สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ผู้หญิงจำนวนมากประสบกับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ โดยเฉพาะอาการก่อนเมนส์มา 1 อาทิตย์ ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่ออารมณ์ ร่างกาย และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าอาการก่อนเมนส์มีอะไรบ้าง มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อใดควรไปพบแพทย์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอย่างไรในช่วงก่อนมีเมนส์
อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย: อาการก่อนเมนส์มาที่พบได้บ่อย
เจ็บหน้าอก หน่วงท้องน้อย: สัญญาณก่อนเมนส์มา
สิวขึ้นก่อนมีประจำเดือน มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับฮอร์โมน?
อาการปวดหัวและเหนื่อยง่าย ก่อนเมนส์มา 1 สัปดาห์
ความอยากอาหารและน้ำหนักขึ้นในช่วงก่อนมีเมนส์
ท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสีย: อาการทางระบบย่อยอาหารก่อนมีเมนส์
นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทในช่วงก่อนเมนส์
สังเกตความแตกต่างระหว่างอาการก่อนมีเมนส์กับอาการตั้งครรภ์
อาการก่อนมีประจำเดือนประมาณ 7–14 วัน หรือ อาการก่อนเมนส์มา 1 อาทิตย์ ร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยระดับโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นแล้วค่อย ๆ ลดลงหากไม่มีการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการต่าง ๆ เช่น อารมณ์แปรปรวน เจ็บหน้าอก และปวดท้อง จึงก่อให้เกิดอาการทางกายและอารมณ์ต่าง ๆ ได้
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.