สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

รู้จักลักษณะสะดือทารกใกล้หลุดเป็นแบบไหน พร้อมวิธีดูแลและป้องกันอันตราย

ลูกสะดือยังไม่แห้งเลยค่ะ สะดือหลุดตอนได้ 8 วัน ก็เช็ดแอลกอฮอล์ ทุกวันหลังอาบน้ำ จนตอนนี้อายุ 1 เดือนกับ 12วัน จะเป็นอันตรายมั้ยค่ะ

careline

แคร์ไลน์จันทรา

"ถ้ารอยตรงสะดือที่หลุดไปเป็นสะเก็ดแล้ว แต่มีเลือดหรือน้ำใสๆซึมบ้างตอนสะเก็ดลอกเป็นลักษณะที่พบได้ค่ะ ควรเช็ดสะดือหลังอาบน้ำเช้า-เย็น และใส่เสื้อผ้าที่เนื้อผ้าบางเบา หลีกเลี่ยงขอบกางเกงส่วนหนามาทับที่สะดือด้วยนะคะ เพื่อจะได้ช่วยให้สะดือแห้งเร็วขึ้นและลดการเสียดสีค่ะ แต่ถ้าสะดือน้องบวมแดง สะดือแฉะเปียกตลอด มีกลิ่น หรือเป็นหนอง น้องร้องกวนงอแง ควรพาน้องไปพบแพทย์เนื่องจากน่าจะมีการอักเสบหรือติดเชื้อค่ะ"

สะดือเด็กแรกเกิดคืออะไร? ทำไมต้องหลุดเองตามธรรมชาติ

สะดือเด็กแรกเกิดคือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างสายสะดือของทารกกับรกแม่ในครรภ์ สายสะดือนี้ทำหน้าที่ส่งสารอาหารและออกซิเจนจากแม่ไปสู่ทารก และรับของเสียจากทารกกลับไปยังแม่ หลังคลอด สายสะดือจะถูกตัดและเหลือส่วนที่ติดอยู่กับสะดือของทารก ซึ่งจะเรียกว่า “สายสะดือ” หรือ “สายสะดือเด็ก” โดยส่วนนี้จะค่อย ๆ แห้งและหลุดออกเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาหนึ่ง

การที่สะดือเด็กแรกเกิดต้องหลุดเองตามธรรมชาติเป็นกระบวนการปกติของร่างกาย เพื่อให้บริเวณสะดือแห้ง ป้องกันการติดเชื้อ และเปิดโอกาสให้ผิวหนังใหม่งอกขึ้นมาปกคลุมสะดือ ทำให้สะดือเด็กแข็งแรงและสมบูรณ์ในที่สุด

สายสะดือใกล้หลุดมีลักษณะอย่างไรบ้าง

สายสะดือใกล้หลุดมักจะมีลักษณะดังนี้

-ขนาดของสายสะดือเล็กลงกว่าตอนแรกมาก

-สีของสายสะดือจะเปลี่ยนจากสีสดใสเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม แสดงถึงการแห้งและตายของเนื้อเยื่อ

-บริเวณรอบ ๆ สะดือจะเริ่มแห้งและเป็นสะเก็ด

-อาจมีเลือดซึมหรือมีน้ำใส ๆ เล็กน้อยเมื่อสะเก็ดหลุดออก

-สายสะดือจะขยับตัวได้เล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัส

ในช่วงนี้ควรระวังไม่ให้สายสะดือถูกดึงหรือขยี้แรง เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกหรือการติดเชื้อได้

ระยะเวลาปกติที่สะดือควรหลุดหลังคลอด

โดยปกติแล้วสะดือเด็กจะหลุดเองได้ภายใน 1-3 สัปดาห์หลังคลอด แต่บางครั้งอาจนานถึง 4 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาปกติที่ไม่ต้องกังวล หากเกินกว่านี้ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการหลุดของสายสะดือ ได้แก่ การดูแลความสะอาด, สุขภาพโดยรวมของทารก, ความชื้นและการระบายอากาศบริเวณสะดือ, ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรือผิวหนังอักเสบ

วิธีดูแลสายสะดือทารกให้สะอาดและปลอดภัย

1.เช็ดสะอาดหลังอาบน้ำ ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ สายสะดือให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ

2.ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ โดยจะปล่อยให้สายสะดือแห้งโดยไม่ต้องหุ้มหรือพันแน่น เพื่อให้ไม่เกิดความอับชื้นและลดความเสี่ยงติดเชื้อ

3.หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาหรือแอลกอฮอล์เช็ดบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวหนังบริเวณสะดือแห้งและระคายเคือง

4.ใส่เสื้อผ้าบางเบาและหลวม เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีและไม่ระคายเคืองบริเวณสะดือ

5.ตรวจสอบความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ เช่น การบวม แดง หรือมีกลิ่นเหม็น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อลูกมีสะดือใกล้หลุด

-ไม่ควรดึงสายสะดือออกเอง เพราะอาจทำให้เกิดเลือดออกหรือบาดเจ็บ

-ไม่ควรพันผ้าหรือหุ้มสายสะดือแน่นเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความอับชื้นและติดเชื้อได้

-ไม่ควรใช้น้ำยาหรือแอลกอฮอล์เช็ดบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวหนังบริเวณสะดือระคายเคืองและลอก

-ไม่ควรปล่อยให้บริเวณสะดือเปียกชื้นนาน ๆ ควรเช็ดให้แห้งทันทีหลังเปียกน้ำ

-ไม่ควรใช้สิ่งของแปลกปลอม เช่น สำลีก้าน แหย่หรือขูดสะดือเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและบาดเจ็บ

สะดือหลุดแล้วต้องทำอย่างไรต่อ

หลังจากสะดือหลุด ควรปฏิบัติดังนี้

1.ทำความสะอาดบริเวณสะดือด้วยน้ำสะอาดหรือแอลกอฮอล์เจล (ถ้าแพทย์แนะนำ) เช็ดเบา ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

2.ปล่อยให้บริเวณสะดือแห้งและเปิดโล่ง ไม่ควรพันผ้าหรือปิดทับมากเกินไป

3.สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง น้ำเหลือง หรือมีกลิ่นเหม็น หากพบควรไปพบแพทย์ทันที

4.ดูแลอย่างต่อเนื่องจนกว่าบริเวณสะดือจะแห้งสนิทและผิวหนังสมานกัน

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสะดือเด็ก

-เชื่อว่าต้องเช็ดสะดือด้วยแอลกอฮอล์บ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจทำให้ผิวแห้งและลอกได้

-เชื่อว่าควรดึงสายสะดือออกเองเมื่อเห็นว่าแห้ง แต่อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อ

-เชื่อว่าต้องพันสายสะดือแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เปียกน้ำ แต่แท้จริงอาจจะทำให้เกิดความอับชื้นและติดเชื้อ

-เชื่อว่าสะดือต้องหลุดภายใน 7 วัน ในความเป็นจริงอาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ก็เป็นเรื่องปกติ

-เชื่อว่าถ้าสะดือเปียกจะเป็นอันตรายเสมอ แต่ถ้าดูแลถูกต้องและเช็ดให้แห้งจะไม่เป็นอันตราย

คำแนะนำจากกุมารแพทย์เรื่องการดูแลสะดืออย่างถูกต้อง

กุมารแพทย์แนะนำว่า การดูแลสะดือเด็กแรกเกิดควรทำอย่างอ่อนโยนและถูกวิธี เพื่อป้องกันการติดเชื้อและปัญหาอื่น ๆ โดยมีแนวทางดังนี้

-ปล่อยให้สายสะดือแห้งและหลุดเองตามธรรมชาติ

-เช็ดทำความสะอาดสะดือด้วยน้ำสะอาดหรือสำลีชุบน้ำอุ่นหลังอาบน้ำทุกครั้ง

-หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือยาฆ่าเชื้อถ้าไม่มีคำแนะนำจากแพทย์

-อย่าดึงสายสะดือออกเอง

-ตรวจสอบสะดือทุกวัน หากพบรอยแดง บวม น้ำเหลือง หรือกลิ่นเหม็น ให้รีบพบแพทย์ทันที

-หลังสะดือหลุด ให้ดูแลบริเวณสะดือจนผิวหนังสมานและแห้งสนิท

การดูแลสะดือเด็กที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและทำให้ทารกมีสุขภาพดีในช่วงแรกเกิด

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมโปรดส่งอีเมลถึงแคร์ไลน์

 

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x