สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ประจำเดือนเลื่อนคืออะไร? เกิดจากอะไรได้บ้าง
ประจำเดือนเลื่อนได้กี่วันถึงจะยังถือว่าปกติ
ประจำเดือนเลื่อนนานสุดได้กี่วันโดยไม่ต้องกังวล
ประจำเดือนเลื่อนกี่วันถึงควรตรวจว่าท้องหรือไม่
ปัจจัยที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา
ความเครียด การนอน และการออกกำลังกายส่งผลต่อรอบเดือนอย่างไร
ยาคุมกำเนิดมีผลทำให้ประจำเดือนเลื่อนได้หรือไม่
อาการร่วมที่ควรระวังเมื่อประจำเดือนเลื่อนนานผิดปกติ
วิธีดูแลตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับประจำเดือนเลื่อน
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หากประจำเดือนยังไม่มา
สรุป: ประจำเดือนเลื่อนกี่วันถึงเรียกว่าผิดปกติ และควรทำอย่างไร
ตรวจสอบบทความโดย: จันทรา สำเร็จ
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
ประจำเดือนเลื่อนหมายถึง การที่ประจำเดือนมาไม่ตรงรอบตามปกติ อาจมาช้ากว่าหรือเร็วกว่ารอบเดือนที่เคยเป็น โดยปกติแล้วรอบเดือนจะห่างกันทุก ๆ 28 วัน หากเลื่อนไม่เกิน 7 วัน หรืออยู่ในรอบ 21-35 วัน ถือว่าเป็น รอบปกติอยู่ แต่หากถามว่าประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วัน ถึงนับว่าผิดปกติ ควรพิจารณาว่าหากห่างเกิน 7 วัน จากที่คาดไว้ อาจต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาต่อไป โดยอาการประจำเดือนเลื่อนอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร ออกกำลังกายหักโหมเกินไป มีความเครียด วิตกกังวล และการใช้ยาบางชนิดก็อาจมีผลด้วยเช่นกัน
ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา หรือมาไม่สม่ำเสมอ มีสาเหตุได้หลายประการ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย เช่น
1. ความเครียด ความวิตกกังวล
2. การอดอาหาร หรือน้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็ว
3. การตั้งครรภ์
4. การรับประทานยาคุมที่ไม่สม่ำเสมอ
5. มีเนื้องอกที่มดลูก
6. โรคถุงน้ำรังไข่
7. เข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน
ความเครียด การพักผ่อนไม่และการออกกำลังกายส่งผลต่อรอบเดือนได้
- ความเครียดทำให้มีการหลั่งเอนดอร์ฟินและคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งไปขัดขวางการผลิตฮอร์โมน ซึ่งอาจนำไปสู่รอบเดือนที่ผิดปกติ และเป็นวิธีที่ร่างกายแสดงออกถึงความไม่พร้อมสำหรับการตกไข่และการตั้งครรภ์ด้วย
-การนอนหลับมีความสัมพันธ์กับความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ทั้งอาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามากผิดปกติ รวมถึงอาการต่าง ๆ ก่อนมีประจำเดือน ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้มักประสบปัญหาการนอนหลับ เช่น การนอนหลับที่มีคุณภาพต่ำ ง่วงนอนตอนกลางวัน นอนหลับยาก และระยะเวลาการนอนหลับลดลง
-การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อรอบเดือน ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่มาได้ เนื่องจากการออกกำลังกายที่มากเกินไปทำให้ร่างกายเผาพลาญมากกว่าปกติ เกิดภาวะขาดพลังงาน เมื่อขาดพลังงานร่างกายจะดึงไขมันส่วนเกินมาใช้แทนพลังงานที่ขาดหายไป หากร่างกายมีไขมันสะสมน้อยจะใช้วิธีการชดเชยโดยการดึงพลังงานออกจากการทำงานของร่างกายบางอย่าง เช่น สมองสั่งการไปยังรังไข่เพื่อหยุดการตกไข่ หากไม่มีการตกไข่ จะเข้าสู่ภาวะขาดประจำเดือนได้
อาการที่เกิดขึ้นและควรระวังเมื่อประจำเดือนเลื่อนนานผิดปกติซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะประจำเดือนเลื่อน ได้แก่
- อาการจากภาวะหมดประจำเดือน เช่น ร้อนวูบวาบ มีขนขึ้นตามร่างกาย ช่องคลอดแห้ง
- สิวขึ้นมากกว่าปกติ
- ปวดศีรษะ
- น้ำนมไหล
- การมองเห็นเปลี่ยนไป
วิธีดูแลตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับประจำเดือนเลื่อน ควรดูลตัวเองด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อกระทบต่อรอบเดือน
- ลดความเครียด
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- งดสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ประจำเดือนเลื่อน นานสุด กี่วันถึงจะถือว่าผิดปกติ รอบประจำเดือนที่ปกติควรอยู่ในรอบ 21-35 วัน หากเกินกว่านั้นอาจเข้าสู่ภาวะประจำเดือนผิดปกติ ควรดูแลตัวเองด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประจำเดือน หากปฏิบัติแล้วประจำเดือนยังไม่มา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นต่อไป
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.