สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

พัฒนาการลูกวัยเบบี๋-7-8-9-เดือน

เขียนโดย Dumex

17 มี .ค. 2026

                      

สรุป

บทความนี้กล่าวถึงพัฒนาการสำคัญของทารกวัย 7-9 เดือน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ โดยอธิบายกิจวัตรประจำวัน การดูแลตอบสนองต่อความต้องการ และการให้อาหารที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมการเติบโตที่แข็งแรง และวางรากฐานต่อพฤติกรรมระยะยาว

ประเด็นสำคัญ 

  • อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านการเคลื่อนไหว การสื่อสาร และความอยากรู้อยากเห็น ที่เริ่มชัดเจนในช่วงอายุประมาณ 7-9 เดือน

  • ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการมีกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอและสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น ส่งเสริมให้เด็กกล้าเรียนรู้ สำรวจสิ่งรอบตัว และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

  • เน้นความสำคัญของการสร้างนิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีผลต่อรูปแบบการกิน และการควบคุมตนเองในอนาคต

  • กล่าวถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการดูแลทารก และโอกาสในการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น และการมีปฏิสัมพันธ์

     

เนื้อหา

     

    การเตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาการเด็ก 7-9 เดือน

    เมื่อพัฒนาการของลูกน้อยมาถึงวัยประมาณ 7-9 เดือน ลูกจะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจนมากขึ้น เขาจะหยิบจับสิ่งของที่ตัวเองชอบซ้ำ ๆ และเริ่มสนใจสำรวจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ในช่วงนี้ลูกจะคลานมากกว่าที่เคย และเด็กบางคนอาจเริ่มเกาะยืนได้แล้ว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับลูกวัย 7-9 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง

    เมื่อการเคลื่อนไหวของลูกคล่องตัวขึ้น เขาจะค้นพบสิ่งใหม่ ๆ รอบตัวมากมาย ทำให้ยิ่งซุกซนและต้องการพื้นที่กว้างขึ้นไว้สำหรับคลานเล่นและออกสำรวจ ลูกยังอยู่ในช่วงเรียนรู้การคลานอย่างจริงจัง และเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า “อย่า” หรือคำว่า “ไม่” จากน้ำเสียงและท่าทีของพ่อแม่

    แม้ว่าลูกน้อยของคุณอาจพร้อมในหลาย ๆ ด้านแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนอาจยังไม่สนใจจะคลาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ เพราะเขาอาจใช้วิธีคืบแทนการคลาน หรือบางครั้งอาจคลานถอยหลังด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนให้ลูกได้ขยับตัวและเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัยในแบบที่เขาถนัด

    คุณแม่สามารถจัดบ้านให้เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นที่น่าสนใจสำหรับลูกได้ เช่น นำเบาะนุ่ม ๆ มากองซ้อนกันให้ลูกคลานหรือคืบข้ามไปมา เพื่อกระตุ้นให้ลูกเรียนรู้ผ่านการสำรวจและฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เท้าของลูกเริ่มรับน้ำหนักได้มากขึ้น จึงเหมาะกับการให้ลูกลองใช้ขาและเท้าอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ลูกอาจชอบกระโดดขึ้นลงอย่างสนุกสนานบนตักของคุณ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบประสาทส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ในวัยนี้ ลูกสามารถควบคุมกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หน้าอก และหลังส่วนล่างได้ค่อนข้างดี จึงถึงเวลาส่งเสริมการพัฒนาร่างกายส่วนล่าง รวมทั้งมือและเท้าทั้งสองข้างให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

    เด็กวัยนี้มักจะแข็งแรงพอที่จะนั่งได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครคอยพยุง นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีในการให้ลูกนั่งบนเก้าอี้สูง เพื่อฝึกการนั่งตัวตรง และเปิดโอกาสให้ลูกได้ทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว ซึ่งไม่เพียงช่วยเรื่องพัฒนาการทางร่างกาย แต่ยังส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของลูกไปพร้อมกันด้วย

     

    การให้นมเด็กวัย 7-9 เดือน

    เมื่อลูกน้อยมีพัฒนาการเข้าสู่วัยประมาณ 7 เดือน ก็ถึงเวลาที่ลูกจะได้ลองอาหารใหม่ ๆ ที่มีรสชาติเข้มข้นขึ้น หลังจากคุ้นเคยกับอาหารอ่อนรสจืดในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ลูกอาจเริ่มชอบอาหารบางชนิดเป็นพิเศษและต้องการรับประทานมากขึ้น นอกจากนี้ ลูกยังพร้อมสำหรับอาหารกึ่งเหลว ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการบดเคี้ยวได้ดีขึ้น

    คุณแม่อาจเสริมมื้อนมด้วยอาหารเสริมตามวัยสำหรับทารก และควรจัดให้ลูกได้กินอาหารเป็นเวลา โดยให้ลูกนั่งรับประทานบนเก้าอี้สูงสำหรับเด็กที่มีที่รัดลำตัวอย่างปลอดภัย วิธีนี้จะช่วยสร้างนิสัยการกินที่ดีและมีระเบียบให้กับลูกตั้งแต่เล็ก

    ในช่วงวัย 8-9 เดือน ลูกน้อยยังเหมาะกับการได้รับผักหรือผลไม้ชิ้นขนาดพอเหมาะสำหรับเด็ก เพื่อให้ลูกถือกินเล่นด้วยตนเอง การได้ลองจับ บีบ และกัดผักผลไม้เหล่านี้ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อบริเวณปากและลิ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพูด แม้อาจมีความเลอะเทอะบ้างระหว่างมื้ออาหาร แต่ประโยชน์ที่ได้คือ ลูกจะสนุกกับการรับประทานอาหารมากขึ้น และมักจะรับประทานได้ในปริมาณมากขึ้นด้วย

    หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารเสริมตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก คุณแม่สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ต่อไปนี้: อาหารเสริมตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก

    สำหรับไอเดียการทำอาหารสำหรับลูกน้อย คุณแม่สามารถดูตัวอย่างเมนูได้ที่: เมนูลูกรัก

     

    การเจริญเติบโตของทารก 7-9 เดือน

    เมื่ออายุ7-9 เดือน ทารกจะมีพัฒนาการด้านการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและการรับรู้ที่ชัดเจนขึ้น ช่วงวัยนี้ลูกน้อยเริ่มสนใจสิ่งของรอบตัว และใช้มือสำรวจสิ่งต่างๆ อย่างตั้งใจ

    ลูกอาจเริ่มโยนหรือขว้างสิ่งของบ่อยขึ้น เพราะกำลังเรียนรู้วิธีการปล่อยสิ่งของออกจากมือ การได้ลองหยิบ จับ แล้วปล่อยของซ้ำๆ เป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกฝึกฝนทักษะใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และมักจะรู้สึกสนุกกับการเล่นแบบนี้

    ในวัยนี้ลูกอาจเริ่มรู้สึกกลัวการพรากจากแม่ จึงมีพฤติกรรมเกาะติดแม่มากขึ้น แม้ว่าแม่จะห่างไปเพียงชั่วครู่ก็ตาม การที่ลูกเริ่มรับรู้ว่าตัวเองแยกจากแม่ได้ เป็นขั้นตอนตามธรรมชาติของการพัฒนาทางอารมณ์

    การให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ ซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอตามกิจวัตรประจำวันที่วางไว้ สามารถช่วยลดความกลัวของลูกได้ เช่น กำหนดให้กินนมหลังตื่นนอน หรือให้อาหารว่างเป็นเวลา การทำสิ่งเดิมซ้ำในแต่ละวันช่วยให้ลูกคาดหมายสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามลำดับ และรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น

    นอกจากนี้ การเล่นซ่อนหาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความกลัวการพรากจากกันได้ เด็กเล็กมักไม่รู้สึกเบื่อกับการเล่นเกมปิดตาจ๊ะเอ๋เลย คุณแม่อาจแกล้งนำตุ๊กตาตัวโปรดของลูกไปซ่อน แล้วชวนให้ลูกช่วยกันค้นหา เมื่อได้เจอสิ่งที่หายไป ลูกจะค่อยๆ เข้าใจว่าต่อให้แม่หรือของรักหายไปจากสายตา ก็ยังคงอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้หายไปไหนจริงๆ

     

    การสื่อสารของเด็กทารกวัย 7-9 เดือน

     เมื่อเด็กเข้าวัยประมาณ 7 เดือน รูปแบบการสื่อสารจะชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านเสียงและคำพูดที่เริ่มมีความหมายมากขึ้น เด็กจะเริ่มแสดงบุคลิกภาพเฉพาะตัวให้พ่อแม่สังเกตได้ชัดเจนกว่าเดิม 

    • จดจำและหันตามเสียงเรียกชื่อ เด็กสามารถจำชื่อของตัวเองได้ และมักจะหันมามองทันทีเมื่อได้ยินพ่อแม่เรียกชื่อ

    • ออกเสียงใกล้เคียงคำที่มีความหมาย เสียงพูดเริ่มฟังดูคล้ายคำจริงมากขึ้น เด็กมักชอบออกเสียงคำหรือพยางค์เดี่ยวที่ออกเสียงได้ง่าย เริ่มออกเสียงพยางค์ซ้ำๆ (Babbling) เช่น “ดา ดา” “มา มา” “ปา ปา”

    • แสดงความคิดและความรู้สึกผ่านหลากหลายเสียง เด็กจะแสดงความต้องการและอารมณ์ของตัวเองเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงพูดคุย การหัวเราะ การส่งเสียงคัดค้าน หรือการกรีดร้องดัง ๆ

    • เริ่มเข้าใจคำว่า “หยุด”,“ ไม่ ” ,“อย่า” เด็กเริ่มเข้าใจความหมายของคำห้ามอย่างคำว่า “อย่า” แม้ว่าบางครั้งอาจยังไม่ยอมเชื่อฟังหรือหยุดตามที่พ่อแม่บอกก็ตาม

     พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเด็กทารกวัย 7-9 เดือนกำลังเรียนรู้ที่จะสื่อสารและโต้ตอบกับคนรอบตัวมากขึ้นทีละน้อย ผ่านทั้งเสียง คำพูด และปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตัวเอง 

     

    การเรียนรู้ของเด็กทารกวัย 7-9 เดือน

     ในช่วงวัยประมาณ 7 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มหันมาสนใจการที่คุณอ่านหนังสือให้ฟังมากขึ้น ทั้งการมองหน้าคุณเวลาพูดคุย ฟังน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปตามเนื้อหา และพยายามเอื้อมมือไปพลิกหน้าหนังสือด้วยตนเอง พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสัญญาณว่า ลูกกำลังใช้ประสาทสัมผัสหลายด้านในการเรียนรู้จากหนังสือ

     ลูกมักจะชอบมองรูปภาพที่มีสีสันสดใสบนหน้ากระดาษ และดูคุณอ่านออกเสียงอย่างตั้งใจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ ลูกยังไม่สามารถเชื่อมโยงภาพที่เห็นกับคำพูดหรือคำอ่านของคุณได้อย่างชัดเจน จำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่สมองจะพัฒนาไปถึงขั้นนั้น 

     หนังสือภาพสัตว์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับวัยนี้ เพราะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกได้ง่าย ทั้งจากรูปภาพขนาดใหญ่ สีสันชัดเจน และเสียงแปลกใหม่ที่คุณเลียนแบบให้ฟังเมื่ออ่านชื่อสัตว์ หรือเสียงร้องของสัตว์ต่าง ๆ การอ่านแบบนี้ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เสียงใหม่ ๆ และค่อย ๆ จดจำความแตกต่างของเสียงแต่ละแบบ 

     นอกจากหนังสือแล้ว ลูกวัยนี้ยังตื่นตัวและตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน การให้ลูกได้คลานเล่นบนพื้นอย่างปลอดภัย จะเปิดโอกาสให้ลูกได้สำรวจสิ่งรอบตัวด้วยสายตาและการสัมผัส 

     คุณอาจชี้ชวนให้ลูกมองดูสิ่งของ หรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว พร้อมทั้งเรียกชื่อสิ่งนั้นไปด้วยทุกครั้ง กิจกรรมง่าย ๆ เช่นนี้จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กผ่านการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เห็นกับคำที่ได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติ 

     

    ความสำคัญของพฤติกรรมการกินในช่วงวัย 0–2 ปี

    พฤติกรรมและทักษะการกินในช่วงอายุ 0–2 ปีแรก เป็นรากฐานสำคัญของพฤติกรรมการกินเมื่อเข้าสู่วัยเด็กโต ไม่ว่าจะเป็นการเคี้ยวอาหารโดยไม่อมข้าว การนั่งกินอาหารเป็นที่ การตักข้าวกินเอง หรือการเข้าใจมารยาทบนโต๊ะอาหาร ล้วนเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในช่วงวัยทารกและวัยหัดเดินทั้งสิ้น

    ดังนั้น พฤติกรรมการกินที่ดีและการเติบโตที่สมวัยของเด็ก จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือระหว่างพ่อแม่และเด็ก ทั้งในด้านการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การวางตัวอย่างที่เหมาะสม และการสร้างบรรยากาศการกินอาหารที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของลูก

     

    สรุป

    ช่วงวัย 7–9 เดือน เป็นเวลาสำคัญที่ลูกน้อยกำลังค้นพบโลกกว้างและทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การเตรียมบ้านให้ปลอดภัย เหมาะกับการคลาน การเกาะยืน และการเล่นสำรวจ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ เมื่อผสานการดูแลด้านโภชนาการ การให้นม และการกระตุ้นพัฒนาการด้านการสื่อสารและการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ลูกจะเติบโตแข็งแรง สมวัย และมีพื้นฐานที่ดีสำหรับก้าวต่อไป

    ประเด็นสำคัญ

    • จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย รองรับการคลานและการเกาะยืนของลูก

    • ดูแลโภชนาการและการให้นมให้เหมาะสมกับพัฒนาการวัย 7–9 เดือน

    • เล่น พูดคุย และโต้ตอบกับลูกบ่อย ๆ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารและพัฒนาการสมอง

    • สังเกตพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้ เพื่อปรับรูปแบบการเลี้ยงดูให้เหมาะกับลูกแต่ละคน

       

    คำถามที่พบบ่อย

    เด็ก 7-9 เดือนมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้ออย่างไร

    เด็ก 7-9 เดือนควบคุมกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หน้าอก และหลังได้ดี เริ่มคลาน เกาะยืน นั่งได้เอง และชอบโยนสิ่งของ เพื่อฝึกทักษะการปล่อยของจากมือ

    เด็กทารกวัย 7-9 เดือนพัฒนาการสื่อสารอย่างไร

    เด็ก 7-9 เดือนจำชื่อตัวเองได้ หันมาเมื่อเรียกชื่อ ออกเสียงคำพยางค์เดียวได้ชัด แสดงความเห็นด้วยเสียง หัวเราะ และเข้าใจคำว่า “หยุด” ,“ ไม่ ” "อย่า" แล้ว

    เด็กทารกวัย 7-9 เดือนเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาอย่างไร

    เด็ก 7-9 เดือนสนใจการอ่านหนังสือ ชอบดูรูปภาพสีสัน พยายามพลิกหน้าหนังสือ ตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และเรียนรู้จากการสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

    จะเตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก 7-9 เดือนอย่างไร

    เมื่อเด็ก 7-9 เดือนเริ่มคลาน และเกาะยืน ควรจัดบ้านให้ปลอดภัย โดยเก็บของอันตรายให้พ้นมือเด็ก จัดพื้นที่กว้างสำหรับคลานเล่น และสร้างสนามเด็กเล่นที่น่าสนใจ ด้วยเบาะซ้อนกัน

    เด็กวัย 7-9 เดือนควรกินอาหารอะไร และให้นมอย่างไร

    เด็กวัย 7-9 เดือนพร้อมกินอาหารกึ่งเหลว และผักผลไม้ชิ้นเล็ก สำหรับถือกิน ควรให้นั่งกินบนเก้าอี้สูงเมื่อถึงเวลาทานอาหาร เพื่อสร้างนิสัยการกินที่ดี

    เรื่องน่ารู้ :  ทำไมพฤติกรรมการกินในช่วง 0-2 ปีแรกจึงสำคัญ

    พฤติกรรมการกินในช่วง 0-2 ปีแรกเป็นรากฐานสำคัญของทักษะการกินเมื่อโต เช่น การเคี้ยว ไม่อมข้าว นั่งกินเป็นที่ ตักข้าวเอง และมารยาทบนโต๊ะอาหาร

     

    REf

    https://choc.org/ages-stages/7-to-9-months/

    https://www.mayoclinic.org/about-mayo-clinic/contact

    https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/1646492516035-883474701.pdf#:~:text=%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%20%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%86%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%EF%BF%BD%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B8%A5%EF%BF%BD%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%206%2D7%20%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99,%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%20%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0/%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%20%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B

    CVM M26-293

    Careline Footer

    Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

    ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

    x