สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
การฉีดวัคซีนให้ลูกน้อยตามช่วงวัย โดยเฉพาะเมื่ออายุ 4 เดือน เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กเล็ก เพราะในวัยนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่แข็งแรงพอ การติดเชื้ออาจนำไปสู่โรครุนแรงได้ ดังนั้นวัคซีน4เดือนจึงสำคัญมากสำหรับพัฒนาการและสุขภาพของเด็ก เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจว่า วัคซีน4เดือน มีอะไรบ้าง ฟรีไหม เสริมอะไรได้ และควรเตรียมตัวอย่างไร
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เช็กลิสต์! "วัคซีน 4 เดือน" ลูกน้อยต้องโดนฉีดและหยอดอะไรบ้าง?
"วัคซีน 4 เดือน" ฟรีไหม? ใช้สิทธิ์บัตรทอง (30 บาท) ฉีดที่ไหนได้บ้าง?
ทางเลือกที่แตกต่าง: วัคซีนรัฐบาล (5 โรค) VS วัคซีนเอกชน (6 โรค) เลือกแบบไหนดี?
วัคซีนเสริม "IPD" (ปอดอักเสบ) จำเป็นต้องฉีดพร้อมวัคซีน 4 เดือนไหม?
"วัคซีนโรต้า" (Rotavirus): ทำไมต้องหยอดซ้ำตอน 4 เดือน?
ฉีดวัคซีน 4 เดือน "ไข้ขึ้น" ไหม? โอกาสเป็นไข้มากน้อยแค่ไหน?
การเตรียมตัวลูกน้อย "ก่อน" ไปฉีดวัคซีน: ต้องงดนม หรือเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
5 วิธีดูแลลูก "หลังฉีดวัคซีน" ให้ลูกสบายตัว ลดปวด ลดบวม
ยาลดไข้พาราเซตามอล: ควรป้อนกันไว้ก่อน หรือรอให้มีไข้ค่อยกิน?
เลยกำหนดฉีด "วัคซีน 4 เดือน" เป็นอะไรไหม? ต้องเริ่มนับใหม่หรือเปล่า?
ตรวจพัฒนาการ 4 เดือน: นอกจากฉีดวัคซีนแล้ว หมอจะเช็กอะไรอีก?
สรุป: เจ็บตัวนิดเดียว แต่คุ้มค่า! สร้างเกราะป้องกันโรคร้ายให้ลูกรัก
เมื่ออายุ 4 เดือน เด็กควรได้รับวัคซีนตามตารางประเทศไทย ดังนี้
-วัคซีนรวม 5 โรค (DTwP‑HB‑Hib) เข็มที่ 2 ป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และ Hib (หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนอาจเลือกวัคซีนรวม 6‑in‑1 แทน)
-วัคซีนโปลิโอ ได้แก่ OPV1 (ชนิดหยอด) หรือ IPV (ชนิดฉีด) ขึ้นอยู่กับแผนวัคซีนที่ได้รับ
-วัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส (PCV/IPD) เป็นวัคซีนเสริมที่โรงพยาบาลเอกชนแนะนำ
-วัคซีนโรต้า (Rotavirus) เข็มที่ 2 ซึ่งเป็นวัคซีนเสริม ช่วยลดความรุนแรงของโรคท้องเสียจากไวรัสโรต้า
ดังนั้น วัคซีน 4 เดือนส่วนใหญ่จะครอบคลุมโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ Hib ปอดบวมจากนิวโมคอคคัส และอาจเสริมด้วยวัคซีนโรต้าเพื่อป้องกันท้องเสียรุนแรง
เด็กไทยสามารถรับวัคซีนพื้นฐานตามตารางอายุได้ฟรี ผ่านสิทธิภาครัฐหรือสิทธิบัตรทอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น DTwP‑HB‑Hib, OPV/IPV และวัคซีนพื้นฐานในช่วงวัย 2, 4, 6 เดือน
หากเลือกฉีดที่โรงพยาบาลหรือคลินิกเอกชน อาจมีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก ซึ่งมักรวมถึงวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ดังนั้น หากฉีดตามตารางมาตรฐานของรัฐ วัคซีน 4 เดือนมักได้รับฟรี แต่ถ้าฉีดในเอกชนหรือรับวัคซีนเสริม อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
วัคซีนภาครัฐมักใช้วัคซีนรวม 5 โรค (คอตีบ–บาดทะยัก–ไอกรน–ตับอักเสบบี–Hib) เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการฉีดครบตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ในโรงพยาบาลหรือคลินิกเอกชน มักมีวัคซีนรวม 6 โรค ซึ่งเพิ่มโปลิโอแบบฉีด (IPV) และมีวัคซีนเสริมให้เลือกมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการความสะดวกและยอมรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การตัดสินใจควรพิจารณาจากสุขภาพของลูก ความเสี่ยง เช่น แม่เป็นพาหะตับอักเสบบี งบประมาณ และความสะดวกของสถานบริการ เพื่อให้เลือกได้เหมาะสมที่สุดค่ะ
วัคซีนคอนจูเกตนิวโมคอคคัส (PCV)ป้องกันโรค IPD เป็นวัคซีนเสริมที่สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนพื้นฐานในช่วงอายุ 2–6 เดือน เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อรุนแรงในเด็กเล็ก
โดยทั่วไป วัคซีน PCV ควรได้รับเข็มที่ 1 ในอายุ 2 เดือน และเข็มที่ 2 ในอายุ 4 เดือน แม้จะเป็นวัคซีนเสริม แต่หากเป็นไปได้แนะนำให้ฉีดให้ครบ เพราะโรคนิวโมคอคคัสอาจรุนแรงสำหรับทารกค่ะ
วัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนที่ป้องกันไวรัสโรตา สาเหตุสำคัญของอุจจาระร่วงรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก ซึ่งอาจทำให้ขาดน้ำและเสี่ยงอันตรายได้ สำหรับสูตรวัคซีนโรต้า ถ้าเป็นชนิด 2-dose ให้เข็มแรกที่ 2 เดือน และเข็มที่ 2 ที่ 4 เดือน ถ้าสูตร 3-doseจะมีเข็มที่ 3 ที่ 6 เดือน เพราะฉะนั้นการหยอดซ้ำตอน วัคซีน4เดือนเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันครบและป้องกันโรคท้องร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัคซีนพื้นฐานโดยทั่วไปปลอดภัยมากและอาการแพ้รุนแรงพบได้ยากมาก อย่างไรก็ตามหลังฉีดวัคซีนบางชนิด เด็กอาจมีอาการชั่วคราวได้ บางรายอาจมีไข้ นอนร้องกวน งอแง ตัวร้อน บวมแดงบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังฉีด แต่เป็นอาการปกติที่สัมพันธ์กับการสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าไม่มีอาการรุนแรง ส่วนใหญ่หายได้เอง
เพื่อให้การฉีดวัคซีน4เดือนราบรื่นและลดความเครียดสำหรับลูกและพ่อแม่ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้
- สมุดวัคซีน สำหรับบันทึกประวัติการรับวัคซีน รวมถึงประวัติการรับวัคซีนครั้งก่อน / สูติบัตร(ใบเกิด) หรือบัตรประชาชนเด็ก /บัตรทอง กรณีใช้สิทธิของรพ.รัฐบาล
-สอบถามแพทย์ล่วงหน้า ว่าวัคซีนที่ใช้เป็นแบบรวม 5‑in‑1 หรือ 6‑in‑1 เพื่อเตรียมตัวและติดตามอย่างเหมาะสม
-หากลูกเพิ่งป่วยหรือมีไข้ ควรแจ้งแพทย์ทันที เพราะบางกรณีอาจต้องพิจารณาเลื่อนฉีด
-ไม่จำเป็นต้องงดนมหรือน้ำ ควรให้ลูกนอนหลับพักผ่อนและกินนมตามปกติ เพื่อให้สบายใจขึ้นและลดอาการงอแงหลังฉีด
1. ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดด้วยผ้าสะอาดเพื่อลดอาการบวมและปวดอย่างเหมาะสม
2. ให้ลูกดื่มน้ำหรือกินนมตามปกติ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวดีขึ้น
3. สังเกตอาการลูก 24–48 ชั่วโมง หากมีไข้ต่ำดูแลตามอาการ แต่ถ้ามีไข้สูง งอแงผิดปกติ หรือมีอาการชักให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที
4. ให้ลูกพักผ่อนเพียงพอ และงดกิจกรรมหนัก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
5. บันทึกวันที่ฉีดและชนิดวัคซีนเพื่อให้ติดตามเข็มต่อไปได้อย่างครบถ้วนสบายใจมากขึ้น
หากไม่ได้พาลูกไปรับวัคซีน4เดือน ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่ควรพาไปฉีดโดยเร็วที่สุดตามแพทย์กำหนด เพื่อให้ได้รับภูมิคุ้มกันครบถ้วนตามตาราง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากบางวัคซีนมีระยะห่างขั้นต่ำระหว่างเข็ม หากทิ้งช่วงนานเกินไป อาจต้องปรับตารางให้เหมาะสม
-การเจริญเติบโตของเด็กควรติดตามทุกครั้ง ได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง และรอบศีรษะ เพื่อประเมินว่าสอดคล้องตามเกณฑ์อายุ
-พัฒนาการด้านการมองเห็นและการตอบสนองต่อเสียง รวมถึงพฤติกรรมทั่วไป เช่น การเคลื่อนไหว แขนขา การพลิกตะแคงตัว หรือการช่วยลุกนั่ง เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กพัฒนาได้เหมาะสมตามวัย การฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนจึงควบคู่ไปกับการติดตามพัฒนาการเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของเด็ก
วัคซีน4เดือนเป็นช่วงเวลาสำคัญของลูกน้อย ที่ควรได้รับครบตามตาราง ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนพื้นฐาน หรือวัคซีนเสริม เช่น PCV และ Rotavirus ซึ่งช่วยป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรงหลายโรค การฉีดวัคซีนอาจทำให้ลูกมีอาการไม่สบายตัวเล็กน้อย แต่โดยรวมผลดีมีมากกว่าความเสี่ยงหลายเท่า เพราะช่วยสร้างเกราะภูมิคุ้มกันให้ลูก พร้อมกับช่วยให้พ่อแม่วางใจได้ว่า ลูกน้อยได้รับการดูแลที่ดีที่สุด
อ้างอิงจาก
https://www.pidst.or.th/A746.html
https://www.princsuvarnabhumi.com/articles/content-basic-vaccines-that-should-be-given
https://www.vibhavadi.com/th/package/package-vaccine-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81
https://www.princsuvarnabhumi.com/articles/content-basic-vaccines-that-should-be-given
https://srisawan.com/th/articles/post-vaccination-care-for-children
https://www.bangpakok3.com/care_blog/view/227
https://www.bangpakok3.com/care_blog/view/218
https://www.pidst.or.th/A746.mobile
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/child-health-checks-by-age
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.