สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

early-childhood-psychology

เข้าใจ จิตวิทยาเด็กปฐมวัย วัยทอง 0-6 ปี สร้างพื้นฐานใจที่มั่นคงตั้งแต่เนิ่น ๆ

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมลูกน้อยวัยอนุบาลถึงมีพฤติกรรมที่เราคาดไม่ถึง ? บางครั้งร่าเริงสุด ๆ บางครั้งก็อาละวาดหนักมากจนคุณรับมือไม่ถูก นั่นเป็นเพราะช่วง 0-6 ปี คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการสร้าง "รากฐานชีวิต" ของเขา บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก จิตวิทยาเด็กปฐมวัย เพื่อให้คุณเป็นพ่อแม่ที่เข้าใจลูกอย่างแท้จริง พร้อมเทคนิคที่นำไปใช้ได้ทันที

ตรวจสอบบทความโดย: ปรียาภรณ์ อัมหธร
วิทยาศาตรบัณฑิต สาธารณสุขศาสตร์ สาขาโภชนวิทยา
ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จิตวิทยาสาขาจิตวิทยาพัฒนาการ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

ไขรหัสลับ "จิตวิทยาเด็กปฐมวัย" เข้าใจลูกน้อย 0-6 ปี เพื่อรากฐานชีวิตที่มั่นคง

"จิตวิทยาเด็กปฐมวัย" คืออะไร ? ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ ?

เจาะลึกช่วง "วัยทอง 0-6 ปี": พัฒนาการทางจิตใจแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร ?

ทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory): รากฐานความมั่นคงทางใจของลูก

รับมือ "วัยทอง 2 ขวบ" (Terrible Two): เมื่อลูกเริ่มต่อต้านและอาละวาด

"EQ" สำคัญกว่า "IQ" ? การสร้างความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัย

จิตวิทยาการ "เล่น": เพราะการเล่นคืองานของเด็ก

เทคนิค "วินัยเชิงบวก": หยุดพฤติกรรมแย่ ๆ โดยไม่ต้องใช้ไม้เรียว

การสร้าง Self-Esteem: เลี้ยงลูกอย่างไรให้เห็นคุณค่าในตัวเอง

จิตวิทยากับ "หน้าจอ": ผลกระทบของสื่อต่อพฤติกรรมและอารมณ์เด็ก

เมื่อลูก "ขี้อาย" หรือ "ก้าวร้าว": พฤติกรรมแบบไหนที่เกิดจากพื้นฐานอารมณ์ (Temperament) ?

สัญญาณเตือน ! พฤติกรรมแบบไหนที่ควรปรึกษา "จิตแพทย์เด็ก"

สรุป: พ่อแม่คือ "นักจิตวิทยา" ที่ดีที่สุดของลูก

ไขรหัสลับ "จิตวิทยาเด็กปฐมวัย" เข้าใจลูกน้อย 0-6 ปี เพื่อรากฐานชีวิตที่มั่นคง

ช่วง 0–6 ปี คือ “ช่วงทองของสมองและอารมณ์” เด็กเรียนรู้โลกผ่านการเล่น ความรัก และการตอบสนองจากผู้ใหญ่ พฤติกรรมทุกอย่าง งอแง ดื้อ กรี๊ด คือภาษาที่สื่อความต้องการภายใน ไม่ใช่ความตั้งใจทำผิด การเข้าใจจิตวิทยาเด็กปฐมวัยและตอบอย่างอ่อนโยนสม่ำเสมอ จะช่วยสร้าง “รากฐานทางใจ” ให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นคง อ่อนโยน และเชื่อมั่นในตัวเอง

"จิตวิทยาเด็กปฐมวัย" คืออะไร? ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ?

จิตวิทยาเด็กปฐมวัย (Early Childhood Psychology) คือศาสตร์ที่ศึกษาพัฒนาการด้านความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และสังคมของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี พ่อแม่ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญเพราะเราไม่ได้เลี้ยงลูกแค่ให้ "เก่ง" แต่ต้องให้ลูก "มีความสุข" และ "ปรับตัวได้" การศึกษาเรื่องนี้ช่วยให้เรา "มองโลกผ่านสายตาของลูก" เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะดื้อ แต่เกิดจากพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ของสมอง ทำให้การสื่อสารและแก้ไขพฤติกรรมเป็นไปอย่างถูกจุดและไม่ทำลายความสัมพันธ์

เจาะลึกช่วง "วัยทอง 0-6 ปี": พัฒนาการทางจิตใจแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร?

ช่วงวัย 0-6 ปีมีความพิเศษมาก เพราะสมองของลูกกำลังพัฒนาและเชื่อมต่อเส้น

ประสาทหลายล้านเส้นต่อวินาที นี่คือพัฒนาการสำคัญในแต่ละช่วง

 

 0–1 ปี : ความไว้วางใจพื้นฐาน (Attachment)

เด็กเรียนรู้ว่า “โลกนี้ปลอดภัยไหม” จากการกอด ปลอบ และตอบสนองของผู้เลี้ยงดู

1–2 ปี : รู้จักตัวเอง + ความเป็นอิสระ (Autonomy)

อยากทำเองทุกอย่าง → เกิดช่วง “วัยทองสองขวบ” ( Terrible Two) เพราะอารมณ์

มามาก แต่คำพูดยังมาน้อย

 2–3 ปี : ภาษา & อารมณ์พุ่งแรง

พูดเก่งขึ้น แต่ควบคุมอารมณ์ยังไม่ได้ดี จินตนาการเริ่มเบ่งบาน เล่นบทบาทสมมติมากขึ้น

3–4 ปี : เข้าใจอารมณ์คนอื่น (Empathy เริ่มต้น)

เริ่มรู้จักแบ่งปัน มีเพื่อนสนิท ประโยคยาวขึ้น และเริ่มเจรจาต่อรองได้

 4–6 ปี : สร้างตัวตน & ความภาคภูมิใจ (Self-Esteem)

เข้าใจกฎกติกา ทำงานให้สำเร็จเพื่อ “ภูมิใจในตัวเอง” และเริ่มวางโครงสร้างบุคลิกภาพ

ระยะยาว

ทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory): รากฐานความมั่นคงทางใจของลูก

ทฤษฎีความผูกพันที่พัฒนาโดย John Bowlby คือหัวใจของ จิตวิทยาเด็กปฐมวัย เลยก็ว่าได้ "ความผูกพันที่มั่นคง" (Secure Attachment) เกิดจากการที่พ่อแม่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของลูกได้อย่างรวดเร็ว อ่อนโยน และสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกว่าโลกนี้ปลอดภัย ตัวเขามีคุณค่า และเมื่อมีปัญหาเขาสามารถกลับมาหาที่พึ่งได้ นี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้ลูกสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นได้ในอนาคต

รับมือ "วัยทอง 2 ขวบ" (Terrible Two): เมื่อลูกเริ่มต่อต้านและอาละวาด

ช่วงอายุ 1.5 - 3 ปี ที่เรียกว่า Terrible Two หรือ "วัยทอง 2 ขวบ" เป็นช่วงที่สมองส่วนควบคุมอารมณ์ยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ลูกเริ่มอยากทำอะไรด้วยตัวเอง เมื่อความต้องการกับความสามารถไม่สมดุล หรือถูกขัดใจ ก็จะเกิดการ "อาละวาด" ขึ้นมา วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือ "ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน" และใช้เทคนิค "การสะท้อนอารมณ์" เช่น "แม่รู้ว่าหนูโกรธมากที่ไม่ได้กินไอติม" เพื่อให้ลูกรู้สึกว่ามีคนเข้าใจ แล้วจึงค่อยสอนให้เขาระบายความโกรธอย่างเหมาะสม

"EQ" สำคัญกว่า "IQ"? การสร้างความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัย

ปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับ EQ (Emotional Quotient) หรือ ความฉลาดทางอารมณ์ มากกว่า IQ (Intelligence Quotient) เสียอีก เพราะ EQ คือทักษะสำคัญในการใช้ชีวิต การทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การสร้าง EQ ในเด็กปฐมวัยทำได้โดยการ "สอนลูกให้รู้จักชื่ออารมณ์" (เช่น ดีใจ, โกรธ, เสียใจ, กลัว) และ "เป็นแบบอย่างที่ดี" ในการจัดการอารมณ์ของตัวเอง เมื่อลูกกำลังร้องไห้ ไม่ใช่การห้าม แต่คือโอกาสให้คุณสอนเขาจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้น

early-childhood-psychology

จิตวิทยาการ "เล่น": เพราะการเล่นคืองานของเด็ก

ตามหลัก จิตวิทยาเด็กปฐมวัย การเล่นไม่ใช่แค่กิจกรรมฆ่าเวลา แต่คือ "งาน" (Work) ของเด็ก การเล่นช่วยพัฒนาสมองทุกด้าน ทั้งการคิดแก้ปัญหา ทักษะทางสังคม ภาษา และความเข้าใจในโลก การเล่นที่สำคัญที่สุดคือ "การเล่นอิสระ" (Free Play) และ "การเล่นสมมติ" (Pretend Play) ที่เด็กเป็นคนนำเอง การเล่นกับพ่อแม่ยังเป็นวิธีสร้างความผูกพันและเสริมความมั่นใจได้ดีที่สุดอีกด้วย

เทคนิค "วินัยเชิงบวก": หยุดพฤติกรรมแย่ๆ โดยไม่ต้องใช้ไม้เรียว

วินัยเชิงบวก (Positive Discipline) คือการสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบและเคารพผู้อื่น โดยเน้นที่การ "สอน" แทนการ "ลงโทษ" วิธีการคือ "เน้นที่การกระทำไม่ใช่ตัวเด็ก" เช่น "แม่ไม่ชอบที่หนูปาของ" แทนที่จะพูดว่า "หนูเป็นเด็กไม่ดี" การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน การให้ทางเลือก และการใช้ "Time-In" (เข้าไปอยู่กับลูกอย่างสงบเมื่อเขาอารมณ์ไม่ดี) แทนการ "Time-Out" จะช่วยให้ลูกเรียนรู้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง

การสร้าง Self-Esteem: เลี้ยงลูกอย่างไรให้เห็นคุณค่าในตัวเอง

Self-Esteem หรือ ความนับถือตนเอง คือความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและเป็นที่รัก สิ่งนี้สร้างได้จากการ "ให้กำลังใจในการพยายาม" แทนการชมแค่ผลลัพธ์ เช่น "แม่เห็นว่าลูกตั้งใจต่อเลโก้ชิ้นนี้มากเลย" แทน "ลูกเก่งจัง" การมอบหมายภาระหน้าที่ที่ลูกทำได้ตามวัย และการ "ให้พื้นที่ในการตัดสินใจ" จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถและเป็นส่วนหนึ่งที่มีความหมายในครอบครัว

จิตวิทยากับ "หน้าจอ": ผลกระทบของสื่อต่อพฤติกรรมและอารมณ์เด็ก

สมาคมกุมารแพทย์แนะนำว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรดูหน้าจอเลย ส่วน เด็กปฐมวัยควรจำกัดเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน การดูจอมากเกินไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางภาษา การเข้าสังคม และการควบคุมอารมณ์ของเด็ก พ่อแม่ควรใช้เวลากับลูกอย่างมีคุณภาพ (Quality Time) ให้มากขึ้น และ "ควบคุมเนื้อหา" ที่ลูกดู เพื่อให้สื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือเลี้ยงลูก

เมื่อลูก "ขี้อาย" หรือ "ก้าวร้าว": พฤติกรรมแบบไหนที่เกิดจากพื้นฐานอารมณ์ (Temperament)?

เด็กแต่ละคนมี "พื้นฐานอารมณ์" (Temperament) ที่แตกต่างกันมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่กำหนดว่าลูกจะเป็นเด็กที่ปรับตัวง่าย  , ปรับตัวยาก หรือเป็นเด็กที่ต้องใช้เวลา  การเข้าใจพื้นฐานอารมณ์ของลูกจะช่วยให้พ่อแม่ไม่พยายาม "เปลี่ยน" ลูก แต่เลือกใช้วิธีเลี้ยงดูที่ "เข้ากันได้ดี"  กับพื้นฐานอารมณ์ของลูกแทน เช่น หากลูกขี้อายมาก ก็ให้เขาค่อย ๆ ปรับตัว ไม่จำเป็นต้องผลักดันให้เข้าสังคมทันที

สัญญาณเตือน! พฤติกรรมแบบไหนที่ควรปรึกษา "จิตแพทย์เด็ก"

โดยทั่วไปพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยจะมีความผันผวน แต่หากมีสัญญาณต่อไปนี้ต่อเนื่องยาวนานและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน จิตวิทยาเด็กปฐมวัย หรือ จิตแพทย์เด็ก ทันที

- พัฒนาการล่าช้า อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน เช่น ไม่สบตา, ไม่พูด

- พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง

- อารมณ์แปรปรวน รุนแรงหรือไม่สามารถปลอบได้เกินกว่าที่ควรจะเป็นตามวัย

- มีความวิตกกังวล หรือความกลัวที่ส่งผลต่อการเข้าโรงเรียนหรือกิจกรรมอื่นๆ

สรุป: พ่อแม่คือ "นักจิตวิทยา" ที่ดีที่สุดของลูก

การเรียนรู้ จิตวิทยาเด็กปฐมวัย ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้พ่อแม่กลายเป็นนักจิตวิทยา แต่เพื่อให้พ่อแม่ทุกคนสามารถ "อ่านใจ" ลูกได้อย่างลึกซึ้ง และตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของเขาได้ ช่วงเวลา 0-6 ปี คือโอกาสทองที่คุณจะสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมอบรากฐานทางอารมณ์ที่มั่นคงให้กับลูกน้อย ขอเพียงคุณเปิดใจเรียนรู้ "จิตวิทยาเด็กปฐมวัย" อย่างสม่ำเสมอ คุณคือ "นักจิตวิทยา" ที่ดีที่สุดของลูกอย่างแน่นอน

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x