สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
หลัง "ผ่าคลอดหรือทำหมัน" คุณแม่หลายคนอาจกังวลว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้แผลหายเร็ว ไม่เจ็บนาน และสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจ บทความนี้รวบรวมคำแนะนำสำคัญตั้งแต่การดูแลแผล การให้นม การเลือกอาหาร ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันแบบปลอดภัยให้คุณแม่พร้อมฟื้นตัวแบบแข็งแรง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
Checklist 7 วันแรก! "วิธีดูแลตัวเอง หลังผ่าคลอด และ ทำหมัน" ที่โรงพยาบาล
การดูแลแผลผ่าตัด 2-in-1: ทำอย่างไรให้แผลแห้งไว ไม่ติดเชื้อ
รับมือความเจ็บปวด: วิธีจัดการอาการเจ็บแผลผ่าคลอด และปวดหน่วงจากการทำหมัน
เคล็ดลับลุกเดินครั้งแรกหลังผ่าตัด: ทำไมถึงสำคัญ และทำอย่างไรไม่ให้เจ็บ
"หลังผ่าคลอดและทำหมัน" กินอะไรได้บ้าง? เมนูเร่งแผลสมาน และบำรุงน้ำนม
ผลข้างเคียงระยะสั้น-ยาว ของการ "ทำหมัน" ที่คุณแม่ต้องรู้
สังเกต "น้ำคาวปลา" หลังผ่าคลอด: แบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบหาหมอ
10 ข้อห้ามเด็ดขาด! สำหรับคุณแม่หลังผ่าตัดใหญ่ (ผ่าคลอด + ทำหมัน)
การให้นมบุตรสำหรับแม่ผ่าตัด: ท่าอุ้มให้นมที่ถูกต้อง ไม่กดทับแผล
การดูแลสุขภาพจิต: รับมือความเจ็บปวด และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
นัดตรวจหลังคลอด: ความสำคัญของการเช็กแผลผ่าตัด และการฟื้นตัวของมดลูก
การกลับมาใช้ชีวิตปกติ: เมื่อไหร่ถึงจะออกกำลังกายเบาๆ และมีเพศสัมพันธ์ได้?
"-พักผ่อนให้เพียงพอ : พยายามนอนวันละอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
- ขยับตัวอย่างระมัดระวัง : ลุกเดินเบา ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่า ช่วยลดความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- ดูแลและสังเกตแผลผ่าคลอด–แผลทำหมัน : หากมีเลือดซึม บวมแดง เจ็บมากผิดปกติ หรือมีกลิ่น ควรแจ้งพยาบาลทันที
- ดูแลสายสวนปัสสาวะและท่อระบายเลือด
ทำความสะอาดและขยับตัวอย่างระวัง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทุกขั้นตอน"
"- ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสบู่อ่อนล้างบริเวณแผล ตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีน้ำหอมหรือสารระคายเคือง
- ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษซับเบา ๆ ไม่ถูแรง เพื่อลดการเสียดสีที่ทำให้แผลอักเสบได้
- เปลี่ยนผ้าก๊อซทุกวันหรือบ่อยตามที่พยาบาลแนะนำ หากผ้าเปียกหรือสกปรกต้องเปลี่ยนทันที
- หลีกเลี่ยงความอับชื้นและการกดทับแผลไม่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่น และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่เก็บเหงื่อง่าย ควรใส่ชุดที่โปร่งสบายเพื่อให้แผลแห้งเร็ว
- แผลผ่าคลอดและทำหมันส่วนใหญ่ใช้ ไหมละลาย ซึ่งจะค่อย ๆ หายภายในประมาณ 3–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน"
"การลุกเดินภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าคลอดหรือทำหมันช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการท้องอืด และลดความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันได้อย่างมาก เพื่อให้เดินได้สบายขึ้น แนะนำให้ ใช้มือกดแผลเบา ๆ หรือใช้ ผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อช่วยพยุง ลดความตึงและลดอาการเจ็บขณะลุกเดิน"
-อาหารโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา ไข่ เต้าหู้ ช่วยให้แผลสมานเร็ว
-ผักใบเขียวและผลไม้ ช่วยให้ขับถ่ายดี ลดท้องผูก ไม่ต้องออกแรงเบ่ง
-ดื่มน้ำมากพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบไหลเวียนและการผลิตน้ำนม
-หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดและของหมักดอง เพราะอาจระคายเคืองระบบทางเดินอาหารและทำให้ปวดแผลมากขึ้น
หลังทำหมัน คุณแม่อาจมี อาการปวดท้องน้อยเล็กน้อย หรือ เลือดออกกระปริบกระปรอย ในช่วง 1–2 วันแรกในระยะยาว บางรายอาจพบว่า ประจำเดือนมาน้อยลงหรือมาไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว การทำหมันไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ทำให้น้ำหนักขึ้น และไม่กระทบการให้นมลูก
ปกติ : น้ำคาวปลาจะเริ่มเป็น สีแดง แล้วค่อย ๆ จางเป็นสีน้ำตาล และลดลงเรื่อย ๆ ภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของการฟื้นตัวหลังคลอด
ผิดปกติ : ถ้าน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น, มีสีเหลืองหรือเขียว, ไหลมากผิดปกติ หรือมีอาการ ปวดท้อง ไข้ หนาวสั่น ร่วมด้วย แปลว่าอาจเกิดการติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
1.ห้ามยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม
2.ห้ามขับรถใน 2 สัปดาห์แรก
3.ห้ามแช่น้ำอุ่น / แช่อ่างอาบน้ำ
4.ห้ามใส่กางเกงรัดแน่น
5.ห้ามออกกำลังกายหนัก
6.ห้ามมีเพศสัมพันธ์ก่อนครบ 6 สัปดาห์
7. ห้ามใช้ยาทาแผลเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
8.ห้ามแกะเกา แกะสะเก็ดแผล
9.ห้ามทานยาสมุนไพรหรือยาต้มโดยไม่ปรึกษาแพทย์
10.ห้ามละเลยการนัดตรวจ
1.ท่าอุ้มฟุตบอล (Football Hold / Clutch Hold) :
วิธีทำ
-จับลูกไว้ด้านข้างลำตัวคุณแม่
-ให้ขาลูกไปด้านหลังเหมือนลูกฟุตบอลที่หนีบไว้
-ใช้หมอนรองแขนและลำตัวลูกให้สูงขึ้น
-หน้าอกของลูกอยู่ระดับเดียวกับหัวนมวางลูกไว้ข้างลำตัว ลดแรงกดบนหน้าท้อง
2.ท่านอนตะแคง (Side-Lying Position)
วิธีทำ
-นอนตะแคงซ้ายหรือขวา
-ใช้หมอนรองหลังและระหว่างขา
-อุ้มลูกนอนตะแคงหันหน้าหาคุณแม่
-ใช้มือพยุงหลังลูกเล็กน้อยช่วงเริ่มดูด
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.