สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
วัยเด็กเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และมีค่า ที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้ สมองของลูกน้อยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการรับประสบการณ์ใหม่ ๆ จึงเป็นช่วงเวลาทองที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งต่อสิ่งที่ดีให้เขาได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาร่วมกัน การเล่นสนุก หรือการทำกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ไปพร้อมกับความสุข ไม่ว่าจะเป็นการชวนระบายสี ฟังเพลง หรือเล่านิทานก่อนนอน กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็น กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก ทั้งสิ้น และบทความนี้ได้รวบรวมกิจกรรมที่ทั้งสนุกและมีประโยชน์ต่อลูกน้อย มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลองชวนลูกมาใช้เวลาร่วมกัน
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
พัฒนาการสมองเด็กแต่ละช่วงวัยและกิจกรรมที่เหมาะสม
เสริมสมองด้วยการเล่น: เรียนรู้ผ่านความสนุก
ดนตรีช่วยกระตุ้นสมองเด็กได้อย่างไร?
กิจกรรมศิลปะกับการพัฒนาทักษะสมองซีกขวา
นิทานก่อนนอน: กระตุ้นสมองและจินตนาการ
เกมฝึกความจำและสมาธิเพื่อพัฒนาสมองเด็ก
เทคนิคฝึกสมองเด็กสองภาษา: เสริมสร้างการคิดวิเคราะห์
Brain Gym สำหรับเด็ก: กิจกรรมขยับร่างกายกระตุ้นสมอง
สัญญาณที่บอกว่าคุณพ่อคุณแม่ควรเพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมองให้กับลูก
ตรวจสอบบทความโดย: ปรียาภรณ์ อัมหธร
วิทยาศาตรบัณฑิต สาธารณสุขศาสตร์ สาขาโภชนวิทยา
ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จิตวิทยาสาขาจิตวิทยาพัฒนาการ
วัยเด็กเป็นช่วงที่สมองเติบโตเร็วที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่มีความเข้าใจว่าสมองส่วนไหนของลูกกำลังพัฒนา จะช่วยให้เราสามารถเลือกกิจกรรมพัฒนาสมองเด็กที่เหมาะสมกับลูกได้มากขึ้น
- วัยแรกเกิด - 2 ขวบ: สมองส่วนการรับรู้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว กิจกรรมที่แนะนำคือกิจกรรมที่เน้นการสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน และการเคลื่อนไหว เช่น Tummy Time การเล่นโมบายสีสดใส การร้องเพลงกล่อม และการคลาน จะช่วยกระตุ้นการเชื่อมโยงของเซลล์สมอง
- วัย 2 - 6 ขวบ: เป็นช่วงที่สมองส่วนภาษา ตรรกะ และอารมณ์พัฒนา การเล่านิทาน การอ่านหนังสือภาพ การเล่นบทบาทสมมติ และการให้เด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยเสริมทักษะการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์
- วัย 6 ขวบขึ้นไป: สมองส่วนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการควบคุมตนเองพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควรเน้นกิจกรรมที่ท้าทายความคิด เช่น เกมกระดาน ปริศนาวิทยาศาสตร์ หรือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้กลยุทธ์
สำหรับเด็กแล้ว การเล่นไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่คือกระบวนการเรียนรู้ในแบบที่เป็นธรรมชาติ ให้ลูกได้มีโอกาสสำรวจ ทดลอง คิด สื่อสาร และใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาสมอง การได้เล่นในรูปแบบที่มีบทบาทแตกต่างกัน จะสามารถส่งเสริมพัฒนาการในหลายๆด้านไปพร้อมๆกัน
- เล่นสร้างสรรค์ (Creative Play)
เช่น การต่อบล็อก เลโก้ ปั้นดินน้ำมัน เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดแก้ปัญหา วางแผน การคิดเชิงมิติสัมพันธ์ ระหว่างสมอง และกล้ามเนื้อมัดเล็ก และความคิดสร้างสรรค์
- เล่นบทบาทสมมติ (Role Play)
เช่น การเล่นเป็นคุณหมอ คนขายของ หรือฮีโร่ในจินตนาการ ไม่เพียงแต่ช่วยฝึกภาษาและการสื่อสาร พัฒนาอารมณ์ แต่ยังช่วยให้เด็กเรียนรู้ และเข้าใจกติกาของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
- เล่นกลางแจ้ง (Outdoor Play)
การวิ่ง ปีนป่าย ขี่จักรยาน หรือแม้แต่การเล่นทราย ล้วนช่วยให้เด็กได้ออกแรง ฝึกการทรงตัว ประสานงานระหว่างสายตาและมือ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของสมอง
เสียงเพลงนอกจากจะช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กแล้ว ยังช่วยกระตุ้นสมองหลายส่วนให้ทำงานประสานกัน ทั้งด้านความคิดความจำ ภาษา และการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ ทำให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาทำงานร่วมกันอย่างสมดุล
เด็กที่ได้ฟังดนตรีตั้งแต่อายุน้อย ไม่ว่าจะเป็นการฟัง ร้อง หรือเล่นเครื่องดนตรี มีแนวโน้มที่จะพัฒนาทักษะด้านภาษา การอ่าน และการสื่อสารได้ดีกว่าเด็กในกลุ่มที่ไม่ได้รับการส่งเสริมในด้านนี้ เพียงแค่เปิดเพลงจังหวะสบาย ๆ หรือชวนกันร้องเพลงง่าย ๆ ตอนอาบน้ำ ตอนขับรถ หรือก่อนนอน สมองของลูกก็กำลังได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นธรรมชาติ
งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า เด็กที่พูดได้สองภาษาจะมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความยืดหยุ่นทางความคิดที่ดีกว่า เนื่องจากสมองมีการสลับใช้ภาษา การพาไปห้องสมุดที่มีหนังสือนิทานสองภาษา หรือการเปิดการ์ตูนสองภาษาให้ลูกดู สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
Brain Gym คือชุดของการเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวาเข้าด้วยกัน การเคลื่อนไหวอย่างง่าย ๆ เช่น การไขว้แขนไขว้ขา การแตะสลับข้าง หรือการวาดวงกลมด้วยมือสองข้างพร้อมกัน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง เพิ่มสมาธิ ความจำ และทักษะการเรียนรู้ กิจกรรมเหล่านี้สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน และใช้เวลาไม่นาน
พัฒนาการของเด็กแต่ละคนต่างกันไป หากสังเกตว่าลูกมีแนวโน้มบางอย่าง เช่น เบื่อง่าย ขาดสมาธิ หรือพัฒนาการบางอย่างดูช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าสมองของเขาต้องการการกระตุ้นเพิ่มเติม
การเสริมด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมไม่ได้แปลว่าลูกมีปัญหา แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เขาเติบโตในแบบของตัวเอง หากคุณพ่อคุณแม่กังวลอาจลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับลูกที่สุด เพราะการใส่ใจกิจกรรมพัฒนาสมองเด็กตั้งแต่ยังเล็ก ทั้งเรียนรู้จากการเล่น การฟัง และการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ จะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจและมีความสุข
อ้างอิงจาก
https://www.cincinnatichildrens.org/health/s/6-12-years
https://www.unicef.org/parenting/child-care/science-of-play
https://www.youngciety.com/article/journal/learning-through-play-for-kids.html
https://time.com/3634995/study-kids-engaged-music-class-for-benefits-northwestern
https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/heath_me_37_child_9/
https://www.childcrisisaz.org/post/5-incredible-benefits-of-art-for-kids
https://www.mywellnesshub.in/blog/right-brain-exercises-for-children-boost-creativity/
https://pt.mahidol.ac.th/ptcenter/knowledge-article/brain_miracle_03/
https://childmind.org/article/can-brain-training-really-kids/
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.