สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

uterine-prolapse-symptoms

อาการมดลูกต่ำ อาการ สัญญาณเตือน และวิธีดูแลที่ผู้หญิงควรรู้

ภาวะมดลูกต่ำ (Uterine Prolapse) เป็นปัญหาสุขภาพสตรีที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่อาจมีอาการบ่งบอกอย่างชัดเจน เช่น ปวดหน่วงท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหรืออายุเพิ่มขึ้น การทำความเข้าใจ มดลูกต่ำ อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถป้องกันหรือเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

มดลูกต่ำคืออะไร? ภาวะที่ผู้หญิงหลายคนอาจไม่รู้ตัว

ภาวะมดลูกต่ำ (Uterine prolapse หรือ Pelvic organ prolapse) เกิดจากกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่ออุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย ไม่สามารถพยุงมดลูกให้อยู่ในตำแหน่งปกติ ทำให้มดลูกหย่อนลงมาในช่องคลอด จนบางครั้งอาจโผล่ออกมานอกช่องคลอดได้ในกรณีรุนแรง ภาวะนี้พบว่าเกิดในผู้หญิงประมาณ 14% จากการตรวจทางกาย พบว่าบางรายไม่แสดงอาการชัดเจน

อาการของมดลูกต่ำที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย

ภาวะมดลูกต่ำ อาการสามารถแบ่งตามความรุนแรง โดยมักรวมถึง

-รู้สึกหน่วงคล้ายมีสิ่งดึงรั้งอยู่ในอุ้งเชิงกราน หรือคล้ายกำลังนั่งทับลูกบอลเล็ก ๆ

-รู้สึกมีก้อนหรือเนื้อเยื่อโผล่ออกมาที่ช่องคลอด (บางครั้งต้องใช้นิ้วดันกลับ) 

-ปวดหลังหรือปวดอุ้งเชิงกรานอย่างต่อเนื่อง 

-ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะเล็ด กลั้นไม่อยู่ หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด 

-ท้องผูกเรื้อรังหรือถ่ายยากเนื่องจากแรงเบ่งเพิ่มขึ้น 

-เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ มีตกขาว หรือมีเลือดออกผิดปกติ

รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีภาวะมดลูกต่ำ?

การวินิจฉัยเริ่มด้วยการซักประวัติอาการก่อน และตามด้วยการตรวจภายใน (pelvic examination) โดยแพทย์อาจใช้ speculum และให้ออกแรงเบ่งเหมือนเบ่งปัสสาวะหรืออุจจาระ เพื่อตรวจดูว่ามดลูกยื่นลงมาถึงระดับใด บางครั้งจำเป็นต้องทำ urodynamic หรือ cystoscopy หากมีอาการปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วย ในไทยมี รพ.ใช้ระบบการตรวจคล้ายนี้ ร่วมกับอัลตราซาวนด์หากต้องการประเมินอวัยวะอื่นร่วม

uterine-prolapse-symptoms

ปวดหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง: อาจเป็นสัญญาณของมดลูกต่ำ

ผู้หญิงที่มีภาวะมดลูกต่ำ อาการหนักในอุ้งเชิงกราน หรือรู้สึกปวดหน่วงใต้ท้องน้อย โดยเฉพาะเมื่อยืนหรือเดินนานหรือไอ จาม ซึ่งเป็นเพราะแรงกดต่อกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อ่อนแรงลง อาการนี้อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เดินไม่สะดวก หรือไม่สบายตัวเมื่ออยู่ลุกนาน ๆ

อาการปัสสาวะผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับมดลูกต่ำ

เนื่องจากมดลูกที่หย่อน ต่ำลงมาอาจกดเบียดกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ ทำให้เกิด

-ปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ จาม หรือออกแรง (stress incontinence)

-กลั้นไม่อยู่ หรือรู้สึกปัสสาวะไม่สุด

-ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวกระปิดกระปอย

-มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำบ่อย

ความรู้สึกแน่นหรือมีแรงดันในช่องคลอด: สัญญาณเตือนสำคัญ

ผู้ป่วยอาจรู้สึกแน่นหรือมีแรงดันอยู่ด้านในช่องคลอด หรือมีก้อนที่รู้สึกตึงๆดึงรั้งลงมา ซึ่งอาการนี้มักจะชัดขึ้นหลังจากยืนหรือเดินนาน และบางครั้งอาจเห็นก้อนโผล่ชัดเจนจนต้องดันกลับเข้าไปเอง

มดลูกต่ำกับอาการเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด

ในผู้หญิงบางราย อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดหรือมีกลิ่นผิดปกติ เลือดออกอาจเกิดจากเนื้อเยื่อที่โป่งนูนเสียดสีหรือระคายผิวภายในช่องคลอด บางรายมีตกขาวมากขึ้นร่วมด้วย

มดลูกต่ำระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายหรือไม่?

ภาวะมดลูกต่ำในระหว่างตั้งครรภ์พบไม่บ่อยนัก แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในคุณแม่ที่เคยมีประวัติมดลูกต่ำ หรือมดลูกหย่อนมาก่อน อาจทำให้เกิดแรงดันบริเวณอุ้งเชิงกรานและมีปัสสาวะผิดปกติหรือเจ็บช่องคลอดได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ pessary (อุปกรณ์พยุง) ซึ่งปลอดภัยและช่วยลดแรงดันได้ในระยะตั้งครรภ์ โดยใช้งานร่วมกับการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและดูแลน้ำหนักตัวอย่างเหมาะสม

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้หญิงเสี่ยงมดลูกต่ำ

ปัจจัยหลักได้แก่

-การคลอดบุตรทางช่องคลอด โดยเฉพาะคลอดหลายครั้งหรือคลอดลูกน้ำหนักมาก

-อายุที่เพิ่มขึ้น และภาวะหลังหมดประจำเดือน (ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง)

-โรคอ้วน

-มีภาวะไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือยกของหนักบ่อยครั้ง

-เคยผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

-ประวัติครอบครัวเป็นมดลูกต่ำหรือ POP  (Pelvic Organ Prolapse) 

การดูแลรักษาและป้องกันภาวะมดลูกต่ำอย่างปลอดภัย

-ออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercises) สม่ำเสมอ ช่วยเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น  

-ปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ Pessary (อุปกรณ์ช่วยพยุง) ใส่ในช่องคลอดเพื่อพยุงมดลูกในกรณีอาการไม่รุนแรงหรือขณะตั้งครรภ์

-การทำศัลยกรรม (surgery) เช่น Sacrohysteropexy หรือ hysterectomy หากอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา

แนวทางการป้องกัน

-รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

-หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่าย ดูแลอย่าให้ท้องผูก

-เลิกสูบบุหรี่ และจัดการกับภาวะไอเรื้อรัง

-หลีกเลี่ยงการยกของหนักบ่อย ๆ เพื่อลดแรงกดทับในอุ้งเชิงกราน

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x