคที่ถูกต้อง ความถี่ในการปั๊ม ความผ่อนคลายของแม่ และการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำนม ดังนี้

-ปั๊มบ่อยเหมือนให้นมจริง

-ปั๊มหลังลูกดูดเสร็จ

-ใช้เทคนิค Power Pumping

-นวดเต้าก่อนและระหว่างปั๊ม

-ฝึกปั๊มน้ำนมด้วยมือ (Hand Expression)

-ผ่อนคลายก่อนปั๊ม

-ใช้เครื่องปั๊มที่เหมาะสมและแรงดูดพอดี

การให้นมบุตรบ่อย ๆ ช่วยเพิ่มน้ำนมอย่างไร

-การให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ เป็นสัญญาณให้ร่างกายผลิตน้ำนมต่อเนื่องตามหลัก “ยิ่งดูด ยิ่งผลิต” (Supply-Demand Cycle)

-การสัมผัสแบบ Skin-to-skin ระหว่างแม่และลูกช่วยกระตุ้นฮอร์โมน Oxytocin และ Prolactin ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตและการหลั่งน้ำนม

อาหารเสริมหรือยาบำรุงน้ำนม จำเป็นไหม

อาหารเสริมบำรุงน้ำนม เช่น ไอโอดีน โคลีน หรือวิตามินรวม ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยา Domperidone มีการศึกษาว่าสามารถช่วยกระตุ้นน้ำนมในคุณแม่ที่น้ำนมน้อย แต่ยังไม่ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จึงควรใช้ เฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ท่าทางการให้นมที่ช่วยกระตุ้นน้ำนม

ท่าให้นมที่แนะนำ

-Cradle Hold ท่าอุ้มแบบประคองศีรษะลูกในอ้อมแขน

-Football Hold เหมาะสำหรับคุณแม่หลังผ่าคลอด

-Side-Lying ท่านอนให้นม เหมาะกับการพักผ่อนและให้นมในเวลากลางคืน

เทคนิค latch ที่ถูกต้อง

-ปากลูกควรอ้ากว้างและครอบหัวนมพร้อมส่วนลานนม (areola) ให้ลึกที่สุด

-ไม่ควรรู้สึกเจ็บหรือน้ำนมหยดเพียงเล็กน้อย เพราะอาจหมายถึงการแนบผิด

วิธีดูแลเต้านมให้พร้อมผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง

การดูแลเต้านมให้พร้อมสำหรับการผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะหากเต้านมได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนม ลดปัญหาเต้านมคัด เจ็บหัวนม หรือน้ำนมไหลไม่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดถึงวิธีดูแลเต้านมในแต่ละด้านตั้งแต่ก่อนคลอด ระหว่างให้นม จนถึงช่วงที่ต้องปั๊มนม

-เตรียมความพร้อมของเต้านมตั้งแต่ตั้งครรภ์

-ให้นมอย่างถูกวิธี – ปรับ latch และท่าอุ้ม

-ให้นมหรือปั๊มนมสม่ำเสมอ

-ดูแลหัวนมและป้องกันอาการบาดเจ็บ

-รักษาความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการให้นม

-นวดเต้านมช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและระบายน้ำนม

-จัดการความเครียดและพักผ่อนเพียงพอ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบำรุงน้ำนมแม่

-WHO และ UNICEF แนะนำให้นำทารกสัมผัสผิวกับแม่ทันทีหลังคลอด และเริ่มดูดนมภายในชั่วโมงแรก

-Lactation Consultant: ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมสามารถช่วยแก้ปัญหา latch ผิดหรือปัญหาน้ำนมน้อยได้อย่างตรงจุด

-ระบบสนับสนุนจากครอบครัวและที่ทำงาน มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจและต่อเนื่องในการให้นมแม่

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x