สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

นมผงกับวิธีชงอย่างถูกวิธีพร้อมคำแนะนำในการเลือกรับประทานนมผง

วิธีชงนมผงให้ลูกด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ

การชงนมที่อาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพ่อแม่มือใหม่ แต่ถ้าทำไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ร้อนเกินไป หรืออาจทำลายคุณค่าสารอาหารที่ลูกควรจะได้รับ ดังนั้น มาดูวิธีการชงนมที่ถูกวิธี ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมน้ำ

- น้ำที่นำมาใช้ : นั้นอาจเป็น น้ำประปา  น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำกรอง แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแร่ น้ำบาดาล เนื่องจากมีแร่ธาตุสูงเกินความต้องการของเด็ก แต่ต้องผ่านการต้มให้เดือดเพื่อทำลายเชื้อโรคให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างน้อยประมาณ 5 นาที ให้น้ำมีความสะอวด ปลอดภัย   หากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ให้ทำการพักน้ำก่อนไม่ใช้น้ำที่ออกจากก๊อกทันที ทั้งนี้เพื่อให้ตะกอนที่มากับน้ำตกลงด้านล่างและเลือกเฉพาะน้ำที่ใสไม่มีตะกอน ไม่กลิ่น การตั้งน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที จะช่วยในการกำจัดกลิ่นคลอรีนที่มากับน้ำประปาได้ และหมั่นตวรเช็คความสะอาดของถังน้ำท่อน้ำในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ

- อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมในการชงนม คือ  40 องศาเซลเซียส ห้ามใช้น้ำร้อนเกิน 40 องศา หรือน้ำเดือดชงนมเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลูกทานนมที่ร้อนเกินไป เกิดอันตรายต่อลูกได้ และทำให้คุณค่าสารอาหารบางชนิดถูกทำลายด้วยความร้อน

ขั้นตอนที่ 2: ผสมนมตามอัตราส่วนข้างบรรจุภัณฑ์ที่แนะนำ

เริ่มจากใส่น้ำต้มสุกอุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส หรือตรวจสอบความร้อนโดยการหยดที่หลังมือ แค่รู่สึกอุ่น ลงในขวดนมก่อน ตามอัตราส่วนที่ระบุข้างกล่อง จากนั้นค่อยตวงผลิตภัณฑ์นมผงตามปริมาณที่แนะนำใส่ตามลงไป(ควรชงในปริมาณที่ลูกทานแต่ละมื้อ)

ขั้นตอนที่ 3: เขย่า

ปิดฝาแล้วเขย่าขวด โดยการแกว่งขวดนมเป็นวงกลมเบาๆหรือคว่ำสลับหงายขวดนมขึ้นลงเบาๆจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ละลายหมด ไม่จำเป็นต้องแกว่งแรง เพราะอาจทำให้เกิดฟองมาก  แต่ถ้ามีฟองมาก ให้วางพักและคลายเกียวฝาขวดนมเล็กน้อยสักครู่ฟองจะน้อยลง หรือหายไปทั้งหมด จึงให้ลูกทานได้

ข้อแนะนำ: นมที่ชงแล้วควรให้ลูกทานให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง แต่ถ้าทานไม่หมด ควรทิ้งทันที สำหรับนมเด็กโต1ขวบขึ้นไป ถ้าชงแล้วแต่ยังไม่ได้ทาน(ยังไม่ได้สัมผัสปากลูก) ให้เก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาและใช้ให้หมดภายใน  24 ชั่วโมง ห้ามแช่แข็งเก็บไว้

ความแตกต่างระหว่างนมผงกับนมแม่

น้ำนมแม่เป็นอาหารธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับทารก มีสารอาหารที่สมดุล มีใยอาหาร ย่อยง่าย และมีสารอาหารกระตุ้นภูมิต้านทานที่จำเป็นต่อสุขภาพและพัฒนาการของทารก ในขณะที่นมผงได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อให้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อเด็กตามช่วงวัย  แต่อาจจะไม่มีส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ในระดับเดียวกับนมแม่ และยังเสี่ยงต่อปัญหาการย่อยและการดูดซึมมากกว่านมแม่ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเลือกนมผงให้ลูก

วิธีเลือกนมผงให้เหมาะกับวัยเด็ก

การเลือกนมผงที่เหมาะสมกับวัยของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม

-สูตร 1 (Infant Formula) สำหรับทารกแรกเกิดถึง 12เดือน

-สูตร 2 (Follow-on Formula) สำหรับเด็กวัย 6 เดือนถึง 3 ปี

-สูตร 3 (Growing-up Formula) สำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว 

นอกจากนี้ ควรพิจารณาสภาวะร่างกายของลูก เช่น หากมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือแพ้นมวัว อาจต้องเลือกนมสูตรพิเศษ เช่น สูตรผ่านการย่อยโปรตีน สูตรปราศจากแลคโตส หรือสูตรไฮโปอัลเลอร์เจนิก ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นมผงสำหรับทารกแรกเกิด เด็กโต และเด็กแพ้ง่าย

นมผงมีหลากหลายสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กในแต่ละช่วงวัยและสภาวะสุขภาพ

-สำหรับทารกแรกเกิด ถึง 1 ปี ควรได้รับนมผงสูตร 1 ซึ่งมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในช่วงแรกของชีวิต

-สำหรับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป สามารถปรับเป็น นมผงสูตร 2 หรือเด็กบางคนจะยังคงใช้สูตร 1 ต่อเนื่องจนกระทั่งอายุ 1 ปี เลยก็ได้ (ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำก่อนการปรับเปลี่ยนสุตรนม)    -สำหรับเด็ก อายุ 1 ปีขึ้นไป  สามารถปรับเป็น สูตร 3  เพื่อรองรับความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น

กรณีเด็กแพ้ง่าย หากเด็กมีอาการแพ้นมวัว  แพทย์มักจะเลือกใช้นมสูตรเฉพาะสำหรับดูแลอาการแพ้โปรตีนนมวัวโดยเฉพาะ หรือในทางการแพทย์เรียกว่า นมผง eHF, ซึ่งเป็นโปรตีนผ่านการย่อยอย่างละเอียด (extensively hydrolyzed formula; eHF) ซึ่งมีให้เลือก 2 ชนิดตามอาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นที่ระบบใดของร่างกาย

1. นม eHFสูตร สำหรับการแพ้โปรตีนนมวัวที่มีอาการในระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal symptoms) โดยเฉพาะ เช่น ท้องเสีย ถ่ายเหลวหรืออาจมีมูกเลือด นมกลุ่มนี้จะมีการสกัดเอาน้ำตาลแลคโตสในนมออก และอาจเติมกรดไขมันสายกลางหรือที่เรียกว่า มีเดียมเชนไตรกลีเซอไรด์ (Medium chain triglyceride: MCT) เพื่อสามารถย่อยและดูดซึมทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมันได้ง่าย ภายหลังที่อาการดีขึ้นแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้กลับไปใช้นมสูตร eHF ที่มีแลคโตสและไขมันแบบปกติ

2. นม eHF

นมสูตร สำหรับการแพ้โปรตีนนมวัวทั่ว ๆ ไป ซึ่งแสดงอาการ เด่นทางระบบทางเดินหายใจ มีน้ำมูกไหลเรื้อรัง หายใจไม่สะดวก และระบบผิวหนังเป็นต้น 

อย่างไรก็ตามนมแม่ถือว่าดีที่สุดสำหรับทารก ดังนั้นควรเลือกให้ลูกทานนแม่เป็นอันดับแรก แต่หากคุณแม่มีปัญหาสุขภาพหรือไม่สามารถให้นมแม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกสูตรนมที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย

การเก็บรักษานมผงและข้อควรระวัง

ควรเก็บรักษาตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์อย่างเคร่งครัดเพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัย  ที่สำคัญคือควรเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น

สำหรับระยะเวลาในการเก็บนมผงหลังเปิดใช้จะแบ่งเป็นกรณีตามด้านล่าง ดังนี้ 

   1. กรณีบรรจุภัณฑ์เป็นแบบกระป๋อง หลังเปิดใช้แล้ว ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน และปิดฝาให้สนิทหลังใช้งานทุกครั้ง 

   2. กรณีบรรจุภัณฑ์เป็นแบบซอง (ควรเก็บทั้งซอง) และหากเปิดซองแล้ว  หากเป็นนมสูตร 1 และสูตร 2 ควรใช้ให้หมดภายใน 14 วัน (2 สัปดาห์) และสำหรับสูตร 3 ควรใช้ให้หมดภายใน 30 วัน (1 เดือน) หรืออ่านวิธีการเก็บรักษาข้างกล่องให้ชัดเจนได้ค่ะ

นมผงกับการเสริมพัฒนาการและโภชนาการเด็ก

แม้ว่านมผงจะไม่สามารถทดแทนนมแม่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้มีการพัฒนานมผงที่มีสารอาหารใกล้เคียงกับนมแม่มากขึ้น เช่น การเติม DHA, ARA, โพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบย่อยอาหารของเด็ก

M25-163

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x