สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

how-to-make-a-tooth-fall-out

ฟันโยกไม่หลุดสักที ? รวม วิธีทำให้ฟันหลุด แบบธรรมชาติ เจ็บน้อยสุด

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยเจอปัญหาลูกน้อยฟันโยกแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมหลุดสักทีใช่ไหมคะ ? บางทีเด็ก ๆ ก็รู้สึกกลัวเลือด กลัวเจ็บจนไม่กล้าขยับฟันที่โยก หรือบางคนก็ใจร้อนอยากให้ฟันหลุดเร็ว ๆ เพื่อที่ฟันแท้จะได้ขึ้นมาแทนที่ การเรียนรู้ วิธีทำให้ฟันหลุด ที่ถูกต้องและปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดความกังวลและทำให้ประสบการณ์นี้เป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ

ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

รวมเทคนิค "วิธีทำให้ฟันหลุด" ด้วยตัวเอง: เจ็บน้อย ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเลือด

เช็กให้ชัวร์ ! ฟันซี่นี้ "พร้อมหลุด" จริงหรือยัง ? (โยกแค่ไหนถึงควรถอน)

รวม 3 "วิธีทำให้ฟันหลุด" แบบธรรมชาติ เจ็บน้อยที่สุด

เทคนิค "ใช้ลิ้นดุน" วิธีเบสิกที่เด็ก ๆ ทำเองได้ทุกที่

ผลไม้เนื้อกรอบ (แอปเปิ้ล/ฝรั่ง): ตัวช่วยชั้นดีให้ฟันหลุดง่ายขึ้น

ใช้ "ผ้าก๊อซสะอาด" บิดหมุนเบา ๆ: เทคนิคที่พ่อแม่ช่วยทำได้

วิธีลดความเจ็บและหวาดเสียว: การ "ประคบเย็น" หรืออมน้ำแข็งช่วยให้ชา

เตือนภัย ! วิธี "ผูกเชือกกับลูกบิดประตู" อันตรายไหม ควรทำหรือไม่ ?

ถ้าฟันโยกแต่ "ไม่ยอมหลุดสักที" (รากละลายไม่หมด) ต้องทำไง ?

สัญญาณอันตราย ! แบบไหนที่ถอนเองไม่ได้ ต้องไปหาหมอฟัน

สรุป: อย่าบังคับ ! ความพร้อมของเด็กและฟันคือสิ่งสำคัญที่สุด

รวมเทคนิค "วิธีทำให้ฟันหลุด" ด้วยตัวเอง: เจ็บน้อย ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเลือด

การทำให้ฟันน้ำนมหลุดด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าทำถูกวิธีและเลือกเวลาที่เหมาะสม วิธีทำให้ฟันหลุดแบบธรรมชาติจะช่วยลดความเจ็บปวดและความกลัวของเด็กได้มาก สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าฟันซี่นั้นพร้อมจะหลุดจริง ๆ โดยรากฟันต้องละลายไปเกือบหมดแล้ว ไม่ควรบังคับถอนเมื่อฟันยังติดแน่นอยู่ เพราะอาจทำให้เลือดออกมาก เจ็บ หรือเกิดการบาดเจ็บที่เหงือกได้

เช็กให้ชัวร์! ฟันซี่นี้ "พร้อมหลุด" จริงหรือยัง? (โยกแค่ไหนถึงควรถอน)

ก่อนจะเริ่มใช้ วิธีทำให้ฟันหลุด ใด ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าฟันซี่นั้น "พร้อม" ที่จะหลุดแล้วจริง ๆ สัญญาณที่ชัดเจนคือ ฟันต้องโยกได้มาก ในทุกทิศทาง ทั้งหน้า-หลัง และซ้าย-ขวา จนเกือบจะหลุดออกมาเองได้แล้ว ถ้าฟันโยกเพียงเล็กน้อย นั่นแปลว่ารากฟันยังละลายไม่หมด การพยายามดึงออกในขั้นตอนนี้อาจทำให้เจ็บมาก เลือดออกเยอะ และอาจทำให้รากฟันที่ยังเหลืออยู่หักติดคาเหงือกได้ค่ะ

รวม 5 "วิธีทำให้ฟันหลุด" แบบธรรมชาติ เจ็บน้อยที่สุด

นี่คือ วิธีทำให้ฟันหลุด สำหรับซี่นมที่โยกมาก ๆ แล้ว และเป็นวิธีที่แนะนำเพราะเจ็บน้อยและปลอดภัย

- ใช้ลิ้นดุนบ่อย ๆ : เป็นวิธีที่เบสิกและได้ผลดีที่สุด

- เคี้ยวผลไม้เนื้อกรอบ: เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือแครอท

- ใช้ฟันอีกซี่เคี้ยวเบา ๆ : เคี้ยวอาหารที่ค่อนข้างหนึบ

- ใช้ผ้าก๊อซสะอาดบิดหมุน: สำหรับผู้ปกครองช่วยดึง

- ใช้ไหมขัดฟันดึง: เป็นวิธีที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง

เทคนิค "ใช้ลิ้นดุน" วิธีเบสิกที่เด็กๆ ทำเองได้ทุกที่

นี่คือ วิธีทำให้ฟันหลุด ที่ง่ายและเป็นธรรมชาติที่สุด เพียงแค่บอกให้ลูก ใช้ลิ้นดุนฟันซี่ที่โยกบ่อย ๆ อย่างนุ่มนวลตลอดทั้งวัน แรงดุนจากลิ้นจะช่วยให้ฟันคลายตัวออกจากเหงือกได้เร็วยิ่งขึ้น และเนื่องจากเป็นการทำด้วยตัวเอง เด็ก ๆ จึงสามารถควบคุมแรงและความรู้สึกได้ดีที่สุด ทำให้ความเจ็บลดลงไปมาก

ผลไม้เนื้อกรอบ (แอปเปิ้ล/ฝรั่ง): ตัวช่วยชั้นดีให้ฟันหลุดง่ายขึ้น

การเคี้ยว ผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสกรอบ อย่าง แอปเปิ้ล หรือ ฝรั่ง เป็นอีกหนึ่ง วิธีทำให้ฟันหลุด ที่สนุกสนานและได้ประโยชน์ การกัดคำแรก ๆ หรือการเคี้ยวเบา ๆ จะช่วยออกแรงกดต่อฟันที่โยกได้โดยที่ไม่รุนแรงเกินไป ทำให้ฟันที่พร้อมจะหลุดอยู่แล้วหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ

how-to-make-a-tooth-fall-out

ใช้ "ผ้าก๊อซสะอาด" บิดหมุนเบาๆ: เทคนิคที่พ่อแม่ช่วยทำได้

อีกหนึ่งวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถช่วยลูกได้ คือการใช้ ผ้าก๊อซ (Gauze) หรือผ้าสะอาดผืนเล็ก ๆ พันรอบนิ้วแล้วจับฟันที่โยกไว้ จากนั้น ค่อย ๆ บิดหมุนเบา ๆ ก็เป็น วิธีทำให้ฟันหลุด ที่ได้ผลเช่นกัน เทคนิคนี้ดีตรงที่ผ้าจะช่วยซับเลือดที่อาจออกเล็กน้อย และผู้ปกครองสามารถควบคุมแรงได้ดีกว่าการให้เด็กพยายามดึงเอง

วิธีลดความเจ็บและหวาดเสียว: การ "ประคบเย็น" หรืออมน้ำแข็งช่วยให้ชา

หากลูกรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าจะเจ็บมาก ลองใช้ น้ำแข็ง ห่อในผ้าสะอาดแล้ว ประคบเย็น บริเวณเหงือก หรือให้ลูก อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ตรงบริเวณฟันที่โยกประมาณ 2-3 นาที ความเย็นจะช่วยทำให้เหงือกบริเวณนั้น ชาชั่วคราว ลดความรู้สึกเจ็บและความหวาดเสียวได้อย่างมากก่อนจะใช้วิธีดึงออกค่ะ

เตือนภัย! วิธี "ผูกเชือกกับลูกบิดประตู" อันตรายไหม ควรทำหรือไม่?

ไม่ควรทำ โดยเด็ดขาด ! วิธีทำให้ฟันหลุด โดยการผูกเชือกกับลูกบิดประตูแล้วปิดประตูกระชาก เป็นวิธีการที่ อันตราย รุนแรง และ ไม่สามารถควบคุมแรงดึงได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เหงือกและกระดูกรอบฟันบาดเจ็บรุนแรง เลือดออกมากผิดปกติ หรือทำให้รากฟันที่ยังไม่ละลายหักติดอยู่ในเหงือกได้ ควรเลือกใช้แต่วิธีที่นุ่มนวลและควบคุมได้เท่านั้นค่ะ

ถ้าฟันโยกแต่ "ไม่ยอมหลุดสักที" (รากละลายไม่หมด) ต้องทำไง?

หากฟันโยกแต่ไม่ยอมหลุดออกมาเสียที และฟันแท้เริ่มงอกดันขึ้นมาแล้ว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า รากฟันน้ำนมละลายไม่หมด การพยายามใช้ วิธีทำให้ฟันหลุด ด้วยตัวเองอาจทำให้เจ็บปวดและเป็นอันตรายได้ ในกรณีนี้ ควรพาไปพบทันตแพทย์ เพื่อให้คุณหมอช่วยถอนออกอย่างถูกวิธี เพราะฟันแท้ที่ขึ้นมาในขณะที่ฟันน้ำนมยังอยู่ อาจทำให้ฟันแท้ขึ้นมาผิดตำแหน่งได้

สัญญาณอันตราย! แบบไหนควรถอนเองไม่ได้ ต้องไปหาหมอฟัน

แม้ว่า วิธีทำให้ฟันหลุด ที่กล่าวมาจะปลอดภัย แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องรีบพาไปพบทันตแพทย์

- ฟันโยกมาก แต่มีอาการบวม แดง หรือมีหนอง บริเวณเหงือก

- มีเลือดออกมาก และไม่หยุดไหลง่าย ๆ หลังฟันหลุด

- ฟันแท้ขึ้นมาแล้ว แต่ฟันน้ำนมยังแข็งแรงและไม่โยกเลย

- เด็กมีอาการปวดรุนแรง แม้จะประคบเย็นแล้วก็ตาม

สรุป: อย่าบังคับ! ความพร้อมของเด็กและฟันคือสิ่งสำคัญที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ วิธีทำให้ฟันหลุด คือการ ไม่บังคับ เด็กที่ยังไม่พร้อมหรือกลัวมาก ๆ การรอให้ฟันโยกถึงขีดสุด และเลือกใช้เทคนิคที่นุ่มนวลจะช่วยให้ประสบการณ์การสูญเสียฟันซี่น้ำนมซี่แรกเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่าน่ากลัว และหากไม่แน่ใจหรือฟันมีปัญหา ควรปรึกษาทันตแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x