สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ลูกเหงื่อออกเยอะ ผมเปียก เกิดจากอะไร? สาเหตุทั่วไปที่ควรรู้
เหงื่อออกมากในทารกเป็นเรื่องปกติหรือไม่ในวัยแรกเกิด – 1 ปี
การทำงานของต่อมเหงื่อในทารก: ระบบยังพัฒนาอยู่หรือไม่
อาหารหรือภาวะขาดวิตามิน D เกี่ยวข้องกับเหงื่อมากหรือไม่
เช็กสิ่งแวดล้อม: ห้องนอนลูกร้อนเกินไปหรือเสื้อผ้าไม่เหมาะ
เหงื่อออกเฉพาะเวลานอนกลางคืน: สัญญาณภาวะผิดปกติที่ควรสังเกต
ในทารกแรกเกิด ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังทำงานไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้ทารกเหงื่อออกง่ายเพื่อปรับสมดุลอุณหภูมิ แม้ในวันที่อากาศเย็นก็ตาม โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ ซึ่งมีต่อมเหงื่อหนาแน่น และมักถูกคลุมด้วยหมวกหรือผ้าห่มระหว่างนอนหลับ นอกจากนี้ เหงื่อออกมากยังอาจเกิดจาก พฤติกรรมการเลี้ยงดู เช่น
-ห่อตัวลูกแน่นเกินไป
-สวมหมวกหรือเสื้อผ้าหนาในห้องที่อุณหภูมิสูง
-ห้องนอนไม่ถ่ายเทอากาศ
-ภายในห้องนอน อากาศไม่ถ่ายเท
โดยทั่วไป เหงื่อออกในทารกถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึง 1 ปีดังนี้
ทารกคลอดครบกำหนด (≥ 36–37 สัปดาห์): มักมีเหงื่อบริเวณศีรษะตั้งแต่ช่วงแรกเกิด
ทารกคลอดก่อนกำหนด (< 36 สัปดาห์): อาจเริ่มมีเหงื่อในช่วงสัปดาห์ที่ 2–3 หลังคลอด
อย่างไรก็ตาม หากพบว่า เหงื่อออกมากผิดปกติ เช่น ศีรษะชุ่มทั้งที่อากาศไม่ร้อน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ทันที เพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม
ปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการขาดวิตามิน D ทำให้เหงื่อออกมากโดยตรง อย่างไรก็ตาม การขาดวิตามิน D อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะในทารกที่มีปัญหาโภชนาการหรือภาวะพร่องสารอาหาร ซึ่งอาจกระทบต่อกลไกควบคุมอุณหภูมิหากสงสัยว่าลูกอาจขาดวิตามิน D ควรปรึกษาแพทย์ โดยสังเกตอาการร่วม เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกไม่แข็งแรงพัฒนาการล่าช้า เป็นต้น
หากลูกเหงื่อออกมากเฉพาะช่วงนอนกลางคืน ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หน้าซีด เพราะอาการดังกล่าวเป็นสัญญาณของ ภาวะหัวใจล้มเหลวในทารก (Congestive Heart Failure) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในทารกที่ดูปกติ นอกจากนี้ งานวิจัยบางฉบับรายงานว่า เด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) มักมีเหงื่อออกมากผิดปกติในช่วงก่อนเกิดเหตุ ดังนั้นหากลูกมีเหงื่อออกเยอะร่วมกับพฤติกรรมที่ดูไม่สบายตัว ควรรีบพบแพทย์ทันที
-ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม 24–27 °C
-ใช้พัดลมหรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท (แต่ไม่เป่าโดนตัวลูกโดยตรง)
-ใส่เสื้อผ้าหลวม เบา สวมหมวกครึ่งศีรษะเฉพาะเมื่อต้องการป้องกันความหนาวหรือลมแรง
-อาบน้ำประจำ เพื่อชำระเหงื่อและลดความอับชื้น
-หลีกเลี่ยงการห่อตัวหรือคลุมหัวตลอดเวลา
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เหงื่อออกมากผิดปกติ , ตัวร้อนจนน่าเป็นห่วง ,หายใจลำบาก หรือดูไม่สบายตัว
- ตรวจเช็คการทำงานของหัวใจ หากเหงื่อออกมากในช่วงให้นมหรือออกแรง
- พิจารณาวิตามินและอาหารเสริม ปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเสมอ และยึดตามแนวทางของ WHO หรือ UNICEF เพื่อความปลอดภัย
-ตรวจเลือดเมื่อสงสัยขาดสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามิน D ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและระบบภูมิคุ้มกัน
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.