สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
การฉีดวัคซีน HBV (Hepatitis B Vaccine) ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันโรคตับอักเสบบี โรคที่อาจนำไปสู่ภาวะตับเรื้อรัง มะเร็งตับ หรือตับแข็งในอนาคต การให้วัคซีนตั้งแต่แรกเกิดจึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อเมื่อโตก้าวผ่านวัยเด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
"วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิด" คืออะไร? ทำไมต้องรีบฉีดเป็นเข็มแรกของชีวิต?
ทำไมต้องฉีดภายใน 24 ชั่วโมง? นาทีทองของการป้องกันที่พ่อแม่ต้องรู้
กรณีแม่เป็นพาหะ: "วัคซีน HBV" เพียงพอไหม? หรือต้องเสริมตัวช่วยอื่น?
ตารางฉีดวัคซีน: ลูกน้อยต้องรับ "วัคซีน HBV" ทั้งหมดกี่เข็ม และตอนอายุเท่าไหร่?
"วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิด" ปลอดภัยไหม? ทารกตัวนิดเดียวรับไหวหรือเปล่า?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังฉีดวัคซีน HBV: พ่อแม่รับมืออย่างไร?
"ตัวเหลือง" ในทารกแรกเกิด เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน HBV หรือไม่?
ฟรีหรือเสียเงิน? "วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิด" ใช้สิทธิ์บัตรทองได้ที่ไหน?
วัคซีนแบบเดี่ยว VS วัคซีนรวม (6 โรค): แบบไหนดีกว่าสำหรับลูกน้อย?
หากลูก "เกิดที่บ้าน" หรือไม่ได้คลอดโรงพยาบาล ต้องไปฉีดวัคซีนตอนไหน?
ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานแค่ไหน? โตขึ้นต้องฉีดกระตุ้นอีกไหม?
สรุป: การฉีด "วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิด" คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าที่สุด
วัคซีน HBV เป็นวัคซีนที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี โดยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ หรือถ้าติดเชื้อ ลดโอกาสกลายเป็นแบบเรื้อรังเมื่อโตขึ้น
วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิดหมายถึงการให้เข็มแรกกับทารกทันทีหลังคลอด นี่คือโอกาสแรกที่เด็กจะได้รับการป้องกันจากไวรัสตั้งแต่เริ่มชีวิต
ดังนั้นเมื่อเด็กที่ติดเชื้อเมื่อแรกเกิด มีโอกาสสูงที่จะแพร่เชื้อในระยะยาว กลายเป็นพาหะเรื้อรังของไวรัสตับอักเสบบีซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งตับ ดังนั้น การให้วัคซีนตั้งแต่แรกเกิดจึงช่วยตัดโอกาสเสี่ยงเหล่านั้นตั้งแต่ต้น
การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เข็มแรกภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด เพราะเป็นจังหวะที่สามารถป้องกันเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี แพทย์มักให้ทั้งวัคซีนและภูมิคุ้มกันแบบสำเร็จรูปแก่ทารกทันที เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้แน่นหนายิ่งขึ้นในช่วงที่ร่างกายเด็กยังเปราะบางที่สุด
ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอดจึงเปรียบเสมือน “นาทีทอง” ของการป้องกัน หากพลาดโอกาสนี้ เด็กอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการติดเชื้อและกลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรังในอนาคตได้
ถ้าแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี การให้เพียงวัคซีน HBV อย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการปกป้องทารก เพราะมีโอกาสที่เชื้อจะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้สูง แพทย์จึงแนะนำให้ทารกได้รับทั้งวัคซีน HBV และสารภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป HBIG ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด การให้ทั้งสองอย่างร่วมกันจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทันทีและลดความเสี่ยงการติดเชื้อเรื้อรังได้ดีกว่าการฉีดวัคซีนเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าแม่ไม่ได้ติดเชื้อ วัคซีน HBV อย่างเดียวก็เพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน
ช่วงอายุแรกเกิด (ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด) วัคซีนเข็มที่ 1 — วัคซีน HBV (HB1) สำหรับทุกทารก
ช่วงอายุ 1 เดือน วัคซีน ถ้าแม่เป็นพาหะให้ HBV เข็มที่ 2
ช่วงอายุ 2 เดือน วัคซีนรวม (DTP-HB-Hib) เข็มที่ 1 (รวม HBV) พร้อมวัคซีนอื่นตามโปรแกรม
ช่วงอายุ 4 เดือน วัคซีนรวม DTP-HB-Hib เข็มที่ 2
ช่วงอายุ 6 เดือน วัคซีนรวม DTP-HB-Hib เข็มที่ 3 (หรือเสริม HBV ถ้าจำเป็นตามนัด)
บางกรณีถ้าทารกคลอดจากแม่เป็นพาหะ และไม่ได้รับ HBIG บางแนวทางอาจให้ HBV แบบเดี่ยวเพิ่มตอนอายุ 1 เดือน เพื่อเสริมรอบภูมิคุ้มกัน
โดยสรุปถ้าทุกอย่างเป็นไปตามตารางเด็กควรได้รับวัคซีน hbv ในทารกแรกเกิด อย่างน้อย 3–4 โด๊ส ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแม่ และตามคำแนะนำแพทย์
วัคซีนตับอักเสบบีเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด ทารกถึงอายุ 9–12 เดือนหลังได้รับวัคซีน HBV ไม่มีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง และไม่มีการติดเชื้อ HBV จากแม่สู่ลูกเลยในกลุ่มที่ฉีดครบชุด
วัคซีน HBV ใช้สารที่ปลอดภัยสำหรับทารก และไม่พบข้อห้ามเฉพาะเจาะจงสำหรับเด็กแรกเกิดที่สุขภาพปกติ ดังนั้นวัคซีน HBV ในทารกแรกเกิดถือว่าปลอดภัยและเหมาะสมมากสำหรับให้กับลูกน้อยตั้งแต่วันแรกของชีวิต
เมื่อฉีดวัคซีน HBV บางครั้งอาจพบอาการเล็กน้อยดังนี้
-บริเวณที่ฉีดอาจบวม แดง เจ็บเล็กน้อย ปกติหายเองภายใน 1–2 วัน
-บางทารกอาจงอแง มากกว่าปกติ ช่วง 24 ชม.หลังฉีด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
-กรณีแพ้วัคซีน ส่วนน้อยมากด้วยแพทย์ พยาบาลมักคัดกรองก่อนฉีด
พ่อแม่ควรสังเกตอาการหลังฉีด ถ้ามีไข้สูงมาก อาเจียน ซึม ผื่น หรืออาการแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
ภาวะ "ตัวเหลือง" ในทารกแรกเกิดไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน HBV แต่เป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงหลังคลอด เนื่องจากตับของทารกยังทำงานไม่สมบูรณ์ การย่อยเม็ดเลือดแดงยังมากกว่าปกติและร่างกายกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว ทำให้สารบิลิรูบินค้างอยู่ในเลือดจนเห็นเป็นสีเหลืองบนผิวหนังและตา ทั้งนี้ วัคซีน HBV ไม่ได้มีความเชื่อมโยงหรือเพิ่มความเสี่ยงของภาวะตัวเหลืองในทารกอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ต้องกังวลว่าวัคซีนจะทำให้เกิดอาการนี้
วัคซีน HBV เป็นส่วนหนึ่งของวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับ หากคลอดที่โรงพยาบาลรัฐหรือสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ โดยทั่วไปจะได้รับวัคซีน HBV ฟรี ผ่านสิทธิ์บัตรทอง ระบบวัคซีนพื้นฐาน
แต่ถ้าคลอดที่โรงพยาบาลเอกชน หรือเลือกใช้วัคซีนเสริมพิเศษ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นกับโรงพยาบาลและแพคเกจวัคซีนที่เลือก พ่อแม่ควรสอบถามโรงพยาบาลที่คลอดเพื่อยืนยันว่าได้รับวัคซีน HBV ตอนแรกเกิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือไม่
สำหรับเข็มแรกหลังคลอดแนะนำให้ใช้วัคซีนเดี่ยวเพื่อให้ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบีโดยเฉพาะทันที หลังจากนั้นสามารถใช้วัคซีนรวมได้ ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องพาไปฉีด ลดความเครียดทั้งเด็กและพ่อแม่ และช่วยให้ทั้งตารางวัคซีนเป็นระบบมากขึ้น
ข้อดีของวัคซีนรวมคือ สะดวก ลดเข็ม และทำให้เด็กได้รับการป้องกันโรคหลายอย่างพร้อมกัน แต่ข้อดีของวัคซีนเดี่ยวสำหรับเข็มแรกคือให้ภูมิคุ้มกัน HBV ตั้งแต่วันแรก ซึ่งสำคัญมาก
ดังนั้นวิธีที่แพทย์และหน่วยบริการส่วนใหญ่เลือกใช้ คือ วัคซีนเดี่ยวเข็มแรก + วัคซีนรวมตามตาราง ถือว่าเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับวัคซีน HBV ในทารกแรกเกิด
ถ้าคลอดที่บ้านหรือสถานพยาบาลที่ไม่มีบริการฉีดวัคซีน พ่อแม่ควรพาลูกไปคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อรับเข็มแรกของวัคซีน HBV ถ้าพลาดช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรไปฉีดให้เร็วที่สุด และติดตามให้ครบตามตาราง เพื่อให้ได้รับภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม
เด็กที่ได้รับวัคซีน HBV ครบตามตารางมักได้รับการป้องกันที่ยั่งยืน วัคซีน HBV สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี และลดอัตราการเป็นพาหะในเด็กจนถึงวัยเด็ก วัยรุ่นได้
โดยทั่วไปเด็กที่สุขภาพปกติและได้รับวัคซีนครบชุดตามตาราง ไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ แต่ในกรณีพิเศษ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจภูมิคุ้มกันซ้ำและพิจารณาฉีดเพิ่มได้
การฉีดวัคซีน HBV ตั้งแต่ทารกแรกเกิด โดยเฉพาะภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอดเป็นการตั้งต้นให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกันที่ทรงพลังต่อไวรัสตับอักเสบบี ช่วยป้องกันการติดเชื้อเรื้อรัง ลดความเสี่ยงต่อโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในอนาคต วัคซีน HBV ในทารกแรกเกิดมีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัยสำหรับทารก ถ้าลูกคลอดที่โรงพยาบาลรัฐ หรือสถานพยาบาลที่ร่วมบริการวัคซีนพื้นฐานพ่อแม่ควรสอบถามให้แน่ใจว่า ลูกได้รับเข็มแรกของวัคซีน HBV ก่อนกลับบ้าน ถ้าคลอดเองที่บ้านควรพาไปคลินิกหรือโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด การฉีดวัคซีนนี้เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพของลูกที่อาจช่วยเปลี่ยนอนาคตของเขาให้ปลอดภัยจากโรคตับเรื้อรังได้อย่างยั่งยืน
อ้างอิงจาก
https://www.pidst.or.th/A746.mobile
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/52797/
https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/vaccine-child
https://he04.tci-thaijo.org/index.php/PPHJ/article/view/968
https://www.pitsanuvej.com/articles/vaccine-table
https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1466820230926064645.pdf
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1243
https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/diseases/hepatitis
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.