สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

เด็กท้องเสีย มาทราบสาเหตุที่พ่อแม่ควรรู้ นอกเหนือจากเรื่องอาหาร

วินิจฉัยอาการท้องเสียอย่างไร

ต้องถ่ายแค่ไหนที่เรียกว่า ท้องเสีย อุจจาระร่วงสำหรับเด็ก ก็คืออาการถ่ายเหลวเป็นน้ำอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน หรือ ถ่ายเป็นมูก หรืออาการที่หนักกว่านั้น คือถ่ายเป็นมูกปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน ซึ่งมักพบว่าเด็กอายุต่ำกว่ามักเป็นโรคท้องเสียบ่อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กยังน้อยกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่านั่นเอง

 

สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องเสีย

เชื้อไวรัสและแบคทีเรียคือต้นเหตุของการอาการท้องเสียไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ และที่มาของเชื้อร้ายพวกนี้ ที่พบบ่อยที่สุดคือ อาหารไม่สุก บูด หรือไม่สะอาดพอ  และสาเหตุอื่น เช่น เด็กที่ไม่ได้ทานนมแม่  หรือแพ้สารอาหารบางอย่าง หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่แล้วทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

 

เชื้อไวรัส ที่พบได้บ่อย เช่น โนโรไวรัส, โรต้าไวรัส, อะดีโนไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อย เช่น อีโคไล, ชิเกลลา และซาลโมเนลลา

 

สำหรับเด็กเล็ก การติดเชื้อไวรัส เกิดลําไส้อักเสบ สามารถส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ลําไส้ ย่อยและดูดซึมอาหารได้ไม่ดีพอ ลําไส้ขาดน้ำย่อย ทำให้ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ เด็กเล็กที่ท้องเสียบางรายที่ทานนมผสม อาจต้องปรับเป็นนมสูตรที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตสแทนในเวลาที่ท้องเสีย

 

ท้องเสียจากอาหารไม่สะอาดเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย

อาหารไม่สะอาดคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดสำหรับอาการท้องเสีย ท้องร่วง และอาเจียน ซึ่งส่งผลมาจากสารพิษของเชื้อแบคทีเรียในอาหาร โดยส่วนใหญ่อาการแสดงไม่รุนแรง มีอาการถ่ายไม่มาก แต่ไม่มีไข้ไม่มีอาการซึมอ่อนเพลีย และยังเล่นได้ ดังนั้นถ้าลูกน้อย มีระดับอาการที่เปลี่ยนไปเช่น ไม่เล่น ซึม หรือมีไข้สูง ถ่ายเหลว เป็นน้ำ ถ่ายบ่อยๆ อาเจียนมาก ก็ควรไปพบแพทย์ทันที

 

ท้องเสียที่เกิดจากการเปลี่ยนของวัยเด็กหัดเดิน

อาการท้องเสียพบบ่อยที่สุดในเด็กคือ อาการจากการติดเชื้อไวรัส เรียกว่า "ทางเดินอาหารอักเสบจากเชื้อไวรัส" หรือ "ลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส" หรือ "หวัดลงกระเพาะอาหาร" หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "เด็กยืดตัว" ที่แปลว่า ช่วงเวลาการเปลี่ยนวัยของเด็ก

 

"เด็กยืดตัว" เป็นคำบัญญัติตามภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย เพื่อให้มองอาการนี้ว่าเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กที่จะเริ่มยืนหรือเดินนั่นเอง แสดงถึงการเจริญเติบโต และมีการถ่ายเหลวบ้าง และหลังจากนั้นอีกประมาณ 5 ถึง 7 วัน ก็จะสามารถหายได้เอง ด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะกำจัดเชื้อไวรัสเหล่านี้ ให้หมดไปจากร่างกายของเราได้เอง

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า เป็นเพราะลูกเปลี่ยนวัย ก็เมื่อพบว่าเด็กที่ท้องเสีย แต่ยังคงมีอาการภายนอกปกติ ยังเล่นได้ปกติ ไม่ซึม และอาการถ่ายเหลวดีขึ้นเรื่อย แม้ไม่หายเป็นปกติทันที

 

ทำอย่างไรเมื่อลูกท้องเสีย

ผลเสียเรื่องแรกที่พ่อแม่ควรรู้ก็คือ เมื่อท้องเสียมากๆ ลูกจะขาดน้ำ เบื้องต้นจึงต้องแก้เรื่องนี้ก่อน ด้วยการให้ทานน้ำเกลือแร่โออาร์เอส ซึ่งชนิดและปริมาณ สารน้ำที่ให้ขึ้นกับอาการมากน้อยของภาวะขาดน้ำ เมื่อพบแพทย์ ก็อาจให้ยารักษาร่วมด้วย เช่น ให้ยาต้านจุลชีพ หรือ ยาแก้ท้องเสียหรือยาลดอาการปวดท้อง ฯลฯ และเมื่อพ้นอาการขาดน้ำไปแล้ว พ่อแม่ควรให้นม หรือ อาหารเหลว อย่าง โจ๊ก น้ำซุป และถ้าลูกมีอาการคลื่นไส้ ก็ไม่ควรเป็นอาหารมีไขมันมาก

 

ทั้งนี้ ถ้าพบว่า ลูกท้องเสียมาก ควรรีบพาลูกไพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยสาเหตุอย่างถูกต้องและวางแผนการดูแล

อาการแบบไหนที่เข้าข่าย “ท้องเสียรุนแรง” ในเด็ก

อาการเด็กท้องเสียโดยทั่วไปมักหายได้เองในไม่กี่วัน แต่ในบางกรณีอาจรุนแรงจนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำหรือภาวะช็อก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที หากลูกน้อยมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

-ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวันและอาจมีไข้ร่วมด้วย 

-อ่อนแรงมาก ซึม ไม่ตอบสนอง หรือไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจเป็นภาวะ lethargy หรือ unconscious

-ตาแห้ง เบ้าตาลึก ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เมื่อหยิกแล้วใช้เวลานานกว่า 2 วินาทีกว่าจะคืนรูป (skin pinch test > 2 วินาที) 

-ปัสสาวะน้อยมาก หรือเด็กไม่ถ่ายปัสสาวะใน 6–8 ชั่วโมง

-มีเลือดปนในอุจจาระ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด

-อุจจาะมีกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งคล้ายหัวกุ้งเน่า

เกลือแร่สำหรับเด็กท้องเสีย: ควรเลือกแบบใด?

การให้เกลือแร่ถือเป็นหัวใจของการดูแลเด็กท้องเสีย โดยควรเลือกสูตรที่เหมาะกับเด็กที่สุด

ใช้ ORS สูตรลดโซเดียม–น้ำตาลต่ำ (low osmolarity ORS) ตามแนวทาง WHO/UNICEF ได้แก่ Na⁺ 75 mEq/L, Glucose 75 mmol/L เพื่อรักษาสมดุลน้ำเกลือ ช่วยลดปริมาณอุจจาระลง 20 % และอาการอาเจียนลดลง 30 % โดยต้องระบุว่าสำหรับผู้ป่วยท้องเสียเท่านั้น

หากไม่มียี่ห้อสำเร็จรูป หรือซอง สามารถผสมเองตามสูตรของ WHO โดยใส่เกลือ 1 ชช. + น้ำตาล 6 ชช. ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้องใช้ช้อนตวงมาตรฐานและน้ำสะอาด

ควรเสริม ซิงค์ 10–20 มก. ดื่มอย่างต่อเนื่อง 10–14 วัน ช่วยลดระยะเวลาท้องเสียได้ราว 25% และปริมาณอุจจาระราว 30%

เด็กท้องเสีย ควรดื่มน้ำอย่างไรเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

1.เริ่มให้ ORS ทันทีที่เด็กท้องเสียเริ่มถ่ายเหลว/ถ่ายน้ำ

-เด็กอายุ < 2 ปี: ดื่มทีละ ¼–½ ถ้วยหลังถ่ายเหลวแต่ละครั้ง สามารถป้อนทีละน้อยได้

-เด็กโต: ดื่ม ½–1 ถ้วยหลังถ่ายเหลวแต่ละครั้ง โดยกระตุ้นให้จิบบ่อยๆได้

2.หากอาเจียน ให้งด 5–10 นาที แล้วดื่มช้าๆ ซ้ำใหม่จนกระทั่งดื่มได้โดยไม่อาเจียน

3.นอกจาก ORS แล้วในเด็กที่อายุมากกว่า 1 ปี ควรให้กินน้ำข้าวต้มใส่เกลือเล็กน้อย หรือซุปใสจืด ร่วมได้ แต่ ORS ที่ผลิตตามสูตรคือวิธีปลอดภัยที่สุด 

ทั้งนี้เด็กวัยทารกควรให้นมแม่ควบคู่กับ ORS เสมอ ไม่หยุดให้นมระหว่างท้องเสีย

เคล็ดลับป้องกันลูกท้องเสียซ้ำ ทั้งที่บ้านและโรงเรียน

ที่บ้าน

-ล้างมือก่อนและหลังเข้าห้องน้ำ หรือ เตรียมอาหาร ด้วยสบู่และน้ำสะอาด

-รักษาความสะอาดของ อาหาร ภาชนะใส่อาหาร ขวดน้ำ  และบริเวณครัว

-ดื่มน้ำผ่านการกรองและต้มให้เดือดเพื่อฆ่าเชื้อ  และปรุงอาหารให้สุกโดยทั่ว เช่น การต้ม นึ่ง ทอด 

-ส่งเสริมให้ทานนมแม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก และควบคู่กับอาหารเสริมตามวัย 

-ป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า ตามเกณฑ์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของท้องเสีย 

 

ที่โรงเรียน/ศูนย์เด็ก

-ตรวจคุณภาพน้ำและสุขาภิบาล บริเวณที่ล้างมือ/ห้องน้ำ รวมถึงพื้นผิวสัมผัส

-ฝึก “ล้างมือ 7 ขั้นตอน” ก่อน–หลังใช้ห้องน้ำ และก่อนกินข้าว

-ตรวจเชิงรุก การเตรียมพร้อม รับมือกับอาการท้องเสีย ช่วยให้ครูดูแลได้ทันท่วงทีเมื่อเด็กมีอาการถ่ายเหลวบ่อย

-แจ้งผู้ปกครองถึงอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ถ่ายเหลวหลายครั้ง หรือมีเลือดในอุจจาระ ประเมินอาการเด็กที่ต้องพาไปพบแพทย์

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x