สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

ทำไมลูกเหงื่อออกเยอะจนผมเปียก? รู้สาเหตุและแนวทางดูแลอย่างละเอียด

ทำไมลูกถึงมีเหงื่อที่ศรีษะออกเยอะ? บางครั้งอากาศเย็น... เหงื่อยังออก

careline

แคร์ไลน์ วราภรณ์

"เด็กมีความต้องการในการใช้พลังงานที่สูงมากกว่าผู้ใหญ่สังเกตง่ายๆ จากอัตราการเต้นของชีพจรเด็กจะเร็วกว่าผู้ใหญ่ เกิดการใช้พลังงานมากดังนั้นจึงต้องมีการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเผาผลาญพลังงานก็ย่อมมีมาก การระบายความร้อนออกจากร่างกายทำได้โดยการขับออกเป็นเหงื่อ ดังนั้นการที่เห็นว่าทารกนอนดูดนมเฉยๆ ทำไมถึงมีเหงื่อเยอะจัง เพราะภายในร่างกายของเขามีการทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ผิดปกติค่ะ ขณะที่ผู้ใหญ่จะใช้พลังงานสูงเท่ากับที่เด็กทารกต้องการ ก็ต่อเมื่อมีการออกกำลัง จนชีพจรเต้นเร็วเท่ากับเด็กทารก ถึงเวลานั้นเราก็มีเหงื่อออกเต็มตัวเหมือนเด็กทารกเวลาดูดนมเช่นกันค่ะ"

ลูกเหงื่อออกเยอะ ผมเปียก เกิดจากอะไร? สาเหตุทั่วไปที่ควรรู้

ในทารกแรกเกิด ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังทำงานไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้ทารกเหงื่อออกง่ายเพื่อปรับสมดุลอุณหภูมิ แม้ในวันที่อากาศเย็นก็ตาม โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ ซึ่งมีต่อมเหงื่อหนาแน่น และมักถูกคลุมด้วยหมวกหรือผ้าห่มระหว่างนอนหลับ นอกจากนี้ เหงื่อออกมากยังอาจเกิดจาก พฤติกรรมการเลี้ยงดู เช่น

-ห่อตัวลูกแน่นเกินไป

-สวมหมวกหรือเสื้อผ้าหนาในห้องที่อุณหภูมิสูง

-ห้องนอนไม่ถ่ายเทอากาศ

-ภายในห้องนอน อากาศไม่ถ่ายเท

เหงื่อออกมากในทารก เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ในวัยแรกเกิด – 1 ปี

โดยทั่วไป เหงื่อออกในทารกถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึง 1 ปีดังนี้

ทารกคลอดครบกำหนด (≥ 36–37 สัปดาห์): มักมีเหงื่อบริเวณศีรษะตั้งแต่ช่วงแรกเกิด

ทารกคลอดก่อนกำหนด (< 36 สัปดาห์): อาจเริ่มมีเหงื่อในช่วงสัปดาห์ที่ 2–3 หลังคลอด

อย่างไรก็ตาม หากพบว่า เหงื่อออกมากผิดปกติ เช่น ศีรษะชุ่มทั้งที่อากาศไม่ร้อน หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ทันที เพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลที่เหมาะสม

การทำงานของต่อมเหงื่อในทารก: ระบบยังพัฒนาอยู่หรือไม่

แม้ว่าทารกจะมีจำนวนต่อมเหงื่อเทียบเท่าผู้ใหญ่ แต่การทำงานของต่อมเหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้เหงื่อมีความเข้มข้นมากกว่าปกติ และเกิดการอุดตันของผิวหนังได้ง่าย เช่น ผดผื่น หรือผื่นร้อน โดยเฉพาะในบริเวณที่ถูกคลุม เช่น ศีรษะ หลัง หรือข้อพับต่าง ๆ

อาหารหรือภาวะขาดวิตามิน D เกี่ยวข้องกับเหงื่อมากหรือไม่

ปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการขาดวิตามิน D ทำให้เหงื่อออกมากโดยตรง อย่างไรก็ตาม การขาดวิตามิน D อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะในทารกที่มีปัญหาโภชนาการหรือภาวะพร่องสารอาหาร ซึ่งอาจกระทบต่อกลไกควบคุมอุณหภูมิหากสงสัยว่าลูกอาจขาดวิตามิน D ควรปรึกษาแพทย์ โดยสังเกตอาการร่วม เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง  กระดูกไม่แข็งแรงพัฒนาการล่าช้า เป็นต้น

เช็กสิ่งแวดล้อม: ห้องนอนลูกร้อนเกินไปหรือเสื้อผ้าไม่เหมาะ

พ่อแม่ควรสำรวจสภาพแวดล้อมที่ลูกอยู่ว่าเอื้อต่อการระบายอากาศหรือไม่ เช่น

-อุณหภูมิห้องสูงเกิน (> 34 °C) ส่งผลให้เหงื่อออกมาก

-แนะนำเสื้อผ้าผ้าฝ้ายบาง เบาสีอ่อน ระบายอากาศดี

-ไม่ควรห่อแน่น ใช้ผ้าอ้อมหรือผ้าห่มอุ่นแต่ไม่หนักจนเกินไป

เหงื่อออกเฉพาะเวลานอนกลางคืน: สัญญาณภาวะผิดปกติที่ควรสังเกต

หากลูกเหงื่อออกมากเฉพาะช่วงนอนกลางคืน ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น  หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หน้าซีด เพราะอาการดังกล่าวเป็นสัญญาณของ ภาวะหัวใจล้มเหลวในทารก (Congestive Heart Failure) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในทารกที่ดูปกติ นอกจากนี้ งานวิจัยบางฉบับรายงานว่า เด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome)  มักมีเหงื่อออกมากผิดปกติในช่วงก่อนเกิดเหตุ ดังนั้นหากลูกมีเหงื่อออกเยอะร่วมกับพฤติกรรมที่ดูไม่สบายตัว ควรรีบพบแพทย์ทันที

การดูแลลูกเหงื่อออกเยอะให้สบายตัวทั้งกลางวันและกลางคืน

-ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม 24–27 °C

-ใช้พัดลมหรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท (แต่ไม่เป่าโดนตัวลูกโดยตรง)

-ใส่เสื้อผ้าหลวม เบา สวมหมวกครึ่งศีรษะเฉพาะเมื่อต้องการป้องกันความหนาวหรือลมแรง

-อาบน้ำประจำ เพื่อชำระเหงื่อและลดความอับชื้น

-หลีกเลี่ยงการห่อตัวหรือคลุมหัวตลอดเวลา

คำแนะนำจากแพทย์ในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายลูกน้อย

- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เหงื่อออกมากผิดปกติ , ตัวร้อนจนน่าเป็นห่วง ,หายใจลำบาก หรือดูไม่สบายตัว

- ตรวจเช็คการทำงานของหัวใจ หากเหงื่อออกมากในช่วงให้นมหรือออกแรง 

- พิจารณาวิตามินและอาหารเสริม ปรึกษากุมารแพทย์ก่อนเสมอ และยึดตามแนวทางของ WHO หรือ UNICEF เพื่อความปลอดภัย

-ตรวจเลือดเมื่อสงสัยขาดสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามิน D ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและระบบภูมิคุ้มกัน

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมโปรดส่งอีเมลถึงแคร์ไลน์

 

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x