สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
น้ำคาวปลา คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรหลังคลอด
น้ำคาวปลา กี่วันหมด โดยทั่วไปตามธรรมชาติ
ความแตกต่างของน้ำคาวปลาในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด
การเปลี่ยนแปลงของสีและกลิ่นน้ำคาวปลาตามระยะเวลา
ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาน้ำคาวปลาหมดช้าเร็ว
ความแตกต่างระหว่างคุณแม่คลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด
น้ำคาวปลาที่นานผิดปกติ สัญญาณเตือนอะไรบ้าง
การดูแลสุขอนามัยเพื่อให้น้ำคาวปลาหมดตามปกติ
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
หลังคลอด ไม่ว่าจะธรรมชาติหรือผ่าคลอด ร่างกายคุณแม่ต้องขับของเหลวที่เหลือในโพรงมดลูกออก ซึ่งเรียกว่า “น้ำคาวปลา” (Lochia) เป็นกระบวนการธรรมชาติที่ช่วยให้มดลูกกลับสู่สภาพใกล้
เคียงก่อนตั้งครรภ์ น้ำคาวปลาประกอบด้วย:
-เลือดจากแผลภายในมดลูก
-เมือก (Mucus)
-เยื่อบุผนังมดลูกที่ลอกออก
-เศษรกที่ตกค้าง
น้ำคาวปลา กี่วันหมด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะหลัก แต่ละช่วงจะมีสี กลิ่น และปริมาณแตกต่างกันไป ดังนี้
1.Lochia rubra (เลือดแดง) ช่วง 3–5 วันแรกหลังคลอด เป็นสีแดงเข้ม ประกอบด้วยเลือด เมือก และเศษรก
2.Lochia serosa (ชมพูน้ำตาล) ช่วงประมาณวันที่ 4–10 หลังคลอด สีเริ่มจางลงเป็นชมพูหรือน้ำตาลน้ำคาวปลาเริ่มใสและมีมูกมากขึ้น
3.Lochia alba (เหลืองขาว) เริ่มประมาณหลังวันที่ 10 เป็นต้นไป จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด เป็นสีเหลืองขุ่นหรือขาว มีแต่เมือกและเซลล์ ไม่มีเลือดหรือเลือดน้อยมาก
-การให้นมบุตร ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ( oxytocin ) ช่วยให้มดลูกหดตัวและขับน้ำคาวปลาได้เร็วขึ้น
-กิจกรรมร่างกาย การเดินหรือขยับในตอนเช้าหรือหลังตื่นนอนอาจทำให้น้ำคาวปลาออกมากขึ้นชั่วคราว
-วิธีคลอด คุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจรู้สึกสงสัยว่าน้ำคาวปลา กี่วันหมด นั้นหมดเร็วกว่า เนื่องจากแพทย์จะทำความสะอาดมดลูกหลังคลอดเลย
ควรระวังหาก น้ําคาวปลา กี่วันหมด ไม่เป็นไปตามปกติ เช่น
-ยังมีน้ำคาวปลาไหลนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือ 4–8 สัปดาห์ ยังคงไม่หยุด
-กลิ่นเหม็นมากขึ้น หรือมีกลิ่นเหม็นเน่า
-น้ำคาวปลามีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ) หรือมีปริมาณมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยเกือบทุกชั่วโมง
-กลับมาเป็นสีแดงสดอีกหลังจากที่เคยจางแล้ว
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ หรือชิ้นส่วนรกค้างในมดลูก
-มีไข้ หรือหนาวสั่น
-ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือปวดมากเกินกว่าปกติ
-น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นแรง หรือมีสีผิดปกติ เช่น เขียวหรือเหมือนหนอง
-มีเลือดออกมากผิดปกติหรือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง
อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุมดลูกอักเสบ หรือเศษรกค้างในมดลูก จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาเร็วที่สุด
- ไม่สวนล้างช่องคลอด และ ไม่ใช้แทมพอน (tampon) หลังคลอด
- พักผ่อนให้มากกว่าทำกิจกรรมหนัก
- ให้นมบุตรตามต้องการ เพื่อกระตุ้น ออกซิโทซิน (Oxytocin) ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
- สังเกตอาการผิดปกติ ที่ควรรีบปรึกษาสูติแพทย์ทันที เช่น น้ำคาวปลายังไม่จางหรืออยู่นานเกิน 6 สัปดาห์
มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ , มีไข้ , เลือดออกมาก เป็นต้น
น้ำคาวปลาเป็นภาวะ ปกติหลังคลอด ที่เกิดจากการขับของเสียและการฟื้นตัวของมดลูก น้ำคาวปลา กี่วันหมด โดยทั่วไปจะหายไปใน 4–6 สัปดาห์ สีและกลิ่นจะเปลี่ยนแปลงตามลำดับ แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น กลิ่นเหม็นแรง เลือดออกมากเกินไป ไข้ หรือปวดท้องรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
อ้างอิงจาก
https://www.verywellhealth.com/lochia-8715501
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/9015013/
https://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/obg/mom-think-10
https://my.clevelandclinic.org/health/body/22485-lochia
https://www.vinmec.com/eng/blog/abnormal-postpartum-discharge-en
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.