สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
เจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้ เกิดจากอะไร
ความแตกต่างระหว่างอาการเจ็บคอทั่วไปกับมีเสมหะ
สาเหตุหลักที่ทำให้เจ็บคอแต่ไม่มีไข้
ภูมิแพ้กับอาการเจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้
กรดไหลย้อนเป็นสาเหตุของอาการเจ็บคอและเสมหะหรือไม่
การติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่ทำให้เจ็บคอโดยไม่เกิดไข้
พฤติกรรมการใช้เสียงที่ทำให้เจ็บคอและเกิดเสมหะ
การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการเจ็บคอและเสมหะ
อาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ มีเสมหะ
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
อาการ เจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้ มักไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อรุนแรง เช่น เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) หรือไข้หวัดใหญ่ ที่มักมาพร้อมไข้สูง แต่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือไวรัสทั่วไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ของอาการเจ็บคอ โดยเฉพาะหากไม่มีไข้ร่วมด้วย
เจ็บคอทั่วไป มักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจมีอาการไข้ ไอแห้ง หรือเจ็บคอเฉียบพลัน
เจ็บคอมีเสมหะ เสมหะมักเกิดจากการมีน้ำมูกไหลลงไปด้านหลังโพรงจมูกและลงคอ เช่น เยื่อจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้ที่ทำให้น้ำมูกไหลลงคอ สะสมกลายเป็นเสมหะ ทำให้ระคายเคืองคอโดยไม่จำเป็นต้องมีไข้
1.ไวรัสทั่วไป เช่น ไรโนไวรัส ( Rhinovirus )
ทำให้คอระคายเคือง มีเสมหะ แต่มักไม่ทำให้ไข้สูง
2.ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)
มีน้ำมูกไหลลงไปด้านหลังโพรงจมูกและลงคอ ทำให้เจ็บคอ โดยไม่จำเป็นต้องมีไข้
3.ภูมิแพ้ (Allergic rhinitis)
น้ำมูกไหลลงคอ เกิดเสมหะสะสม ทำให้เจ็บคอโดยไม่มีไข้
4.กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD)
กรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาระคายคอ ทำให้มีเสมหะและเจ็บคอ
5.การระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ หรืออากาศแห้ง ทำให้คอแสบและมีเสมหะ
6.การใช้เสียงมากเกินไป
พูดตะโกนหรือร้องเพลงนาน ๆ ทำให้กล่องเสียงอักเสบ เจ็บคอและเสียงแหบ
ไวรัสหลายชนิด เช่น ไข้หวัดทั่วไป , ไรโนไวรัส ( Rhinovirus ) , อะดีโนไวรัส (Adenovirus) , โคโรนาไวรัส( Coronavirus) , ไข้หวัดใหญ่ (influenza) ในบางกรณี หรือ ไวรัสเอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr virus) อาจทำให้มีอาการเจ็บคอ มีเสมหะ และบางครั้งไม่มีไข้สูง โดยเฉพาะในกรณีที่การติดเชื้อไม่รุนแรงหรืออยู่ในระยะเริ่มต้น
-บ้วนปากและคอด้วยน้ำเกลืออุ่น (½–1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แก้ว) ช่วยลดการระคายเคืองและละลายเสมหะ
-ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยละลายเสมหะ
-ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) ในห้องนอน ลดอากาศแห้งที่ทำให้คอระคายเคือง
-หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น และสารระคายเคือง ที่อาจทำให้อาการแย่ลง
-พักเสียง งดพูดเสียงดังหรือร้องเพลง จนกว่าอาการจะดีขึ้น
1.หากอาการไม่รุนแรงและเจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้ มักจะหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ เพราะมักเกิดจากไวรัส
2.ถ้าอาการแย่ลง หรือมีเสมหะสีเขียว เหลือง มีเลือด หรือกลิ่นเหม็น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไซนัสอักเสบ
3.หากสงสัยว่าเป็นกรดไหลย้อน ควรปรับอาหาร นอนหนุนหัวขึ้น และอาจต้องได้รับยาลดกรด ตามคำแนะนำแพทย์
4.หากเป็นภูมิแพ้ อาจจำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้ (antihistamine) หรือหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
5.หากอาการมีความรุนแรง หรือไม่หายภายใน 1–2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
อาการ เจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้ มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ กรดไหลย้อน หรือการใช้เสียงมากเกินไป ส่วนใหญ่สามารถดูแลตนเองได้ด้วยการดื่มน้ำอุ่น กลั้วคอน้ำเกลือ พักเสียง และเลี่ยงสิ่งระคายเคือง แต่หากอาการเรื้อรังหรือมีเสมหะผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ดังนั้นอาการเจ็บคอ มีเสมหะ ไม่มีไข้ มักไม่รุนแรง แต่ไม่ควรมองข้าม การสังเกตสาเหตุที่แท้จริง และดูแลตนเองอย่างเหมาะสม จะช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้น และหากมีอาการเรื้อรังควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
อ้างอิงจาก
https://www.cdc.gov/sore-throat/about/index.html
https://www.cdc.gov/sinus-infection/about/index.html
https://www.verywellhealth.com/sore-throat-causes-and-risk-factors-1191878
https://www.verywellhealth.com/sore-throat-no-fever-causes-and-treatment-5271206
https://en.wikipedia.org/wiki/Sore_throat
https://www.vimut.com/article/sore-throat-diagnosis-treatment
https://www.princsuvarnabhumi.com/articles/content-sore-throat
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.