สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

postpartum-bleeding

ไขข้อสงสัย น้ำคาวปลา กี่วันหมด? สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดควรรู้ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพ

ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1

น้ำคาวปลาคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรหลังคลอด

หลังคลอด ไม่ว่าจะธรรมชาติหรือผ่าคลอด ร่างกายคุณแม่ต้องขับของเหลวที่เหลือในโพรงมดลูกออก ซึ่งเรียกว่า “น้ำคาวปลา” (Lochia) เป็นกระบวนการธรรมชาติที่ช่วยให้มดลูกกลับสู่สภาพใกล้

เคียงก่อนตั้งครรภ์ น้ำคาวปลาประกอบด้วย:

-เลือดจากแผลภายในมดลูก

-เมือก (Mucus)

-เยื่อบุผนังมดลูกที่ลอกออก

-เศษรกที่ตกค้าง

น้ำคาวปลา กี่วันหมด โดยทั่วไปตามธรรมชาติ

โดยทั่วไปน้ำคาวปลา กี่วันหมด ต้องบอกว่าน้ำคาวปลาจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์

จากข้อมูลทางการแพทย์ ระยะเวลาที่พบมากที่สุดคือ ประมาณ 27 วัน (ราว 4 สัปดาห์) ซึ่งถือว่าเป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องเร่งให้หมดเร็ว

ความแตกต่างของน้ำคาวปลาในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด

น้ำคาวปลา กี่วันหมด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะหลัก แต่ละช่วงจะมีสี กลิ่น และปริมาณแตกต่างกันไป ดังนี้

1.Lochia rubra (เลือดแดง) ช่วง 3–5 วันแรกหลังคลอด เป็นสีแดงเข้ม ประกอบด้วยเลือด เมือก และเศษรก

2.Lochia serosa (ชมพูน้ำตาล) ช่วงประมาณวันที่ 4–10 หลังคลอด สีเริ่มจางลงเป็นชมพูหรือน้ำตาลน้ำคาวปลาเริ่มใสและมีมูกมากขึ้น

3.Lochia alba (เหลืองขาว) เริ่มประมาณหลังวันที่ 10 เป็นต้นไป จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด เป็นสีเหลืองขุ่นหรือขาว มีแต่เมือกและเซลล์ ไม่มีเลือดหรือเลือดน้อยมาก

การเปลี่ยนแปลงของสีและกลิ่นน้ำคาวปลาตามระยะเวลา

สี : เริ่มจาก แดงเข้ม → ชมพูหรือน้ำตาล → เหลืองขาว → ใส/จาง จนหมดไปภายใน 4–6 สัปดาห์

กลิ่น: ปกติจะมีกลิ่นคล้ายประจำเดือนหรือเหม็นเล็กน้อย ไม่ควรเหม็นเน่า หรือมีกลิ่นแรงเหมือนของเน่าเพราะอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ

postpartum-bleeding

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาน้ำคาวปลาหมดช้าเร็ว

-การให้นมบุตร ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ( oxytocin ) ช่วยให้มดลูกหดตัวและขับน้ำคาวปลาได้เร็วขึ้น

-กิจกรรมร่างกาย การเดินหรือขยับในตอนเช้าหรือหลังตื่นนอนอาจทำให้น้ำคาวปลาออกมากขึ้นชั่วคราว

-วิธีคลอด คุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจรู้สึกสงสัยว่าน้ำคาวปลา กี่วันหมด นั้นหมดเร็วกว่า เนื่องจากแพทย์จะทำความสะอาดมดลูกหลังคลอดเลย

ความแตกต่างระหว่างคุณแม่คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด

น้ำคาวปลา กี่วันหมด อาศัยปัจจัยหลายอย่างขึ้นอยู่กับการผ่าตัด หรือคลอดธรรมชาติ แตกต่างกันดังนี้

-คลอดธรรมชาติ มักมีปริมาณน้ำคาวปลามากและใช้เวลานานกว่า และหมดค่อนข้างช้า

-ผ่าคลอด มักออกน้อยกว่าและหมดเร็วกว่า เนื่องจากแพทย์ทำความสะอาดมดลูกหลังการผ่าตัด

น้ำคาวปลาที่นานผิดปกติ สัญญาณเตือนอะไรบ้าง

ควรระวังหาก น้ําคาวปลา กี่วันหมด ไม่เป็นไปตามปกติ เช่น

-ยังมีน้ำคาวปลาไหลนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือ 4–8 สัปดาห์ ยังคงไม่หยุด

-กลิ่นเหม็นมากขึ้น หรือมีกลิ่นเหม็นเน่า

-น้ำคาวปลามีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ) หรือมีปริมาณมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเกือบทุกชั่วโมง

-กลับมาเป็นสีแดงสดอีกหลังจากที่เคยจางแล้ว

หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ หรือชิ้นส่วนรกค้างในมดลูก 

การดูแลสุขอนามัยเพื่อให้น้ำคาวปลาหมดตามปกติ

-ใช้ ผ้าอนามัยสำหรับหลังคลอด และ หลีกเลี่ยงถ้วยอนามัยหรือแทมพอน (tampon)

-ล้างมือ ก่อน–หลังเปลี่ยนผ้าอนามัย

-ไม่สวนล้างช่องคลอด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

-พักผ่อนให้เพียงพอ งดกิจกรรมหนัก

-ให้นมบุตรตามต้องการ เพื่อช่วยกระตุ้นมดลูกหดตัวเร็วขึ้น

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นเมื่อน้ำคาวปลาไม่หมด

-มีไข้ หรือหนาวสั่น

-ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือปวดมากเกินกว่าปกติ

-น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นแรง หรือมีสีผิดปกติ เช่น เขียวหรือเหมือนหนอง

-มีเลือดออกมากผิดปกติหรือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง 

อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุมดลูกอักเสบ หรือเศษรกค้างในมดลูก จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาเร็วที่สุด

คำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการดูแลน้ำคาวปลา

- ไม่สวนล้างช่องคลอด และ ไม่ใช้แทมพอน (tampon) หลังคลอด

- พักผ่อนให้มากกว่าทำกิจกรรมหนัก

- ให้นมบุตรตามต้องการ เพื่อกระตุ้น ออกซิโทซิน (Oxytocin) ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น

- สังเกตอาการผิดปกติ ที่ควรรีบปรึกษาสูติแพทย์ทันที เช่น น้ำคาวปลายังไม่จางหรืออยู่นานเกิน 6 สัปดาห์

มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ , มีไข้ , เลือดออกมาก เป็นต้น

น้ำคาวปลาเป็นภาวะ ปกติหลังคลอด ที่เกิดจากการขับของเสียและการฟื้นตัวของมดลูก น้ำคาวปลา กี่วันหมด โดยทั่วไปจะหายไปใน 4–6 สัปดาห์ สีและกลิ่นจะเปลี่ยนแปลงตามลำดับ แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น กลิ่นเหม็นแรง เลือดออกมากเกินไป ไข้ หรือปวดท้องรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x