สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

ควรชงนมผงอย่างถูกวิธีและเลือกรับประทานนมผงอย่างไร

การชงนมผงอย่างถูกวิธีและการเลือกรับประทานนมผงให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพของโภชนาการ โดยควรใส่ใจทั้งขั้นตอนการชง การเก็บรักษา และการพิจารณาฉลากโภชนาการก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นมผงแต่ละชนิด 

 ในการชงนมผงควรให้ความสำคัญกับสัดส่วนของนมผงและน้ำ ความสะอาดของภาชนะ และการปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและปัญหาสุขภาพ ขณะเดียวกัน การเลือกรับประทานนมผงควรพิจารณาจากช่วงวัย สภาพร่างกาย และวัตถุประสงค์ในการบริโภค รวมถึงอ่านข้อมูลส่วนผสมและโภชนาการอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคน 

 

สรุป

บทความนี้นำเสนอภาพรวมของนมผง วิธีชงอย่างถูกต้อง การเลือกให้เหมาะกับวัยเด็ก และแนวทางเก็บรักษาเพื่อความปลอดภัย ชี้ให้เห็นบทบาทของนมผงในการเสริมโภชนาการ ควบคู่กับการย้ำว่านมแม่ยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับทารกเสมอ

ประเด็นสำคัญ

  • อธิบายนิยามและบทบาทของนมผงในฐานะทางเลือกเสริมจากนมแม่สำหรับทารกและเด็กเล็ก

  • สรุปประโยชน์ของการชงนมและการเลือกสูตรให้เหมาะกับวัยเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกัน

  • อธิบายแนวทางเลือกสูตรพิเศษสำหรับเด็กที่มีภาวะย่อยยาก แพ้นมวัว หรือมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ

  • กล่าวถึงข้อจำกัดของนมผง ความเสี่ยงจากการเตรียมไม่เหมาะสม และโอกาสในการพัฒนาโภชนาการเชิงป้องกันในอนาคต

     

เนื้อหา

     

    จะชงนมผงให้ลูกด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้อย่างไร

    การชงนมผงให้ลูกอย่างถูกวิธีต้องใส่ใจทั้งชนิดของน้ำ อุณหภูมิ และอัตราส่วนการผสม เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไปและไม่ทำลายคุณค่าสารอาหารที่ลูกควรได้รับ การเตรียมน้ำให้สะอาด อุ่นพอดี ชงตามสัดส่วนบนฉลาก และให้ลูกทานภายในเวลาที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยทุกขวดนมที่ชงให้ลูก

    สำหรับพ่อแม่มือใหม่ สามารถทำตาม 3 ขั้นตอนหลักต่อไปนี้ในการชงนมผงให้ลูกได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัยมากขึ้น

    ขั้นตอนที่ 1 เตรียมน้ำ

    น้ำที่ใช้ชงนมอาจใช้น้ำดื่มบรรจุขวด หรือน้ำกรองได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแร่และน้ำบาดาล เนื่องจากมีปริมาณแร่ธาตุสูงเกินความต้องการของเด็ก น้ำทุกชนิดที่นำมาชงนมควรผ่านการต้มให้เดือดอย่างน้อยประมาณ 5 นาที เพื่อทำลายเชื้อโรคให้ได้มากที่สุดและให้น้ำสะอาด ปลอดภัยต่อการบริโภคของลูก

    หากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรพักน้ำไว้ก่อน ห้ามนำน้ำที่ออกจากก๊อกทันทีมาชงนม โดยพักน้ำทิ้งไว้อย่างน้อยประมาณ 30 นาที เพื่อให้ตะกอนตกลงด้านล่าง จากนั้นเลือกใช้น้ำที่ใส ไม่มีตะกอน และไม่มีกลิ่น การตั้งน้ำทิ้งยังช่วยลดกลิ่นคลอรีนที่มากับน้ำประปาได้ นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบความสะอาดของถังน้ำและท่อน้ำในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ

    อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมในการชงนมคือประมาณ 40-45องศาเซลเซียส หรือตามคำแนะนำวิธีการชงนมบนกล่องบรรจุภัณฑ์ ห้ามใช้น้ำร้อนเกิน 45 องศาเซลเซียสหรือน้ำเดือดชงนมโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้นมร้อนเกินไป เสี่ยงเป็นอันตรายต่อลูก และยังอาจทำให้คุณค่าสารอาหารบางชนิดในนมถูกทำลายด้วยความร้อนสูง

    ขั้นตอนที่ 2 ผสมนมตามอัตราส่วนข้างบรรจุภัณฑ์ที่แนะนำ

    เริ่มจากใส่น้ำต้มสุกอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียสลงในขวดนม ตามปริมาณที่ระบุไว้ข้างกล่องหรือตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ สามารถตรวจสอบความอุ่นของน้ำโดยหยดลงที่หลังมือให้รู้สึกแค่อุ่น ไม่ร้อนจนเกินไปก่อนจะผสมนมผง

    เมื่อได้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว ให้ตวงผลิตภัณฑ์นมผงตามปริมาณที่ระบุและแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ แล้วใส่ลงในขวดนมตามสัดส่วนที่กำหนด ควรชงนมในปริมาณที่ลูกทานในแต่ละมื้อให้หมด ไม่ควรชงเผื่อหลายมื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและการเสื่อมคุณภาพของนม

    ขั้นตอนที่ 3 เขย่าให้ละลาย

    ปิดฝาขวดนมให้สนิทแล้วเขย่าขวด โดยอาจแกว่งขวดนมเป็นวงกลมเบา ๆ หรือคว่ำและหงายขวดนมสลับขึ้นลงอย่างนุ่มนวลจนกระทั่งนมผงละลายหมดในน้ำ ไม่จำเป็นต้องเขย่าแรง เพราะอาจทำให้เกิดฟองมากเกินไปได้

    หากพบว่ามีฟองมากหลังเขย่า สามารถวางขวดนมพักไว้สักครู่ และคลายเกลียวฝาขวดนมเล็กน้อยเพื่อให้ฟองค่อย ๆ ลดลงหรือหายไปทั้งหมด เมื่อฟองยุบและอุณหภูมินมเหมาะสมแล้ว จึงค่อยให้ลูกทานได้อย่างปลอดภัย

    ข้อแนะนำ

    นมที่ชงแล้วควรให้ลูกทานให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง หากลูกทานไม่หมดควรทิ้งทันที ไม่ควรเก็บไว้ให้ลูกทานครั้งถัดไป สำหรับนมของเด็กโตอายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป หากชงแล้วแต่ยังไม่ได้ให้ลูกทานและนมยังไม่สัมผัสปากลูก สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาและใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามแช่แข็งนมที่ชงแล้วเก็บไว้ใช้อีกครั้ง

     

    นมผง กับ นมแม่ แตกต่างกันอย่างไร

    นมแม่ ถือเป็นอาหารตามธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับทารก ในขณะที่นมผง เป็นทางเลือกที่ออกแบบมาให้ใกล้เคียง แต่ไม่สามารถทดแทนคุณค่าจากนมแม่ได้ทั้งหมด นมแม่ ช่วยทั้งด้านโภชนาการ การย่อย และภูมิคุ้มกัน ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้นมผง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกให้ลูกเสมอ

    น้ำนมแม่ เป็นอาหารตามธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของสารอาหารสมดุล เหมาะกับความต้องการของทารกในแต่ละช่วงวัย มีใยอาหาร ย่อยง่าย และมีสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน ซึ่งล้วนจำเป็นต่อสุขภาพและพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมองของทารก

    ส่วนนมผง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อเด็กตามช่วงวัย และเป็นทางเลือกในกรณีที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ตามต้องการ 

    ดังนั้น ก่อนจะเลือกใช้นมผงสำหรับลูก ควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็ก เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ความต้องการ และพัฒนาการของทารกแต่ละราย

     

    วิธีเลือกนมผงให้เหมาะกับวัยเด็ก

    การเลือกนมผงให้เหมาะสมกับวัยของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน ตามความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงวัย และส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม

    โดยทั่วไป การเลือกนมผงสามารถพิจารณาเบื้องต้นจากช่วงอายุของเด็กได้ดังนี้

    • สูตร 1 (Infant Formula) เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 12 เดือน

    • สูตร 2 (Follow-on Formula) เหมาะสำหรับเด็กวัย 6 เดือนถึงประมาณ 3 ปี

    • สูตร 3 (Growing-up Formula) เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป และสามารถดื่มได้ทั้งเด็กและทุกคนในครอบครัว

    นอกจากช่วงอายุแล้ว ควรพิจารณาสภาวะร่างกายและระบบย่อยอาหารของลูกควบคู่กันไปด้วย หากลูกมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือมีภาวะแพ้นมวัว อาจจำเป็นต้องเลือกใช้นมสูตรพิเศษ เช่น สูตรที่ผ่านการย่อยโปรตีนบางส่วนหรือย่อยโปรตีนละเอียด สูตรปราศจากแลคโตส หรือสูตรไฮโปอัลเลอร์เจนิก โดยควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็กเสมอ

     

    นมผงสำหรับทารกแรกเกิด เด็กโต และเด็กแพ้ง่าย

    นมผงมีหลากหลายสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัยและสภาวะสุขภาพที่แตกต่างกัน เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ควรพิจารณาตามอายุและภาวะของลูกน้อยดังนี้:

    • ทารกแรกเกิดถึงอายุ 1 ปี: ควรได้รับนมผงสูตร 1 ซึ่งมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการในช่วงเริ่มต้นของชีวิต

    • เด็กวัยตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป: สามารถปรับเป็นนมผงสูตร 2 ได้ หรือในบางกรณีเด็กอาจยังคงใช้นมผงสูตร 1 ต่อเนื่องจนถึงอายุ 1 ปี ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำก่อนการปรับเปลี่ยนสูตรนม

    • เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป: สามารถปรับเป็นนมผงสูตร 3 เพื่อรองรับความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้นตามวัย

    สำหรับเด็กที่มีภาวะแพ้ง่าย โดยเฉพาะการแพ้นมวัว แพทย์มักเลือกใช้นมผงสูตรเฉพาะสำหรับดูแลอาการแพ้โปรตีนนมวัว ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า นมผง eHF หรือ extensively hydrolyzed formula (eHF) คือโปรตีนที่ผ่านการย่อยอย่างละเอียดเพื่อลดโอกาสการกระตุ้นการแพ้ โดยนมชนิดนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามระบบอาการที่แสดงออกของร่างกาย:

    1. นมผง eHF สำหรับการแพ้โปรตีนนมวัวที่มีอาการเด่นทางระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal symptoms) เช่น ท้องเสีย ถ่ายเหลว หรืออาจมีมูกเลือด นมกลุ่มนี้มักมีการสกัดเอาน้ำตาลแลคโตสออก และอาจมีการเติมกรดไขมันสายกลาง หรือมีเดียมเชนไตรกลีเซอไรด์ (Medium chain triglyceride: MCT) เพื่อช่วยให้สามารถย่อยและดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและไขมันได้ง่ายขึ้น ภายหลังเมื่ออาการดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้กลับไปใช้นมสูตร eHF ที่มีแลคโตสและไขมันในรูปแบบปกติ

    2. นมผง eHF สำหรับการแพ้โปรตีนนมวัวทั่วไป ซึ่งมักมีอาการเด่นทางระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูกไหลเรื้อรัง หายใจไม่สะดวก รวมถึงอาการทางผิวหนังร่วมด้วย นมสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อลดการกระตุ้นภูมิแพ้จากโปรตีนนมวัวในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

    อย่างไรก็ตาม นมแม่ยังคงถือว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก จึงควรให้ลูกได้รับนมแม่เป็นทางเลือกแรกเสมอ หากคุณแม่มีปัญหาสุขภาพหรือมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกสูตรนมผงที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ

     

    การเก็บรักษานมผงและข้อควรระวัง

    การเก็บรักษานมผงควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ นมผงควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการวางในที่มีแสงแดดส่องโดยตรง และหลีกเลี่ยงความชื้นเสมอ

    ระยะเวลาในการเก็บนมผงหลังเปิดใช้จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบบรรจุภัณฑ์และสูตรนม โดยแนวทางทั่วไปมีดังนี้:

    1. บรรจุภัณฑ์แบบกระป๋อง หลังเปิดใช้แล้ว โดยทั่วไปมักแนะนำให้ใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน และควรปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อป้องกันความชื้นและสิ่งปนเปื้อนจากภายนอก

    2. บรรจุภัณฑ์แบบซอง ควรเก็บทั้งซองตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ หากมีการเปิดซองแล้ว สำหรับนมผงสูตร 1 และสูตร 2 ควรใช้ให้หมดภายใน 14 วัน (2 สัปดาห์) ส่วนสูตร 3 ควรใช้ให้หมดภายใน 30 วัน (1 เดือน) ทั้งนี้ควรอ่านและตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ข้างกล่องหรือซองอย่างชัดเจนทุกครั้ง

       

    นมผงกับการเสริมพัฒนาการและโภชนาการเด็ก

    แม้นมผงจะไม่สามารถทดแทนนมแม่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิต ทำให้มีการพัฒนาสูตรนมผงที่มีสารอาหารใกล้เคียงกับนมแม่มากขึ้น จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับครอบครัวที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้อย่างต่อเนื่องหรือเพียงพอ

    สารอาหารที่มักเสริมในนมผงเพื่อสนับสนุนพัฒนาการและสุขภาพของเด็กอย่างรอบด้าน ได้แก่

    • DHA และ ARA ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและการมองเห็น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และการจดจำของเด็ก

    • โพรไบโอติกส์ ช่วยเพิ่มสมดุลของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ มีส่วนช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบย่อยอาหาร

    • พรีไบโอติกส์ ทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้น

       

    สรุป

    การเลือกและชงนมผงอย่างถูกวิธีเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพลูกน้อย ควรใส่ใจทั้งการเลือกสูตรนมให้เหมาะกับช่วงวัย ภาวะแพ้ง่าย และปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงวิธีชงที่สะอาด ปลอดภัย และได้สัดส่วนตามคำแนะนำบนฉลาก เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน เติบโตสมวัย และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต

    ประเด็นสำคัญ

    • ตรวจสอบอายุและความต้องการเฉพาะของลูกก่อนเลือกสูตรนมผงทุกครั้ง

    • ปฏิบัติตามวิธีชง ปริมาณน้ำ และนมผงตามฉลากอย่างเคร่งครัด

    • รักษาความสะอาดอุปกรณ์ชงนมและภาชนะทุกชิ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรค

    • สังเกตอาการแพ้ หรือความผิดปกติหลังดื่มนม และปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น

    • เลือกนมผงเป็นตัวช่วยเสริม ควบคู่กับโภชนาการและการเลี้ยงดูที่เหมาะสม

       

    คำถามที่พบบ่อย

    วิธีชงนมผงให้ลูกอย่างถูกต้องและปลอดภัยมีขั้นตอนอย่างไร

    การชงนมผงที่ถูกต้องมี 3 ขั้นตอน คือ เตรียมน้ำต้มสุกอุ่นอุณหภูมิ 40-45 องศาเซลเซียส ผสมนมตามอัตราส่วนที่แนะนำ และเขย่าให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

    นมผงแตกต่างจากนมแม่อย่างไร ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบคืออะไร

    นมแม่เป็นอาหารตามธรรมชาติที่ดีที่สุด มีสารอาหารสมดุล ย่อยง่าย และมีสารกระตุ้นภูมิต้านทาน ส่วนนมผงได้รับการออกแบบให้มีสารอาหารจำเป็นตามวัย แต่อาจไม่ครบถ้วนเท่านมแม่

    จะเลือกนมผงให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกได้อย่างไร

    เลือกนมผงตามช่วงวัย สูตร 1 สำหรับทารกแรกเกิด-12 เดือน สูตร 2 สำหรับเด็ก 6 เดือน-3 ปี สูตร 3 สำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป และพิจารณาสุขภาพของลูกประกอบ

    มีนมผงสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้ง่ายและเด็กกลุ่มพิเศษอะไรบ้าง

    มีนมผงสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้นมวัว เช่น นม eHF ที่เป็นโปรตีนผ่านการย่อย มี 2 ชนิดตามอาการ คือ แบบสำหรับปัญหาระบบทางเดินอาหาร และแบบสำหรับอาการแพ้ทั่วไป

    วิธีเก็บรักษานมผงให้คงคุณภาพและปลอดภัยเป็นอย่างไร

    เก็บนมผงในที่แห้งเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น นมผงกระป๋องใช้ภายใน 1 เดือนหลังเปิด นมผงซองสูตร 1-2 ใช้ภายใน 14 วัน สูตร 3 ใช้ภายใน 30 วัน

    นมผงมีสารอาหารอะไรบ้างที่ช่วยพัฒนาการและโภชนาการเด็ก

    นมผงสมัยใหม่เติมสารอาหารสำคัญ เช่น DHA ARA ช่วยส่งเสริมพัฒนาการสมอง โพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยการย่อยอาหาร 

     

    สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกนมผงให้เหมาะสมกับลูก สามารถอ่านรายละเอียดได้จากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้

    WHO IRIS - Full Guidelines (PDF) 

    https://danonecareplus.com/th/article/baby-cow-milk-protein-allergy-problem-solution

    https://www.vejthani.com/th/health-article/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2/#:~:text=%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%20%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%89%20%2C%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B7%E0%B8%94%20%2C%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%20%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0,%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3%20%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%20%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%99%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81

     

    https://dis.fda.moph.go.th/detail-infoGraphic?id=2102

     

    https://hellokhunmor.com/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81/%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3/

     

    CVM Checklist M26-296

    Careline Footer

    Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

    ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

    x