สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ยังสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในยุคปัจจุบันและหากไม่มีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ โรคเหล่านี้อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต การได้รับวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก อย่างครบถ้วนตามช่วงอายุที่แนะนำ จึงเป็นหนึ่งในมาตรการที่สำคัญและคุ้มค่าที่สุด ที่ช่วยปกป้องทั้งตัวคุณและคนรอบข้าง มารู้จักกับวัคซีน ชนิดต่าง ๆ ตารางฉีด แนวทางสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ และคนท้อง รวมถึงข้อควรระวังก่อนฉีด เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบ พร้อมตัดสินใจด้วยความเข้าใจ
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เจาะลึก "วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก" คืออะไร? ทำไมต้องฉีดรวมกัน?
รู้จัก 3 โรคร้าย: คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก อันตรายแค่ไหนถ้าไม่ฉีดวัคซีน?
ตารางฉีดวัคซีนเด็ก: ลูกน้อยต้องรับ "วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก" ตอนกี่ขวบ?
ผู้ใหญ่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นไหม? ความเข้าใจผิดที่หลายคนไม่รู้
"คนท้อง" กับวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก: ฉีดตอนไหนถึงจะปกป้องลูกได้ดีที่สุด?
แยกให้ออก! วัคซีน DTaP, Tdap และ Td ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนดี?
เป็นแผล โดนของมีคมบาด ต้องฉีด "วัคซีนบาดทะยัก" กระตุ้นซ้ำหรือไม่?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังฉีดวัคซีน: ปวดแขน มีไข้ รับมืออย่างไร?
ใครบ้างที่ "ห้าม" ฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก? (ข้อควรระวัง)
"วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก" ราคาเท่าไหร่? และสิทธิ์ฟรีมีที่ไหนบ้าง?
ลืมฉีดกระตุ้นมานานหลายปี ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หรือไม่?
สรุป: การป้องกันที่คุ้มค่า เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว
วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยักเป็นชื่อเรียกรวมของชุดวัคซีนที่ป้องกัน 3 โรคสำคัญ คือ โรคคอตีบ (Diphtheria) โรคบาดทะยัก (Tetanus) และโรคไอกรน (Pertussis / Whooping cough) โดยทั่วไปวัคซีนกลุ่มนี้ถูกออกแบบให้ฉีดรวมเพราะเชื้อของโรคทั้งสามมีลักษณะเป็นแบคทีเรีย และการฉีดวัคซีนรวมช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อทั้ง 3 โรคในครั้งเดียว ซึ่งสะดวกและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการฉีดแยกหลายเข็ม
การฉีดวัคซีนป้องกันทั้งสามโรค โดยเฉพาะไอกรนสำคัญ เพราะแม้บางโรคอาจพบไม่บ่อย แต่ถ้าเกิดจะมีโอกาสรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กทารก เด็กเล็ก และผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เท่ากับทางป้องกันที่ครบชุดและสะดวกที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อ 3 โรคอันตรายพร้อมกัน
โรคคอตีบ (Diphtheria)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สร้างเยื่อพังผืดในคอ ทำให้คอและหลอดลมตีบ หายใจลำบาก และอาจหายใจไม่ออกหากรักษาไม่ทัน เชื้อสามารถปล่อยสารพิษทำลายหัวใจและระบบประสาทจนเสียชีวิตได้
โรคบาดทะยัก (Tetanus)
เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล โดยเฉพาะแผลสกปรกหรือถูกของมีคมทิ่มตำทำให้กล้ามเนื้อเกร็งแข็งทั่วตัว คอแข็ง กลืนลำบาก และอาจหยุดหายใจเพราะกล้ามเนื้อหายใจเกร็งจนทำงานไม่ได้เป็นโรคที่รักษายากและอัตราการเสียชีวิตสูงมาก หากไม่เคยมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน
โรคไอกรน (Pertussis / Whooping cough)โทำให้เกิดอาการไอรุนแรงติดต่อกันเป็นชุด ๆ โดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็กเด็กอาจหายใจไม่ทัน ขาดออกซิเจน เสี่ยงปอดอักเสบ ชัก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้เป็นโรคที่แพร่เชื้อได้ง่ายมาก จึงระบาดได้รวดเร็วหากคนในชุมชนไม่มีภูมิคุ้มกัน
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือหากคนบางกลุ่มมีภูมิคุ้มกันลดลงหรือไม่เคยได้รับวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ก็มีโอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ ซึ่งอาจทำให้โรคเหล่านี้กลับมาระบาดอีกครั้ง
ตามแนวทางการฉีดวัคซีนในไทย เด็กควรได้รับวัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTaP) ตามช่วงอายุดังนี้
อายุ 2 เดือน – ฉีดวัคซีน DTaP เข็มที่ 1
อายุ 4 เดือน – ฉีด DTaP เข็มที่ 2
อายุ 6 เดือน – ฉีด DTaP เข็มที่ 3
อายุ 15–18 เดือน – ฉีด DTaP เข็มที่ 4 (เข็มกระตุ้น)
อายุ 4–6 ปี – ฉีด DTaP หรือ DTwP หรือ Tdap เข็มที่ 5
(เข็มกระตุ้นสำคัญ / DTwP = วัคซีนคอตีบ–บาดทะยัก–ไอกรน แบบเชื้อไอกรนทั้งเซลล์ / Tdap = วัคซีนกระตุ้นสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ )
หลังจากได้รับครบ 5 เข็มในวัยเด็ก ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้อีกระยะหนึ่ง แต่เมื่อโตขึ้นเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ ภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยักจะลดลงตามธรรมชาติ จึงจำเป็นต้อง ฉีดกระตุ้นอีกครั้งช่วงอายุ 11–12 ปี (วัคซีน Tdap) เพื่อคงภูมิไว้
ในวัยผู้ใหญ่ควรพิจารณาฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ซ้ำ เพราะภูมิคุ้มกันจากวัคซีนในวัยเด็กจะลดลงตามเวลา โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันต่อโรคไอกรนซึ่งลดลงเร็วกว่าโรคอื่น ๆ หากไม่เคยได้รับวัคซีนครบชุดหรือไม่แน่ใจ แนะนำให้ฉีด Tdap 1 เข็ม ให้เร็วที่สุด แล้วตามด้วยฉีดซ้ำด้วย Td ทุก 10 ปี เพื่อคงภูมิคุ้มกันให้เพียงพอ
สำหรับผู้ใหญ่ที่อาจเสี่ยง เช่น ผู้ที่ต้องดูแลเด็กเล็ก ผู้ที่ทำงานใกล้เด็ก หรืออยู่ในชุมชนใหญ่ การมีภูมิคุ้มกันต่อวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยักอย่างต่อเนื่องสำคัญมาก เพราะโรคไอกรนสามารถแพร่เชื้อสู่เด็กเล็กที่ยังภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงได้
หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับวัคซีน Tdap 1 เข็มในช่วงอายุครรภ์ 27–36 สัปดาห์ เพราะเมื่อแม่ได้รับวัคซีนจะสร้างแอนติบอดีที่สามารถส่งผ่านรกไปให้ทารกในครรภ์ ช่วยป้องกันโรคไอกรน ในช่วง 2–3 เดือนแรกของชีวิตเด็กซึ่งเป็นช่วงที่ทารกยังไม่สามารถรับวัคซีนเองได้ การฉีด Tdap ในหญิงตั้งครรภ์ไม่เพียงปกป้องแม่ แต่ยังช่วยปกป้องทารกแรกเกิด ลดโอกาสที่ทารกจะติดโรคไอกรนรุนแรงในช่วงแรกของชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
DTaP: สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ~7 ปี ป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เหมาะกับเด็กเล็กที่ยังไม่มีภูมิเดิม
Tdap: สำหรับเด็กโต มากกว่า 7–11 ปี ในวัยรุ่น, ผู้ใหญ่ และหญิงตั้งครรภ์ เป็นเข็มกระตุ้นหรือเริ่มชุดวัคซีนเหมาะกับวัยที่ภูมิคุ้มกันเดิมลดลง
Td: ป้องกันแค่คอตีบ + บาดทะยัก ไม่รวมไอกรน มักใช้เป็นเข็มกระตุ้นทุก 10 ปีสำหรับผู้ใหญ่หลังจากเคยฉีด Tdap หรือ DTaP มาก่อน
หากคุณมีบาดแผล โดยเฉพาะแผลลึก แผลสกปรก หรือถูกของมีคมที่อาจมีดิน เศษเหล็ก เศษเหล็กเก่า หรือตะปู การฉีดวัคซีนบาดทะยัก เป็นการกระตุ้นซ้ำซึ่งแนะนำ โดยเฉพาะถ้าคุณได้รับวัคซีนครั้งสุดท้ายมานานแล้ว เพราะความเสี่ยงต่อโรคบาดทะยักสูงเมื่อแผลสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อน
เช่นเดียวกับวัคซีนทั่วไป หลังฉีดวัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก อาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวดหรือแดงบริเวณที่ฉีด ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เป็นเรื่องปกติและมักหายได้เองภายใน 1–2 วัน หากอาการไม่รุนแรง ส่วนใหญ่ไม่ต้องกังวลมาก เพียงพักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ และกินยาลดไข้หรือลดปวดตามคำแนะนำแพทย์ ถ้าอาการแย่ลง เช่น มีไข้สูง แขนบวมแดงมาก ควรไปพบแพทย์ทันที
โดยทั่วไปวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ปลอดภัยและเหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่มีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เช่น
-ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน เช่น โปรตีนในวัคซีน
-ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เห็นสมควรรอให้หายก่อน
-ในกรณีหญิงตั้งครรภ์ ถึงแม้โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด Tdap แต่ควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะในกรณีมีโรคประจำตัว
วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยักมีให้บริการทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยเด็กไทยสามารถรับวัคซีนกลุ่มนี้ได้ ฟรี เพราะอยู่ใน โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (EPI) ซึ่งเป็นวัคซีนพื้นฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับตามช่วงอายุ
สำหรับผู้ใหญ่จะต้องเข้ารับบริการด้วยตนเองตามความจำเป็น เช่น การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นรอบ ๆ หรือฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ โดยทั่วไป ไม่ได้อยู่ในสิทธิ์วัคซีนพื้นฐานแบบเด็ก แต่ผู้ใหญ่ทุกคนยังสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนนี้ได้ตามโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกเวชกรรมตามปกติ
วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยักถือเป็นการป้องกันที่คุ้มค่าและสำคัญมาก เพราะช่วยป้องกันโรคร้ายทั้ง 3 โรคได้ในเข็มเดียว เหมาะกับทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เด็กโต ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ ไปจนถึงคนที่เสี่ยงคือ มีบาดแผล การได้รับวัคซีนตามตารางอายุ และการฉีดกระตุ้นตามกำหนดตลอดชีวิต ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากโรคต่าง ๆ และยังช่วยปกป้องคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก รวมถึงช่วยลดการแพร่เชื้อในชุมชน ทำให้ทุกคนมีความปลอดภัยมากขึ้น
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.