สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

dissolvable-suturesd

ทำความเข้าใจไหมละลายหลังคลอดกี่วันหาย และการดูแลแผลให้ฟื้นตัวเร็ว

ไหมละลายหลังคลอดกี่วันหาย เป็นคำถามที่คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่มักกังวล ทั้งในกรณีคลอดธรรมชาติที่มีการเย็บฝีเย็บ และการผ่าคลอดที่ต้องเย็บแผลผ่าตัดบนหน้าท้อง เพราะนอกจากเรื่องความเจ็บปวดแล้ว หลายคนยังกลัวแผลหายช้า แผลติดเชื้อ หรือดูแลแผลไม่ถูกวิธีจนส่งผลต่อการฟื้นตัวโดยรวมของร่างกาย

คุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตร จึงมักอยากรู้ว่าไหมละลายจะหายไปประมาณกี่วัน แผลจะใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน และต้องดูแลอย่างไรให้แผลสมานเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ไหมละลายจะสลายไปและความเร็วในการฟื้นตัวของแผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม สภาพร่างกาย และการดูแลแผลในชีวิตประจำวัน

บทความนี้จะพาคุณแม่ทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับไหมละลายหลังคลอด ตั้งแต่ลักษณะและบทบาทของไหมละลายในแผลคลอดธรรมชาติและแผลผ่าคลอด ไปจนถึงแนวทางการดูแลแผลอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ปลอดภัย ลดความเจ็บปวด และทำให้การดูแลแผลหลังคลอดเป็นเรื่องที่จัดการได้ง่าย และมั่นใจมากขึ้น

 

สรุป

บทความนี้อธิบายเรื่องไหมละลายหลังคลอดว่าคืออะไร ต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร และโดยปกติจะเริ่มอ่อนตัวภายในประมาณ 1 สัปดาห์ แผลฝีเย็บมักหายสนิทในราว 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดอาจใช้เวลาถึง 2–3 เดือนหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ระยะเวลาการละลายและการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับชนิดไหม ตำแหน่งแผล สุขภาพพื้นฐาน การดูแลความสะอาด การพักผ่อน และโภชนาการของคุณแม่ โดยการรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงยกของหนัก กินอาหารโปรตีนและวิตามินซีให้พอ และรีบพบแพทย์หากมีอาการบวมแดง ปวดมาก มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือแผลแยก จะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้

 

เนื้อหา

 

ไหมละลายคืออะไร แตกต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร

ไหมละลาย (Absorbable Suture) คือ ไหมเย็บแผลทางการแพทย์ที่สามารถสลายตัวเองภายในร่างกายได้ โดยไม่จำเป็นต้องนัดกลับมาตัดไหมเหมือนไหมทั่วไป จึงช่วยลดขั้นตอนการดูแลแผล และลดความเสี่ยงจากการต้องตัดไหม

ไหมชนิดนี้ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัยต่อร่างกาย เช่น polyglycolic acid หรือ polydioxanone เมื่อเย็บปิดแผลและผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เส้นไหมจะค่อย ๆ ถูกย่อยสลายตามธรรมชาติ แตกต่างจากไหมทั่วไปที่ยังคงอยู่และต้องตัดออกภายหลัง ช่วยลดความยุ่งยากในการดูแลแผล และช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้อีกด้วย

 

ทำไมการเย็บแผลหลังคลอดจึงนิยมใช้ไหมละลาย

การใช้ไหมละลาย สำหรับเย็บแผลหลังคลอดได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้การดูแลแผลสะดวกขึ้น และลดขั้นตอนการรักษาที่ไม่จำเป็นสำหรับคุณแม่หลังคลอด โดยมีข้อดีสำคัญดังนี้:

  • ไม่จำเป็นต้องกลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อตัดไหมเมื่อแผลหายดี

  • ช่วยลดความเจ็บปวดและความไม่สบายตัวจากการตัดไหมออก

  • เหมาะสำหรับแผลบริเวณฝีเย็บหรือแผลผ่าตัดหน้าท้อง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เข้าถึงและดูแลได้ยาก

  • ลดโอกาสการติดเชื้อที่อาจเกิดจากการต้องเปิดแผลซ้ำเพื่อทำหัตถการตัดไหม

 

ไหมละลายหลังคลอดกี่วันถึงจะเริ่มละลาย

โดยทั่วไป ไหมละลายจะเริ่มสลายตัวภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด ทั้งนี้ระยะเวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้เย็บแผล และสภาพร่างกายของคุณแม่ เช่น การสมานแผล การไหลเวียนเลือด และการดูแลแผลหลังคลอด

ชนิดของไหมละลายแต่ละแบบจะมีช่วงเวลาการสลายต่างกัน ดังนี้:

  • Plain catgut: สลายตัวภายในประมาณ 7–10 วัน 

  • Chromic catgut: สลายตัวภายในประมาณ 10-14 วัน

  • Polyglycolic acid (Dexon), Polyglycan (Vicryl): สลายตัวภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์

 

ไหมละลายหลังคลอดกี่วันถึงจะหายสนิท

โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาที่ ไหมละลายหลังคลอดและแผลหายสนิท จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของแผล โดยแผลเย็บฝีเย็บมักเริ่มละลายในช่วง 1–2 สัปดาห์ และมักหายดีภายในประมาณ 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดใช้เวลานานกว่า ไหมมักละลายภายในราว 2–3 เดือน และแผลอาจฟื้นตัวเต็มที่ได้ถึงประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการดูแลแผลของแต่ละคนด้วย

เมื่อพูดถึงระยะเวลาที่ไหมละลายหลังคลอด มักจะแบ่งพิจารณาตามตำแหน่งที่ใช้ไหมเย็บ ดังนี้:

  • แผลเย็บฝีเย็บ (คลอดธรรมชาติ):    โดยทั่วไปไหมที่ใช้เย็บบริเวณฝีเย็บจะเริ่มละลายภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ และแผลมักหายสนิทหรือฟื้นตัวได้ดีในช่วงราว 4–6 สัปดาห์ ภายใต้การดูแลความสะอาด และหลีกเลี่ยงการกดหรือเสียดสีบริเวณแผลมากเกินไป  

  • แผลผ่าคลอด:    แผลผ่าคลอดมักใช้เวลานานกว่า โดยไหมละลายอาจใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน ขณะที่การฟื้นตัวของแผลให้เข้าที่ และหายดีเต็มที่อาจใช้เวลานานได้ถึงราว 6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับการดูแลแผล การเคลื่อนไหว และสภาพผิวของคุณแม่แต่ละคน  

dissolvable-suturesd

 

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการละลายของไหม

ระยะเวลาการละลายของไหมละลายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ ดังนี้:

  1. ชนิดของไหมและตำแหน่งที่ใช้เย็บ วัสดุที่ใช้ทำไหมละลาย และบริเวณที่แพทย์เลือกเย็บ จะมีผลต่อความเร็วในการละลาย และการสมานแผลของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น

  2. สุขภาพโดยรวมของคุณแม่ ภาวะสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือภาวะโลหิตจาง อาจทำให้แผลหายช้าลง และส่งผลให้ไหมละลายช้าตามไปด้วย

  3. การดูแลความสะอาดแผลและการป้องกันการติดเชื้อ การทำความสะอาดแผลอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แผลสกปรกหรือระคายเคือง ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และสนับสนุนให้แผลหายเร็วขึ้น

  4. การเคลื่อนไหวและการออกแรงของร่างกาย การเคลื่อนไหวหรือออกแรงมากเกินไป โดยเฉพาะบริเวณที่มีแผล อาจทำให้แผลตึงหรือแยกออก ส่งผลให้การสมานแผลล่าช้า และมีผลต่อระยะเวลาการละลายของไหม

  5. โภชนาการและการพักผ่อน การรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ผัก และผลไม้ให้เพียงพอ ร่วมกับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเหมาะสม ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และทำให้แผลสมานได้รวดเร็วขึ้น

 

อาการปกติระหว่างการละลายของไหมหลังคลอด

ระหว่างกระบวนการละลายของไหมหลังคลอด คุณแม่อาจพบอาการบางอย่างที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยอาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้:

  1. รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณแผล เป็นอาการปกติที่เกิดจากการหดตัว และการสมานตัวของแผล

  2. มีสิ่งคัดหลั่งเล็กน้อย เป็นอาการปกติที่เกิดจากกระบวนการสมานของแผล

  3. เมื่อแผลเริ่มสมานและไหมเริ่มละลาย อาจมีอาการคันยิบๆ บริเวณแผล

 

สัญญาณผิดปกติที่ควรสังเกตเมื่อใช้ไหมละลาย

หากมีอาการต่อไปนี้หลังการใช้ไหมละลาย ควรรีบปรึกษา หรือไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินอาการ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม:

  • แผลบวม แดง ร้อน หรือมีอาการเจ็บมากขึ้น

  • มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือมีเลือดออกผิดปกติจากแผล

  • แผลปริ แผลแยกออกจากกัน หรือมองเห็นไหมโผล่ชัดเจน

  • มีไข้สูง หรือปวดแผลรุนแรงมากกว่าปกติ

 

วิธีดูแลแผลเย็บที่ใช้ไหมละลายให้หายเร็ว

การดูแลแผลเย็บที่ใช้ไหมละลายอย่างถูกต้องช่วยให้แผลหายเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ และช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวได้สบายขึ้น โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้:

  • ดูแลรักษาความสะอาดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะแผลบริเวณฝีเย็บควรล้างด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด ล้างจากด้านหน้าไปด้านหลัง จากนั้นซับให้แห้งอย่างเบามือ

  • เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพื่อให้บริเวณแผลแห้งและสะอาด หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด และการแช่น้ำในอ่าง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ทำให้เกิดแรงกดทับหรือดึงรั้งบริเวณแผลเย็บ

  • รับประทานอาหารที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เช่น เนื้อปลา ไข่ ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวิตามินซีสูง เพื่อสนับสนุนกระบวนการสมานแผลของร่างกาย

  • ในกรณีที่คลอดด้วยการผ่าตัด ใช้ผ้ารัดหน้าท้องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยพยุงกล้ามเนื้อหน้าท้อง และลดแรงดึงที่แผลผ่าคลอด

 

ข้อควรระวังระหว่างรอไหมละลายหลังคลอด

ระหว่างรอให้ไหมละลาย และแผลหลังคลอดสมานตัว คุณแม่ควรใส่ใจข้อควรระวังต่อไปนี้เพื่อช่วยให้แผลหายดี และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ:

  • อย่าแคะหรือดึงไหมออกเอง

  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำอุ่นหรือน้ำในอ่างเป็นเวลานาน

  • งดเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะหายสนิท

  • หากมีการใช้ยาทำความสะอาด ให้ใช้ตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้น

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หากไหมละลายผิดปกติ

ระหว่างที่รอสังเกตว่าไหมละลายหลังคลอดกี่วันแผลจึงจะหาย หากผ่านไปประมาณ 2–3 สัปดาห์แล้วยังมีความผิดปกติของไหม หรือแผล ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการต่อไปนี้:

  • ยังมองเห็นไหมชัดเจน หรือแผลยังไม่สมานตัวดี

  • แผลมีอาการบวม แดง หรือร้อนผิดปกติ

  • มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกจากแผล

  • รู้สึกเจ็บหรือปวดบริเวณแผลมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า

  • แผลแยกออก ปริออก หรือดูเหมือนตะเข็บหลุด

  • มีเลือดออกจากแผลอย่างต่อเนื่อง หรือออกมากผิดปกติ

หากพบอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายข้อร่วมกัน ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อประเมินสภาพแผล และรับการรักษาที่เหมาะสม

 

สรุป: ไหมละลายหลังคลอดกี่วันหายและวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

โดยทั่วไปไหมละลายหลังคลอดจะเริ่มอ่อนตัวและละลายภายในประมาณ 7–10 วัน และแผลจากการคลอดธรรมชาติมักหายสนิทในช่วง 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดอาจใช้เวลานานกว่านั้นประมาณ 2–3 เดือน หรืออาจถึง 6 เดือน กว่าผิวหนังและชั้นเนื้อเยื่อจะสมานเต็มที่

การดูแลแผลอย่างถูกวิธีร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวได้เร็ว และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน หากมีข้อสงสัย หรือพบอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และการฟื้นตัวของแผล

ระยะเวลาที่ไหมละลายหลังคลอดจะหายเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่:

  • ชนิดของไหมที่ใช้เย็บแผล

  • ตำแหน่งของแผลและความลึกของเนื้อเยื่อที่ถูกเย็บ

  • สภาพร่างกายและสุขภาพพื้นฐานของคุณแม่

  • การมีโรคประจำตัวหรือภาวะที่ทำให้แผลหายช้า

  • การดูแลความสะอาดของแผลและบริเวณโดยรอบ

  • โภชนาการและการได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

ระหว่างรอให้ไหมละลาย คุณแม่อาจมีอาการตึง เจ็บเล็กน้อย หรือมีสิ่งคัดหลั่งเล็กน้อยที่แผล ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของช่วงฟื้นตัวหลังคลอด อย่างไรก็ตาม หากมีอาการต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:

  • ปวดหรือบวมมากบริเวณแผล

  • แผลมีหนองหรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา

  • มีกลิ่นเหม็นบริเวณแผลหรือจากตกขาว

  • มีเลือดออกซ้ำจากแผลหลังจากที่เคยหยุดไปแล้ว

  • เห็นไหมโผล่ชัดหรือรู้สึกระคายเคืองจากเส้นไหมมากผิดปกติ

การดูแลแผลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ไหมละลายและแผลหายเร็วขึ้น คุณแม่สามารถดูแลตัวเองตามหลักพื้นฐานดังนี้:

  • รักษาความสะอาดบริเวณแผลตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล

  • พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหักโหมหรือยืนนาน

  • รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและวิตามินซีเพียงพอ เพื่อช่วยการสมานแผล

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือใช้แรงมาก ซึ่งอาจทำให้แผลตึงหรือแยก

  • ไม่แคะ แกะ หรือดึงไหมออกเอง ควรปล่อยให้ละลายไปตามธรรมชาติ หรือให้แพทย์ประเมิน

 

สรุป

เมื่อเข้าใจแล้วว่าไหมละลายคืออะไร และปกติแล้วต้องใช้เวลาประมาณเท่าไรจึงจะเริ่มละลาย และให้แผลหายสนิท ทั้งในกรณีแผลฝีเย็บที่มักฟื้นตัวในราว 4–6 สัปดาห์ และแผลผ่าคลอดที่อาจกินเวลานานถึง 2–3 เดือน หรือมากกว่านั้น คุณแม่จะคลายความกังวลเรื่อง “ไหมละลายหลังคลอดกี่วันหาย” ได้มากขึ้น เพราะระยะเวลาการหายแผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพพื้นฐาน การพักผ่อน โภชนาการ และการดูแลความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอด้วย ขณะเดียวกัน การสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง เจ็บมาก มีหนองหรือกลิ่นเหม็น และรีบปรึกษาแพทย์จะช่วยให้คุณแม่ปลอดภัย และฟื้นตัวเร็วขึ้น สุดท้ายแล้ว ช่วงเวลาที่รอไหมละลายอาจเป็นโอกาสให้คุณแม่ได้หันกลับมาฟังร่างกายของตัวเอง ดูแลทั้งกายและใจทีละวัน เพื่อเตรียมพลังให้พร้อมสำหรับการก้าวต่อไปบนเส้นทางความเป็นแม่อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

 

คำถามที่พบบ่อย

ไหมละลายคืออะไร และแตกต่างจากไหมทั่วไปอย่างไร 

ไหมละลาย คือ เส้นไหมทางการแพทย์ที่สลายตัวเองภายในร่างกาย ผลิตจากวัสดุปลอดภัย เช่น polyglycolic acid หรือ polydioxanone ไม่จำเป็นต้องกลับมาตัดออกเหมือนไหมทั่วไป ช่วยลดความยุ่งยาก และโอกาสติดเชื้อ

ไหมละลายหลังคลอดกี่วันจึงจะหายสนิท 

ไหมละลายหลังคลอดจะเริ่มละลายภายใน 1–2 สัปดาห์ สำหรับแผลฝีเย็บจะหายสนิทใน 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดใช้เวลา 2–3 เดือนในการละลาย และอาจใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าจะฟื้นตัวเต็มที่

ทำไมแพทย์นิยมใช้ไหมละลายสำหรับเย็บแผลหลังคลอด 

แพทย์นิยมใช้ไหมละลายเพราะไม่ต้องกลับมาตัดไหม ลดความเจ็บปวด เหมาะกับแผลที่เข้าถึงยาก ลดโอกาสติดเชื้อจากการเปิดแผลซ้ำ และสะดวกสำหรับคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกน้อย

ไหมละลายแต่ละชนิดใช้เวลานานแค่ไหนในการละลาย 

Plain catgut สลายตัวภายใน 7–10 วัน Chromic catgut สลายตัวภายใน 10-14 วัน Polyglycolic acid และ Polyglycan สลายตัวภายใน 2–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดที่แพทย์เลือกใช้ และสภาพร่างกายของคุณแม่

แผลเย็บฝีเย็บและแผลผ่าคลอดหายในเวลาเท่าไหร่ 

แผลเย็บฝีเย็บจะเริ่มละลายภายใน 1–2 สัปดาห์ และหายสนิทใน 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดใช้เวลานานกว่า ไหมจะละลายภายใน 2–3 เดือน และแผลฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลาถึง 6 เดือน

ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อความเร็วในการละลายของไหมและการสมานแผล 

ปัจจัยที่มีผลต่อการละลายของไหม ได้แก่ ชนิดของไหม และตำแหน่ง สุขภาพของคุณแม่ การดูแลความสะอาดแผล การเคลื่อนไหว และออกแรง โภชนาการและการพักผ่อน รวมถึงโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

อาการปกติที่อาจพบระหว่างการละลายของไหมหลังคลอดมีอะไรบ้าง 

อาการปกติระหว่างไหมละลาย ได้แก่ รู้สึกตึง หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณแผลจากการหดตัวของแผล และมีสิ่งคัดหลั่งเล็กน้อยจากการสมานของแผล ซึ่งเป็นอาการปกติที่ไม่ต้องกังวล

สัญญาณผิดปกติของแผลเย็บและไหมละลายที่ต้องรีบพบแพทย์ 

สัญญาณผิดปกติที่ต้องรีบพบแพทย์ ได้แก่ แผลบวมแดงร้อน หรือเจ็บมากขึ้น มีหนองกลิ่นเหม็น หรือเลือดออกผิดปกติ แผลปริแยก หรือเห็นไหมโผล่ชัด และมีไข้สูง หรือปวดแผลรุนแรง

วิธีดูแลแผลเย็บที่ใช้ไหมละลายให้หายเร็วและปลอดภัย 

ดูแลแผลโดยรักษาความสะอาดตามคำแนะนำแพทย์ ล้างด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาด เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการยกของหนัก รับประทานอาหารที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และใช้ผ้ารัดหน้าท้องในกรณีผ่าคลอด

ข้อควรระวัง และสิ่งที่ห้ามทำระหว่างรอไหมละลายหลังคลอด 

ข้อควรระวัง ได้แก่ อย่าแคะหรือดึงไหมออกเอง หลีกเลี่ยงการแช่น้ำอุ่นหรือน้ำในอ่างเป็นเวลานาน งดเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะหายสนิท และใช้ยาทำความสะอาดตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้น

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หากไหมละลาย หรือแผลเย็บดูผิดปกติ 

ควรพบแพทย์หากผ่านมา 2–3 สัปดาห์แล้วยังเห็นไหม หรือแผลไม่สมานตัว หรือมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดงมีหนอง เจ็บมากขึ้น แผลแยกปริ หรือมีเลือดออกต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สรุประยะเวลาการละลายของไหม และการฟื้นตัวหลังคลอดทั้งคลอดธรรมชาติ และผ่าคลอด 

ไหมจะเริ่มอ่อนตัว และละลายภายใน 7–10 วัน แผลคลอดธรรมชาติหายสนิทใน 4–6 สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าคลอดใช้เวลา 2–3 เดือน หรือถึง 6 เดือน การดูแลอย่างถูกวิธี และพักผ่อนเพียงพอจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

อ้างอิงจาก 

เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิง และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่อไปนี้:

 

ภาพจาก Freepik

CVM NO. M26-276

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x