สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ภูมิแพ้คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
อาการของภูมิแพ้ที่พบบ่อยในคนทั่วไป
สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้
วิธีรักษาภูมิแพ้ด้วยการเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
การใช้ยารักษาภูมิแพ้ที่แพทย์มักแนะนำ
รักษาภูมิแพ้ด้วยวิธีธรรมชาติและสมุนไพร
การล้างจมูกช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้อย่างไร
การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ คืออะไรและเหมาะกับใคร
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดอาการภูมิแพ้
อาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับผู้มีภูมิแพ้
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
ภูมิแพ้ (Allergy) เกิดเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองเกินจริงต่อสารที่โดยทั่วไปไม่เป็นอันตราย เช่น เกสร ฝุ่น อาหาร หรือแม้แต่ยา โดยระบบภูมิคุ้มกันจะจำแนกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นศัตรูและกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ผ่านการสร้างแอนติบอดีชนิดอิมมูโนโกลบูลิน อี ( Immunoglobulin E : IgE ) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) และสารอักเสบอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดอาการได้หลายระบบความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการ “รักษาภูมิแพ้” ทั้งในระยะเฉียบพลัน และระยะยาว
ภูมิแพ้แสดงออกได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ เช่น
-ทางเดินหายใจ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม (Allergic rhinitis)
-ดวงตา ตาแดง คันตา น้ำตาไหล (Allergic conjunctivitis)
-ผิวหนังและระบบหายใจส่วนล่าง ผื่นคัน หายใจมีเสียงหวีด หรือหอบหืดกำเริบ
-ภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งอาจทำให้ความดันต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และหายใจลำบาก เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทันที
-สารก่อภูมิแพ้ทั่วไป เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น ไรฝุ่น ละอองแมลง ขนสัตว์ อาหาร ยา
-ปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้
-ทฤษฎีไฮจีน ไฮโพทีซิส (Hygiene hypothesis) คือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดเกินไป อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่พัฒนาอย่างสมดุล
วิธีรักษาภูมิแพ้ อย่างแรกมักเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น
1.ทำความสะอาดบ้าน ลดฝุ่นและไรฝุ่น เปิดหน้าต่างให้มีการระบายอากาศ
2.หลีกเลี่ยงสัตว์เลี้ยงที่มีขน/ขุย หรือพื้นที่ที่มีเกสรเยอะ
3.ในอาหารผู้มีภูมิแพ้อาหาร ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ เช่น ถั่ว นม ไข่
-ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) , เซทิริซีน (Cetirizine) ช่วยลดอาการจาม คันน้ำมูก
-สเตียรอยด์ฉีดพ่นจมูก (Nasal steroids) เพื่อลดการอักเสบในโพรงจมูก
-ยากลุ่มหนึ่งที่ใช้รักษาโรคภูมิแพ้และโรคหืด โดยออกฤทธิ์ ยับยั้งการทำงานของสารลิวโคไตรอีน (Leukotriene receptor antagonists) เช่น มอนเทลูคาสต์ (Montelukast) สำหรับรักษาหอบหืดหรือ ภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบหรือระคายเคือง
-ยาเฉพาะที่อื่นๆ เช่น แมสต์เซล สเตบิไลเซอร์ (Mast cell stabilizers) , แอนติลิวโคไตรอีนส์ (Antileukotrienes)
-ยาเอพิเนฟรี หรืออะดรีนาลีน (Epinephrine or Adrenaline) สำหรับภาวะที่รุนแรง เช่น ภาวะแพ้รุนแรงเฉียบพลัน
ทั้งนี้การใช้ยาควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมอาการและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
การใช้สมุนไพรและวิธีธรรมชาติสามารถบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้ เช่น การดื่มน้ำขิงหรือขมิ้นชัน เพื่อช่วยลดการอักเสบ หรือสูดดมไอน้ำที่ผสมสมุนไพร เช่น ยูคาลิปตัส เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก นวัตกรรมจากส้มจี๊ดเพื่อช่วยลดอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้เสริมพร้อมแนวทางการรักษาทางการแพทย์ ไม่ควรใช้แบบแทนยา โดยเฉพาะหากอาการรุนแรง
การรักษาภูมิแพ้ ด้วยการล้างจมูก (์Nasal irrigation) โดยใช้น้ำเกลือ ช่วยล้างสารก่อภูมิแพ้ออก ลดการระคายเคืองและอาการคัดจมูก ลดการอักเสบ และช่วยให้หายใจคล่องขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการรักษาภูมิแพ้ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ใช้เสริมกับการใช้ยาพ่นจมูก แต่ไม่ควรพ่นยาติดต่อกันเกิน 5–7 วัน
การฉีดวัคซีนรักษาภูมิแพ้ ( Allergen Immunotherapy) เป็นวิธีการรักษาที่ฉีดสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ในปริมาณเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันปรับตัวและลดการตอบสนองต่อสารเหล่านั้นในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรัง รุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประเมินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงคลินิกเกี่ยวกับการรักษาที่มุ่งปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ( Immunotherapy )ว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการรักษาภูมิแพ้
ผู้ที่รักษาภูมิแพ้ควรรับประทานอาหารที่เสริมภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างดังนี้
-ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง
-โอเมก้า-3 จากปลา เช่น ปลาแซลมอน
-โยเกิร์ตหรืออาหารที่มีโพรไบโอติก (Probiotic) ช่วยปรับสมดุลลำไส้และส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
อาหารเสริม เช่น โพรไบโอติก น้ำมันปลา หรือผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกัน อาจมีประโยชน์ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้
1.วินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภูมิแพ้ (Allergist)
2.การรักษาภูมิแพ้ขั้นพื้นฐาน ด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ (Allergen)
3.ใช้ยาอย่างเหมาะสม ตามอาการ เช่น
-แอนติฮิสตามีน (Antihistamines)
-เนซัล สเตียรอยด์ (Nasal Steroids)
-ลิวโคไตรอีน แอนแทโกนิสต์ (Leukotriene Antagonists)
-เอพิเนฟรีน (Epinephrine) ในกรณีฉุกเฉิน
4.วิธีเสริม เช่น ล้างจมูก, สมุนไพร (ภายใต้คำแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ), และปรับพฤติกรรมชีวิต
5. พิจารณาการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy – อิมมูโนเทอราพี) สำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น
6.ติดตามและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น หอบหืดหรือไซนัสอักเสบ
การรักษาภูมิแพ้ที่ได้ผลและปลอดภัยต้องทำอย่างครบวงจร เริ่มจากหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ใช้ยาอย่างเหมาะสม เสริมด้วยวิธีธรรมชาติ การล้างจมูก การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ การปรับพฤติกรรมชีวิต และอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอาการ ลดภาวะแทรกซ้อน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในระยะยาว
อ้างอิงจาก
https://www.cdc.gov/nchs/products/databriefs/db460.htm
https://www.vimut.com/article/allergic-rhinitis-causes-symptoms
https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/381918/B09412-eng.pdf?sequence=1
https://www.cdc.gov/climate-health/php/effects/pollen-health.html
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1175
https://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=1254
https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/264660/PMC2491247.pdf?isAllowed=y&sequence=1
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/prevent-and-cure-allergic-rhinitis
https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue056/healthy-eating
https://www.cdc.gov/vaccines/covid-19/downloads/recognizing-responding-to-anaphylaxis-508.pdf
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.