สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
สำหรับผู้หญิงหลายคน อาการคัดตึงบริเวณหน้าอกหรือ “คัดเต้า” เป็นสัญญาณที่มักเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน บางคนรู้สึกเพียงเล็กน้อย แต่บางคนอาจแน่น เจ็บ หรือไม่สบายตัวจนน่ารำคาญ คำถามคือ...อาการคัดเต้า ก่อนประจําเดือนกี่วัน? เป็นเรื่องปกติหรือไม่? และควรดูแลตัวเองอย่างไรให้รู้สึกดีขึ้น
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเกี่ยวกับ อาการคัดเต้าก่อนมีประจำเดือน ตั้งแต่ช่วงเวลาที่มักเกิดขึ้น สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง วิธีแยกจากอาการตั้งครรภ์ ไปจนถึงเทคนิคบรรเทาอย่างปลอดภัยพร้อมคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้คุณเข้าใจร่างกายและรับมือกับช่วงก่อนมีประจำเดือนได้อย่างมั่นใจ
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
อาการคัดเต้าคืออะไร? เกิดจากอะไรในร่างกาย
อาการคัดเต้าก่อนประจำเดือนปกติจะเริ่มกี่วัน
สาเหตุของอาการคัดเต้าช่วงก่อนมีประจำเดือน
ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
วิธีแยกอาการคัดเต้าก่อนประจำเดือนกับคัดเต้าจากการตั้งครรภ์
อาการอื่นร่วมกับคัดเต้าที่พบได้ก่อนมีประจำเดือน
อาการคัดเต้ากี่วันควรเริ่มหายเมื่อประจำเดือนมา
คัดเต้าหนักผิดปกติทุกเดือน เป็นอันตรายไหม?
วิธีบรรเทาอาการคัดเต้าอย่างปลอดภัยและได้ผล
อาการคัดเต้า (Breast engorgement หรือ Premenstrual Breast Tenderness) คือ อาการที่เต้านมรู้สึกบวม แน่น คัดตึง หรือเจ็บเล็กน้อย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากฮอร์โมนในรอบเดือน การตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ความเครียดสะสม โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 1-2 สัปดาห์ ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างชัดเจน ทำให้เต้านมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการกักเก็บของเหลว และเกิดอาการบวมตึง
โดยทั่วไป อาการคัดเต้ามักเริ่มประมาณ 7–10 วันก่อนมีประจำเดือน คุณอาจรู้สึกเต้านมไวต่อการสัมผัสหนัก หรือปวดตุบ ๆ เล็กน้อย และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อประจำเดือนมา หรือภายใน 1–2 วันหลังจากเริ่มมีประจำเดือน ดังนั้นอาการคัดเต้า ก่อนประจําเดือนกี่วัน คำตอบคือ มากกว่า 5 วันล่วงหน้าในบางรอบเดือน
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน ในช่วงหลังการตกไข่ (Luteal Phase)ทำให้เนื้อเยื่อเต้านมกักเก็บน้ำ มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น และปลายประสาทถูกกระตุ้น ส่งผลให้เต้านมบวมและไวต่อความรู้สึกนอกจากนี้ ระดับ โปรแลคติน (Prolactin) อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ไม่มีการตั้งครรภ์ และปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด การใช้ยาฮอร์โมน หรือโรค Fibrocystic Breast Changes ก็ทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน
เอสโตรเจน (Estrogen) เพิ่มขึ้นก่อนตกไข่และถึงจุดสูงสุด → ทำให้ท่อน้ำนมขยายตัว
โปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มหลังตกไข่ → กระตุ้นการกักเก็บน้ำในเนื้อเยื่อเต้านม
หากไม่มีการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนทั้งสองจะลดลง → เกิดอาการคัดเต้า เช่น
-เต้านมบวมเพราะกักเก็บน้ำ
-รู้สึกเจ็บหรือคัด
-หัวนมไวต่อการสัมผัสมากขึ้น
สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | คัดเต้าก่อนประจําเดือน | คัดเต้าจากการตั้งครรภ์ |
| ระยะเวลาเริ่มต้น | 3–14 วันก่อนประจำเดือน | 1–2 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ |
| ความต่อเนื่อง | หายเมื่อประจำเดือนมา หรือภายใน 1-2 วันหลังมา | เจ็บต่อเนื่องหลายสัปดาห์ |
| ลักษณะเต้านม | แน่นทั่วไป รูปร่างไม่เปลี่ยนมาก | เต้านมใหญ่ขึ้น หัวนมคล้ำ เส้นเลือดชัด |
| อาการร่วม | อารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง เซื่องซึม | คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อย |
อาการคัดเต้าที่หนักมาก เช่น เจ็บจนรบกวนการใช้ชีวิต เต้านมเปลี่ยนรูปผิดปกติ หรือมีของเหลวไหลจากหัวนม อาจเป็นสัญญาณของ
-ซีสต์ในเต้านม
-ความผิดปกติของต่อมน้ำนม
-โรคเกี่ยวกับฮอร์โมน
-มะเร็งเต้านม (แม้จะพบได้น้อย)
จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์ตามความเหมาะสม
แนวทางที่แนะนำมีดังนี้
-ใส่บราแบบพยุงทรงหรือสปอร์ตบรา ให้พอดี ไม่รัดแน่น
-ลดอาหารที่มีเกลือ น้ำตาล คาเฟอีน และไขมันสูง
-ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ เพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด
-ประคบเย็นหรืออุ่น ตามคำแนะนำแพทย์
หากอาการ คัดเต้านานเกิน 5–7 วันหลังมีประจำเดือน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ผิวเปลี่ยน รูปทรงเต้านมผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำตรวจ อัลตราซาวด์ แมมโมแกรม หรือเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม
ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังนี้
-พบ ก้อนแข็งในเต้านม ร่วมกับอาการคัดเต้า
-อาการ ไม่สัมพันธ์กับรอบเดือน หรือเป็นแบบเรื้อรัง
-มี น้ำหรือเลือดไหลจากหัวนม ผิดปกติ
-เจ็บเต้านม นานเกิน 5–7 วันหลังประจำเดือนมาแล้ว
-มีอาการร่วม เช่น ผิวบริเวณเต้านมเปลี่ยน รูปทรงผิดปกติ หรือผิวลอก
อ้างอิงจาก
https://www.healthline.com/health/breast-premenstrual-tenderness-and-swelling
https://www.mountsinai.org/health-library/symptoms/premenstrual-breast-changes
https://www.verywellhealth.com/cyclic-mastalgia-premenstrual-breast-pain-2721918
https://www.naturalcycles.com/cyclematters/why-do-my-breasts-hurt-before-period
https://flo.health/menstrual-cycle/health/symptoms-and-diseases/breast-pain-period-or-pregnancy
https://flo.health/menstrual-cycle/health/period/breast-tenderness-before-period
https://imsear.searo.who.int/server/api/core/bitstreams/6b2152b4-f509-4e0e-b89d-ef46d76ace82/content
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.