สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เคลียร์ชัด! “หลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลายังไม่หมด” ถือว่าผิดปกติหรือไม่?
ทบทวนความรู้: โดยปกติแล้ว “น้ำคาวปลา” ควรหมดภายในกี่สัปดาห์?
เจาะลึก 5 สาเหตุหลัก ที่ทำให้น้ำคาวปลาไหลไม่หยุดนาน 2 เดือน
ภาวะ “มดลูกเข้าอู่ช้า” (Subinvolution) สาเหตุอันดับต้นๆ ที่คุณแม่ต้องรู้
สัญญาณเตือน “การติดเชื้อในโพรงมดลูก” หรือ “เศษรกค้าง”
“ไม่ได้ตรวจหลังคลอด” เกี่ยวข้องกับการที่น้ำคาวปลาไม่หมดหรือไม่?
เช็กลิสต์เร่งด่วน! ลักษณะน้ำคาวปลาแบบไหนที่ต้องรีบไปหาหมอทันที
อาการร่วมที่ห้ามมองข้าม: ปวดท้องน้อย มีไข้ อ่อนเพลีย
หรือนี่คือ “ประจำเดือน” แรกหลังคลอด? วิธีแยกความแตกต่าง
เมื่อไปพบแพทย์: ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและแนวทางการรักษา
การดูแลตัวเองเบื้องต้น และข้อห้าม! เมื่อน้ำคาวปลายังไม่หมด
สรุป: อย่าปล่อยไว้เรื้อรัง “น้ำคาวปลาไม่หมด” ต้องปรึกษาแพทย์
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
โดยทั่วไปน้ำคาวปลาจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปภายใน 4–6 สัปดาห์หลังคลอด แต่หากหลังคลอด 2 เดือนแล้วยังมีน้ำคาวปลา โดยเฉพาะถ้าเป็นเลือดสีแดงเข้ม ปริมาณมาก หรือมีกลิ่นผิดปกติ ถือเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีสาเหตุซ่อนเร้นที่ต้องรักษา
ดังนั้นเมื่อถึงช่วง 2 เดือนแล้วยังมีน้ำคาวปลาคงค้างอยู่ โดยเฉพาะหากมีมากขึ้นหรือมีลักษณะผิดจากเดิม ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้
ระยะปกติของน้ำคาวปลาแบ่งเป็น 3 ระยะ
1.Lochia rubra (แดง-สด)
2.Lochia serosa (ชมพู/น้ำตาล)
3.Lochia alba (เหลือง-ขาว)
ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ หยุดภายใน 4–6 สัปดาห์ หลังคลอด บางคนอาจมีบ้างเล็กน้อยจนถึง 6–8 สัปดาห์ แต่ไม่ควรเป็นเลือดสดมากหรือมีลักษณะเหม็นผิดปกติ
เมื่อพบกรณี หลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลา ยังไม่หมด ให้พิจารณาสาเหตุหลักดังนี้
1.มดลูกเข้าอู่ช้า ทำให้น้ำคาวปลาคงอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
2.เศษรกค้างในโพรงมดลูก โดยเศษรกที่ยังเหลืออาจกระตุ้นให้เลือดไหลต่อเนื่องและทำให้เกิดการอักเสบ
3.การติดเชื้อในโพรงมดลูก ซึ่งมักมาพร้อมกลิ่นเหม็น ไข้ ปวดท้อง และน้ำคาวปลามากหรือสีผิดปกติ
4.การใช้แรงมากหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น ยกของหนัก ทำงานหนัก อาจทำให้น้ำคาวปลาหมดช้า ควรพักผ่อนให้มาก ๆ
5.ปัญหาอื่น ๆ เช่น มวลเนื้อในมดลูก หรือภาวะเลือดออกผิดปกติ แม้พบไม่บ่อย แต่ต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย
มดลูกเข้าอู่ช้า หมายถึงภาวะที่มดลูกหดตัวกลับสู่ขนาดก่อนตั้งครรภ์ได้ช้ากว่าปกติ หรือยังคงขยายตัวหลังคลอด รวมถึงแผลบริเวณที่รกเคยเกาะที่สมานช้าหรือปิดไม่สนิท
สาเหตุที่พบบ่อย
– เศษรกค้างในโพรงมดลูก หรือแผลบริเวณรกมีภาวะแทรกซ้อน
– การติดเชื้อในโพรงมดลูก
– มดลูกได้รับการกระตุ้นน้อย เช่น ไม่ได้ให้นมแม่หรือขาดการบีบรัดช่วยหดตัว
– มดลูกขยายตัวมาก เช่น ครรภ์แฝด หรือคลอดมาหลายครั้ง
ลักษณะอาการที่บ่งชี้
– มีเลือดสีน้ำคาวปลาหรือเลือดสดนานเกิน 1 สัปดาห์
– มดลูกยังอยู่สูงกว่าที่ควร หรือเหนือระดับปกติ
– น้ำคาวปลามากขึ้นแทนที่จะค่อย ๆ ลดลง
– อาจมีปวดท้องน้อย ตะคริว หรือไข้ หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย
สิ่งที่คุณแม่ควรรู้
แม้ภาวะนี้จะไม่รุนแรงเสมอไป แต่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจนำไปสู่เลือดออกซ้ำหรือติดเชื้อได้ การให้ลูกดูดนมช่วยกระตุ้นฮอร์โมน oxytocin ทำให้มดลูกหดตัวดีขึ้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการยกของหนักในช่วงที่ยังมีน้ำคาวปลาอยู่
หากหลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลา ยังไม่หมด และมีอาการต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
-มีกลิ่นเหม็น/มีกลิ่นเน่าจากน้ำคาวปลา
-มีไข้ (มากกว่า 38°C) หรือหนาวสั่น
-ปวดท้องน้อยหรือกดมดลูกแล้วเจ็บ
-ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นหรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่/ไหลซึมเป็นประจำ
หากมีสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจต้องให้ยาปฏิชีวนะหรือทำการขูดมดลูก ขึ้นกับการวินิจฉัย
การตรวจหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลายภาวะที่ทำให้น้ำคาวปลายังไม่หมด เช่น เศษรกค้าง มดลูกเข้าอู่ช้า หรือการติดเชื้อ สามารถตรวจพบได้จากการติดตามหลังคลอด หากขาดการตรวจ อาจทำให้ภาวะอย่าง หลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลายังไม่หมด ถูกปล่อยทิ้งจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้
ดังนั้น หากคุณพบว่าน้ำคาวปลายังไม่ลดลง และยังไม่ได้รับการตรวจหลังคลอดอย่างครบถ้วน ก็ยิ่งมีเหตุผลที่ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อประเมินหาสาเหตุและรักษาให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ”
ไปโรงพยาบาลทันทีหากพบว่า
– ผ้าอนามัยชุ่มจนต้องเปลี่ยนทุกชั่วโมง หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ
– มีน้ำคาวปลาหรือเลือดมีกลิ่นเหม็นร่วมกับไข้หรือปวดท้องน้อย
– เลือดสดสีแดงเข้มยังไหลมากเกินกว่า 6–8 สัปดาห์หลังคลอด
– มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่มากกว่าปกติในช่วงหลังคลอด ซึ่งอาจบ่งบอกความผิดปกติสำคัญ
อาการเหล่านี้มักเกิดร่วมกับภาวะผิดปกติหลังคลอด เช่น
– มดลูกหดตัวไม่ดี ทำให้มีอาการปวดท้องน้อยหรือเป็นตะคริวหลังคลอด
– การติดเชื้อในโพรงมดลูก ส่งผลให้มีไข้ อ่อนเพลีย หรืออาจมีหนาวสั่นร่วมด้วย
– เลือดออกมากผิดปกติ อาจทำให้ซีด อ่อนเพลีย หรือหายใจเร็ว
หากมีอาการอ่อนเพลียมาก น้ำคาวปลาไม่หาย หรือมีไข้ร่วมด้วย นับเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามและควรรีบพบแพทย์ทันที
หลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลายังไม่หมด หรือหลังหยุดให้นมแล้วมีเลือดออก อาจเป็นประจำเดือนรอบแรกหลังคลอดได้ แต่จะมีลักษณะแตกต่างจากน้ำคาวปลา โดยสังเกตได้ดังนี้
– ประจำเดือนหลังคลอดมักเกิดเมื่อมดลูกหดตัวเกือบสมบูรณ์ และไม่เริ่มทันทีหลังคลอด
– ลักษณะจะคล้ายเลือดประจำเดือนปกติ แต่มักไม่ควรมีเลือดสดมากเหมือนช่วงน้ำคาวปลาระยะแรก
หากยังมีเลือดสดมาก มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะคล้ายเป็นน้ำคาวปลามากกว่า ควรสงสัยภาวะผิดปกติ เช่นมดลูกยังไม่เข้าอู่ หรือร่างกายยังอยู่ในช่วงให้นมที่ยับยั้งการมีประจำเดือน จึงมีแนวโน้มเป็นน้ำคาวปลาต่อเนื่องมากกว่าเป็นประจำเดือน แต่หากไม่แน่ใจ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจและแยกแยะให้ชัดเจน
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย
1.ซักประวัติ: อายุครรภ์, วิธีการคลอด (ทางช่องคลอด / ผ่าตัด), ระยะเวลาแรงงาน, มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
2.ตรวจร่างกาย: ตรวจ fundal height (ตำแหน่งยอดมดลูก), ตรวจความหดตัวของมดลูก, ตรวจสี/ปริมาณ/กลิ่นของน้ำคาวปลา
3.ตรวจโดยใช้ ultrasound หากสงสัยเศษรกค้าง
4.ตรวจเลือด/การติดเชื้อ หากมีไข้/ปวดท้อง/กลิ่นเหม็น
แนวทางการรักษา
หากพบเศษรกค้างอาจต้องทำการขูดโพรงมดลูก (D&C) เพื่อขจัดเศษ หรือมีการติดเชื้อให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อและให้การดูแลสนับสนุน พร้อมกับพักผ่อน หลีกเลี่ยงการยกของหนัก และแนะนำการให้นมลูกเพราะการให้นมช่วยกระตุ้น oxytocin ให้มดลูกหดตัวได้ดีขึ้น
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
-ใส่ผ้าอนามัยสำหรับแม่หลังคลอด เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
-พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมาก
-ให้นมลูกดูดนมแม่บ่อยๆ ช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน oxytocin ที่ช่วยให้มดลูกหดตัวดีขึ้น
-สังเกตสี กลิ่น ปริมาณ และอาการเสริม ถ้าผิดปกติรีบพบแพทย์
ข้อห้ามสำคัญ
-ไม่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดภายในช่องคลอดจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
-หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากแพทย์
-อย่าปล่อยให้มีเลือดออกมากหรือนานโดยไม่รีบตรวจ
หลังคลอด 2 เดือน น้ำคาวปลา ยังไม่หมด เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจ ไม่ควรปล่อยทิ้งโดยเฉพาะเมื่อมีสีแดงเข้ม ปริมาณเพิ่ม ไข้ หรือกลิ่นเหม็น สาเหตุที่พบบ่อยคือ มดลูกเข้าอู่ช้า, เศษรกค้าง, หรือการติดเชื้อ และการวินิจฉัยมักต้องอาศัย ultrasound และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งนี้การรักษาแตกต่างตามสาเหตุ ตั้งแต่การเฝ้าดูอาการและให้คำแนะนำการดูแลตัวเอง จนถึงการให้ยาและการขูดมดลูก (D&C) หากจำเป็น
อ้างอิงจาก
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/practice-after-birth
https://my.clevelandclinic.org/health/body/22485-lochia
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/practice-after-birth
https://my.clevelandclinic.org/health/body/22655-uterus-involution
https://www.tiktok.com/@senasatreeclinic/video/7292713832433061126
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.