สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
วัย 9 เดือนถือเป็นช่วงสำคัญมากที่พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก จากตารางวัคซีนพื้นฐานของไทย เด็กอายุ 9–12 เดือนจำเป็นต้องได้รับวัคซีน MMR ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีจะได้รับในช่วงอายุ 9–12 เดือนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน และตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เริ่มฉีดที่อายุ 12 เดือน การฉีดวัคซีน 9 เดือนอย่างครบถ้วนเป็นเกราะป้องกันโรคที่อาจรุนแรง และช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง เหมาะสมและปลอดภัยเมื่อโตขึ้น ทั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจว่าวัคซีน 9 เดือนมีอะไรบ้าง ควรเตรียมตัวอย่างไร และควรทำอย่างไรหากไม่ได้ไปฉีดตามนัด
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เปิดสมุดสีชมพู: "วัคซีน 9 เดือน" ตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข มีอะไรบ้าง?
วัคซีน MMR (หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน): พระเอกหลักของวัย 9 เดือนที่ขาดไม่ได้
วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE): ฉีดพร้อมกันตอน 9 เดือนได้ไหม?
"วัคซีน 9 เดือน" ฟรีไหม? เช็กสิทธิ์บัตรทองและสถานที่รับบริการ
วัคซีนเสริมทางเลือก: "ไข้หวัดใหญ่" และ "IPD" ควรฉีดช่วงนี้ด้วยหรือไม่?
รับมือผลข้างเคียง: ฉีดวัคซีน 9 เดือน "ไข้ขึ้น" หรือ "มีผื่น" ปกติไหม?
ไขข้อข้องใจ: ลูก "แพ้ไข่" สามารถฉีดวัคซีนหัด (MMR) ได้หรือไม่?
เตรียมตัวลูกน้อยก่อนไปฉีดวัคซีน: ต้องงดนม หรือเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
ตรวจพัฒนาการ 9 เดือน: นอกจากฉีดวัคซีน หมอจะเช็กอะไรบ้าง?
เปรียบเทียบวัคซีนรัฐบาล VS เอกชน: วัย 9 เดือนมีความต่างกันตรงไหน?
เลยกำหนด/ลืมนัด "วัคซีน 9 เดือน" ต้องทำอย่างไร? เริ่มนับใหม่ไหม?
ตามตารางวัคซีนพื้นฐานที่แนะนำสำหรับเด็กไทย วัย 9–12 เดือน รวมถึงวัคซีน 9 เดือน มีดังนี้ เด็กควรได้รับเข็มแรกของ MMR ซึ่งเป็นวัคซีนสำคัญต่อการป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน นอกจากนี้ วัคซีน JE เข็มแรกอาจให้ในช่วงอายุ 9–12 เดือนในบางโรงพยาบาลหรือคลินิก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อโรค JE เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น แม้ตามตารางวัคซีนพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดให้ JE ที่อายุ 12 เดือนเป็นหลัก แต่แพทย์อาจปรับให้เหมาะสมตามสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ วัคซีนเสริมอื่น ๆ อาจพิจารณาตามสุขภาพเด็ก สภาพแวดล้อม และคำแนะนำแพทย์ ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงวัคซีน 9 เดือน โดยทั่วไปมักหมายถึงการได้รับ MMR เข็มแรก หรือในบางกรณีอาจรวมถึง JE เข็มแรกด้วย
MMR เป็นวัคซีนรวมที่ป้องกันโรค 3 โรคสำคัญได้แก่ หัด, คางทูม และหัดเยอรมัน โดยเด็กไทยควรได้รับเข็มแรกเมื่ออายุ 9–12 เดือน คือช่วงของวัคซีน9เดือน
ต่อมาที่เข็มที่สองของ MMR โดยทั่วไปจะฉีดเมื่ออายุ 18 เดือน – 5 ปี หรือบางสูตรตามดุลพินิจกุมารแพทย์เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ยาวนานขึ้น หากไม่ได้พาลูกไปฉีดช่วง 9–12 เดือน ไม่ควรปล่อยผ่าน แต่ควรรีบพาลูกไปฉีดโดยเร็ว เพราะโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูมสามารถแพร่และทำอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
เด็กสามารถรับวัคซีน JE เข็มแรกได้เมื่ออายุ 9–12 เดือน ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าอยู่ในช่วงของ วัคซีน9เดือน โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่เริ่มฉีดได้ตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไป ส่วนวัคซีน JE ชนิดเชื้อตายนั้นสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไปและต้องฉีดรวม 3 เข็มตามสูตรที่กำหนด การให้ JE ควบคู่กับ MMR ในช่วง 9–12 เดือนมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกุมารแพทย์ ความเสี่ยงในพื้นที่ และความเหมาะสมของเด็ก เช่น พื้นที่ที่มีพาหะนำโรค JE อยู่มากหรือมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นวัคซีน9เดือนอาจรวมถึง JE ได้หากเป็นชนิดที่แนะนำและอยู่ในตารางฉีด ทั้งยังเป็นโอกาสดีในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ปลอดภัย ครอบคลุม และทันเวลาเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น
วัคซีนพื้นฐาน เช่น MMR และ JE โดยทั่วไปสามารถรับบริการฟรีผ่านสถานพยาบาลของรัฐหรือคลินิกเด็กที่เข้าร่วมโครงการ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสร้างเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กทุกคน
ผู้ปกครองควรพกสมุดสีชมพู และสิทธิ์ เช่น บัตรทอง หรือสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าเด็กได้รับสิทธิฉีดวัคซีนฟรี หากเลือกฉีดวัคซีนเสริมที่ไม่รวมในแผนพื้นฐาน อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเองและขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลหรือคลินิกนั้น ๆ
ดังนั้นหากพ่อแม่รับบริการในระบบสาธารณสุขของรัฐวัคซีน9เดือนหลักอย่าง MMR และ JE โดยทั่วไปจะไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในบางคลินิกอาจแนะนำวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน และควรฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ในบางกรณีอาจรวมวัคซีนป้องกันเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ตามความเสี่ยงของเด็กและคำแนะนำของกุมารแพทย์ อย่างไรก็ตาม วัคซีนเสริมเหล่านี้ไม่ใช่วัคซีน 9 เดือนตามแผนพื้นฐาน การพิจารณาควรอิงจากสุขภาพเด็ก สภาพแวดล้อม และคำแนะนำแพทย์ หากผู้ปกครองต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น วัคซีนเสริมถือเป็นตัวเลือกสำคัญที่ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนตัดสินใจ
หลังฉีดวัคซีน 9 เดือน โดยเฉพาะ MMR เด็กบางคนอาจมีอาการไข้เล็กน้อย ผื่น หรือบวมแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ อาการเหล่านี้มักไม่รุนแรงและหายเองภายในไม่กี่วัน แต่หากมีไข้สูงมาก อาเจียน ซึมลง หรือมีอาการผิดปกติอื่นที่น่ากังวล ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของเด็ก
พ่อแม่ควรสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน ให้เด็กพักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น และทำใจไว้ว่าลูกอาจมีไข้หรือผื่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการรับมืออย่างเข้าใจและไม่ตื่นตระหนก
สำหรับกรณีที่เด็กแพ้ไข่ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นข้อห้ามในการฉีดวัคซีน MMR เนื่องจากแนวทางการวัคซีนของไทยไม่ได้ระบุว่าอาการแพ้ไข่เป็นข้อห้ามต่อการรับวัคซีนชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม หากเด็กเคยมีประวัติแพ้รุนแรงหรือแพ้ส่วนประกอบอื่นของวัคซีน ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนฉีดเพื่อประเมินความเสี่ยง และอาจมีแผนการฉีดพิเศษที่ปลอดภัยและเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้พ่อแม่มั่นใจว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด
-เตรียมสมุดสีชมพู ซึ่งเป็นสมุดบันทึกประวัติวัคซีนของเด็ก เพื่อให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างถูกต้องว่าเด็กได้รับวัคซีนใดมาแล้ว
-แจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร โรคประจำตัว หรือปัญหาสุขภาพเดิมของลูกให้แพทย์ทราบก่อนฉีด เพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างเหมาะสม
-หลังฉีดวัคซีนควรให้เด็กพักผ่อน ดื่มน้ำเพียงพอ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดประมาณ 24–48 ชั่วโมง
การเตรียมตัวอย่างดีก่อนฉีด จะช่วยให้การรับวัคซีน9เดือนเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และทำให้พ่อแม่มั่นใจมากขึ้น
เมื่อพาเด็กมาฉีดวัคซีน9เดือน แพทย์มักตรวจพัฒนาการทั่วไป เช่น
-การเจริญเติบโต เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง
-การมอง การฟัง การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
-สุขภาพทั่วไป อย่างเรื่องโภชนาการ การเจริญเติบโต
การฉีดวัคซีนควบคู่กับการตรวจพัฒนาการ ทำให้แน่ใจว่าเด็กได้รับทั้งภูมิคุ้มกันและการดูแลพัฒนาการอย่างครบถ้วน
วัคซีนจากรัฐ
-ค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปวัคซีน9เดือน (MMR, JE) ฟรี สำหรับเด็กที่มีสิทธิผ่านระบบรัฐ/บัตรทอง
-ชนิดวัคซีนที่มีให้ ตามตารางวัคซีนพื้นฐาน (MMR, JE)
-ความสะดวก ค่อนข้างง่าย หากมีสมุดสีชมพู มีสิทธิ และอยู่ใกล้สถานบริการ
วัคซีจากเอกชน
-ค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นวัคซีนเสริม หรือบริการพิเศษ อาจมีค่าใช้จ่ายตามแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชน
-ชนิดวัคซีนที่มีให้ อาจมีวัคซีนเสริม เช่น PCV, Influenza, โรคเสริมอื่น ๆ ตามโปรโตคอลของคลินิก/โรงพยาบาล
-ความสะดวก สะดวกกว่าด้วยเวลานัดยืดหยุ่น คลินิก/โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีแพ็กเกจครบ
หากพ่อแม่ต้องการความมั่นใจเรื่องวัคซีนเสริม หรือบริการครบวงจร โรงพยาบาลเอกชนอาจตอบโจทย์ แต่สำหรับวัคซีนพื้นฐานวัคซีน9เดือนระบบรัฐก็เพียงพอ
หากไม่ได้พาลูกฉีดวัคซีนช่วงอายุ 9–12 เดือน ไม่จำเป็นต้องเริ่มนับใหม่ เพียงพาเด็กไปฉีด โดยเร็วที่สุด เพราะภูมิคุ้มกันยังมีประโยชน์และจำเป็นต่อสุขภาพ เมื่อไปถึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเด็กไม่ได้มาตามนัด เพื่อให้บันทึกข้อมูลและจัดการฉีดวัคซีนทันทีตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
โดยเฉพาะ วัคซีน MMR เข็มแรก ซึ่งมีความสำคัญมาก ควรรีบรับเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยให้ล่าช้า
วัคซีน9เดือนโดยทั่วไปหมายถึงการฉีดวัคซีน MMR เข็มแรก และวัคซีน JE (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยในวัยที่เปราะบาง การฉีดตามตารางช่วยป้องกันโรคร้ายอย่างหัด หัดเยอรมัน คางทูม และไข้สมองอักเสบเจอีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พ่อแม่ควรเตรียมสมุดวัคซีน เช่น สมุดสีชมพู, ตรวจสอบสิทธิ์, แจ้งประวัติสุขภาพลูกให้แพทย์ และพาไปฉีดตามนัดอย่างสม่ำเสมอ หากพลาดนัดอย่าลังเลที่จะพาไปฉีดทันที วัคซีน9เดือน คือเกราะสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
อ้างอิงจาก
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/february-2025/measles-mumps-rubella-vaccine-mmr-vaccine
https://www.krungthaihospital.com/children-vaccines/
https://www.ram-hosp.co.th/th/news_detail/1748
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/child-health-checks-by-age
https://srisukho.co.th/medical-services/vaccine/children-vaccine
https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1510320231225092421.pdf
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.