สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
"ถ้าหากอุจจาระนิ่มดี สีเขียวหรือสีเขียวขี้ม้า ถือว่าเป็นสีที่ปกติของอุจจาระค่ะ สีเขียวนี้เป็นสีของอุจจาระที่มีการขับธาตุเหล็กออกมา เนื่องจากในน้ำนมจะมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบตามธรรมชาติ เมื่อน้องกินนมน้องจะได้รับธาตุเหล็ก ร่างกายจะมีการดึงธาตุเหล็กไปใช้ เมื่อร่างกายได้รับธาตุเพียงพอแล้วก็จะขับธาตุเหล็กออกมาเมื่อสัมผัสกับน้ำย่อยในทางเดินอาหารก็จะกลายเป็นสีเขียวได้ และหากอีกระยะ สีอุจจาระกลับมาเป็นสีเหลืองตามที่เคยพบ ก็แสดงว่าร่างกายมีการดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ไม่หลงเหลือมาในระบบทางเดินอาหารค่ะ ขอเพียงน้องขับถ่ายนิ่มดี สีเหลืองหรือเขียวอาจจะพบสลับกันได้ค่ะ และกรณีที่คุณแม่ทานผักสีเขียวเยอะ เมื่อลูกกินนมแม่แล้วลูกถ่ายอุจจาระสีเขียวก็เพราะว่าผักใบเขียวให้ธาตุเหล็กสูงนั่นเองค่ะ"
อุจจาระของทารก โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึง 2 ขวบ มักมีการเปลี่ยนแปลงของสี กลิ่น และความถี่อยู่เสมอ หนึ่งในสีที่คุณพ่อคุณแม่มักกังวลคือ “สีเขียวขี้ม้า” โดยเฉพาะหากมีกลิ่นเหม็นมาก โดยสาเหตุที่พบบ่อยเกิดมาจาก
1.ธาตุเหล็กในน้ำนม หรืออาหารเสริม ซึ่งธาตุเหล็กสามารถทำให้อุจจาระเป็นสีเขียวเข้มได้ โดยเฉพาะในเด็กที่ดื่มนมสูตรเสริมธาตุเหล็ก
2.การย่อยน้ำนมไม่สมบูรณ์ หากเด็กดูดนมแต่ได้แต่น้ำนมส่วนต้น มีน้ำเยอะและแลคโตสสูง อาจทำให้ถ่ายเหลวและสีเขียวได้
3.การติดเชื้อไวรัสหรือลำไส้อักเสบทำให้เกิดอุจจาระสีเขียวปนเมือก หรือกลิ่นเหม็นผิดปกติ
4.การเปลี่ยนแปลงอาหารกระทันหันอาจทำให้ลำไส้เด็กตอบสนองด้วยการถ่ายเป็นสีเขียว
ลักษณะอุจจาระสีเขียวที่ควรสังเกต
-มีลักษณะสีเขียวขี้ม้าเข้ม และมีลักษณะเหลวหรือมีเมือก
-กลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ กว่าปกติที่ลูกเคยถ่าย
-อุจจาระมีฟองหรือปริมาณมากผิดปกติ
ถ้าหากมีอาการดังกล่าวเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น มีไข้ อาเจียน เบื่ออาหาร หรือดูซึม อาจมีการติดเชื้อหรือภาวะอื่นแทรกซ้อน ควรพาลูกพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
เมื่อลูกมีอุจจาระสีเขียวขี้ม้าและมีกลิ่นเหม็น พ่อแม่อย่าเพิ่งตื่นตกใจไป เพราะในหลายกรณีอาจเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายตอบสนองต่ออาหารใหม่หรือธาตุเหล็ก
คำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
1.ตรวจสอบอาหารและนมที่ให้ลูก หากลูกกินนมแม่ ควรให้ลูกดูดนมแต่ละข้างให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้ได้น้ำนมส่วนท้าย หากกินนมผสม ควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกสูตรนมที่เหมาะสม
2.หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารแบบฉับพลัน โดยเฉพาะในเด็กที่เริ่มทานอาหารเเสริมตามวัย ควรแนะนำให้เปลี่ยนทีละชนิด สังเกตอาการอย่างน้อย 3-5 วันต่อรายการอาหารที่รับประทาน
3.หมั่นสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพโดยรวมของลูก เช่น กินได้ตามปกติหรือไม่ ร่าเริง ไม่มีไข้ น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ถือว่าไม่มีอันตราย
หากลูกมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับอุจจาระสีเขียวขี้ม้าและเหม็นมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด หรืออาจจะมีการถ่ายเขียวปนเมือกหรือเลือด มีการอาเจียนบ่อย เบื่ออาหาร รู้สึกมีไข้สูง ซึม หรือร้องกวนผิดปกติ และอาจจะถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้งจนเสี่ยงขาดน้ำ หรือถ่ายเป็นฟองมากและมีกลิ่นเน่ารุนแรง ซึ่งการตรวจจากแพทย์อาจรวมถึงการวิเคราะห์อุจจาระ ตรวจอาการขาดน้ำ และวินิจฉัยภาวะที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.