สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคน โดยมีการศึกษาพบว่าเกิดขึ้นได้สูงถึงร้อยละ 25 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด และน่ากังวลไปกว่านั้นคือ ในจำนวนนี้ถึงร้อยละ 50 อาจนำไปสู่การแท้งจริง ซึ่งถือเป็นสถิติที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การทำความเข้าใจความหมาย สาเหตุ แนวทางการรักษา รวมถึงวิธีดูแลตัวเองเมื่อเผชิญกับภาวะนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณแม่และครอบครัวไม่ควรมองข้าม
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ภาวะแท้งคุกคามคืออะไร? ความหมายและความสำคัญที่ควรรู้
สัญญาณเตือนของภาวะแท้งคุกคามที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้าม
สาเหตุของภาวะแท้งคุกคาม: ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้
วิธีการวินิจฉัยภาวะแท้งคุกคามจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แนวทางการรักษาภาวะแท้งคุกคามในปัจจุบัน
การดูแลตัวเองเมื่อเกิดภาวะแท้งคุกคามระหว่างตั้งครรภ์
โอกาสในการตั้งครรภ์ต่อไปหลังเผชิญภาวะแท้งคุกคาม
ความแตกต่างระหว่างภาวะแท้งคุกคามกับการแท้งจริง
ตรวจสอบบทความโดย: จันทรา สำเร็จ
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
ภาวะแท้งคุกคาม (Threatened abortion) คือ การมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยที่ปากมดลูกยังคงปิดอยู่ ซึ่งอาจเป็นเลือดสดหรือมูกเลือด ไหลออกอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ไม่มีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย ส่วนน้อยที่มีอาการคล้ายปวดประจำเดือน ทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้"
-มีอาการเลือดออกทางช่องคลอด อาจเป็นสีแดงสดหรือน้ำตาล สลับกับมูกเลือด อาจออกเป็นระยะสั้นหรือยาวหลายวัน
-มีอาการปวดต่ำคล้ายปวดประจำเดือน ปวดบีบๆ รัดๆ ตรงกลางท้องน้อย ซึ่งมักเป็นๆ หายๆ หรือมีอาการปวดร้าวไปหลัง และเป็นตะคริวร่วมด้วย
-มีเลือดออกร่วมกับมีอาการปวดท้องน้อยคล้ายเวลามีประจำเดือน
-เกิดจากความผิดปกติทารกในครรภ์ เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม ความพิการแต่กำเนิด
-เกิดจากความผิดปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น มีโรคประจำตัว อายุของคุณแม่ตั้งครรภ์ น้อยหรือมากไป ความผิดปกติของมดลูกและโพรงมดลูก หรือเคยได้รับการผ่าตัดอวัยวะสืบพันธุ์ภายในมาก่อน ระบบภูมิคุ้มกันหรือฮอร์โมนผิดปกติ ความเครียด การดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือการใช้สารเสพติด
-เกิดจากความผิดปกติของสามี เช่น เลือดหรืออสุจิของคุณพ่อมีความผิดปกติ
1. ซักประวัติ
-ประจำเดือนครั้งสุดท้ายเพื่อคำนวณอายุครรภ์
-ลักษณะเลือดที่ออก (สี ปริมาณ ระยะเวลา) และอาการอื่นๆ ที่เคยเป็น
-ประวัติโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เคยแท้ง อุบัติเหตุ โรคเรื้อรัง
2. ตรวจร่างกาย
-วัดสัญญาณชีพ เช่น วัดความดัน ชีพจร เพื่อดูว่าซีดหรือไม่
-ตรวจหน้าท้องหาตำแหน่งที่ปวด
3. ตรวจภายใน
-ดูปริมาณและลักษณะเลือดที่ออก
-ตรวจดูความผิดปกติของปากมดลูก
-ประเมินขนาดมดลูกและหาความผิดปกติอื่น เช่น ติดเชื้อ
4. ตรวจปัสสาวะ
-ตรวจว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ (หากมีภาวะแท้งไปแล้ว แต่ไม่นานอาจยังตรวจพบว่าตั้งครรภ์)
5. ตรวจเลือดวัดฮอร์โมน β-hCG
-ดูระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการฝังตัวของตัวอ่อน
6. ตรวจอัลตร้าซาวนด์ทางช่องคลอด
-หาตำแหน่งทารกอยู่ในโพรงมดลูกหรือนอกมดลูก
-ประเมินสัณญาณชีพ อัตราการเต้นของหัวใจ
-ประเมินรูปร่างมดลูกและรังไข่
-นอนพัก 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอาการและคำแนะนำแพทย์
-งดกิจกรรมหนัก หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การยืนหรือเดินนานๆ
-สังเกตอาการ ประเมินลักษณะเลือดที่ออกทั้งลักษณะ และปริมาณ รวมถึงวัดสัญญาณชีพสม่ำเสมอ
-งดสวนล้างช่องคลอด สวนอุจจาระ หรือตรวจภายใน
-ระวังโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สารพิษ อุบัติเหตุ และภาวะท้องผูก/ท้องเสีย
-ทำใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด และทำจิตใจให้สงบ
-ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
สำหรับคุณแม่ที่มีประวัติภาวะแท้งคุกคาม มาก่อนหากร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสมและกลับมาแข็งแรงตามลำดับ ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง แนะนำให้เว้นระยะการตั้งครรภ์ด้วยการคุมกำเนิดประมาณ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เคยรับการผ่าตัดที่ผ่านผนังมดลูกมาก่อน ควรเว้นช่วงนาน 6-12 เดือน ก่อนการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป หรือตามคำแนะนำของสูติแพทย์
-ภาวะแท้งคุกคาม เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยที่ปากมดลูกยังปิด และยังตรวจพบชีพจร การเต้นของหัวใจทารก ทำให้มีโอกาสที่จะประคับประคองให้การตั้งครรภ์นี้ดำเนินต่อไปได้จนสำเร็จ
-การแท้งจริง คือการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ครบ 20 สัปดาห์ เป็นภาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้
-ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงทั้งกายและใจ พักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงความเครียดต่างๆ อากาศถ่ายเทได้สะดวก
-หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติดทุกชนิด
-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลากหลายครบ 5 หมู่ รวมถึงวิตามินที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ตามแพทย์แนะนำ
-หลีกเลี่ยงการใช้ยาต่างๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์
-หากมีโรคประจำตัว ควรเข้ารับการรักษาและควบคุมอาการให้ดีอยู่เสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
-ไม่ยกของหนักในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีอันตราย
-วางแผนการตั้งครรภ์ และฝากครรภ์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ เพื่อตรวจร่างกายคุณแม่และป้องกันความเสี่ยง รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการตั้งครรภ์
-พึงระลึกไว้เสมอว่าคุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้จักตัวเราดีที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกกังวลใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที
อ้างอิงจาก
https://www.si.mahidol.ac.th/sirirajdoctor/article_detail.aspx?ID=1468
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/threatened-abortion
https://www.nakornthon.com/article/detail/ภาวะแท้งคุกคาม-ภาวะอันตรายเกิดได้กับหญิงตั้งครรภ์ทุกคน
https://www.nakornthon.com/article/getpagepdf/3826
https://www.vichaiyut.com/th/health-information/pregnancy-miscarriage-end-stage-infertility/details
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lessons/33333/
https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/miscarriage
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.