สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
หนึ่งในคำถามยอดฮิตของว่าที่คุณแม่คือท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง? เพราะหลายบ้านมีความเชื่อว่าไม่ควรซื้อของก่อนคลอด จะเป็นลางไม่ดี แต่ในมุมของการเตรียมพร้อม กลับตรงกันข้าม เดือนที่ 7 ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มเตรียมของเกือบทุกอย่าง ทั้งของใช้ลูกแรกเกิด เตียง คาร์ซีท รถเข็น ไปจนถึงกระเป๋าเตรียมคลอด เริ่มการวางแผนการเงิน ความเชื่อส่วนตัวที่ยังพบได้ในหลายครอบครัว บทความนี้จะช่วยเช็กลิสต์พร้อมคำแนะนำการซื้อของอย่างคุ้มค่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความพร้อมก่อนวันคลอดจริง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ฟันธงชัดๆ! "ท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง" ผิดกับความเชื่อส่วนบุคคลไหม?
ทำไม "ท้อง 7 เดือน" ถึงเป็นช่วงเวลาทองของการเตรียมของใช้?
เผื่อฉุกเฉิน! "คลอดก่อนกำหนด" เกิดขึ้นได้ การเตรียมพร้อมช่วยลดความตื่นตระหนก
วางแผนการเงิน: "ทยอยซื้อ" ตอน 7 เดือน ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อย่างไร?
เช็กลิสต์ "ของใช้เด็กแรกเกิด" หมวดไหนที่ควรซื้อเตรียมไว้ก่อนเลย?
"ซักผ้าลูก" ตอนท้อง 7 เดือน เร็วไปไหม? หรือกำลังพอดี?
ของชิ้นใหญ่ (เตียง, คาร์ซีท, รถเข็น) ควรซื้อติดตั้งเลย หรือรอก่อน?
จัด "กระเป๋าเตรียมคลอด" (Hospital Bag): สิ่งที่ต้องมีในวินาทีฉุกเฉิน
ของที่ "อย่าเพิ่งรีบซื้อ" หรือซื้อตุนเยอะเกินไป มีอะไรบ้าง?
การจัดห้องนอนและมุมให้นม: เตรียมพื้นที่รอรับลูกน้อย
วิธีแก้เคล็ด (สำหรับบ้านที่ถือความเชื่อ): ซื้อแล้วฝากไว้ หรือแก้เคล็ดอย่างไร?
สรุป: เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ลดความเครียดและภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้
ความเชื่อของผู้ใหญ่หลายบ้านจะบอกว่าอย่าซื้อของก่อนลูกเกิด แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ยืนยันว่า ท้อง 7 เดือนเตรียมของได้ 100% และเป็นช่วงที่ดีที่สุดด้วย เพราะแม่ยังเดินทางสะดวก ไม่อึดอัดมาก มีแรงในการเลือกซื้อของ ที่ถูกใจ รวมถึงการจัดบ้านเพื่อรอรับลูกน้อย
ดังนั้นถ้าถามตรง ๆ ว่าท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง คำตอบคือได้แน่นอน ไม่ผิดอะไร และไม่เป็นลางใด ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อม ความสบายใจ ของแต่ละบ้านมากกว่า
การตั้งครรภ์เมื่อท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มเตรียมของใช้เด็กแรกเกิด โดยช่วงเดือนนี้เป็นต้นไตรมาสที่ 3 ซึ่งคุณแม่ยังรู้สึกคล่องตัว เดินหยิบจับของหรือสะพายของได้ค่อนข้างสะดวกกว่าในช่วงใกล้คลอด ทำให้มีพลังและความพร้อมในการเลือกซื้อของใช้ที่ถูกใจ รวมถึงการจัดห้อง เตียง และพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรอต้อนรับลูกน้อย
การทยอยซื้อของในช่วงนี้ยังช่วยลดความกดดันด้านงบประมาณ และเปิดโอกาสให้คุณแม่มีเวลาคัดเลือกสิ่งของที่เหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ การเตรียมตัวล่วงหน้าในช่วง 7 เดือนยังเอื้อต่อการซักผ้าเด็ก จัดระเบียบของใช้ ดูแลสุขภาพ และวางแผนการเงินไปพร้อมกัน ส่งผลให้ทั้งร่างกายและจิตใจของคุณแม่พร้อมมากขึ้นในช่วงใกล้คลอด
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ท้อง 7 เดือนจึงเปรียบเสมือน “ช่วงเวลาทอง” สำหรับการเริ่มต้นเตรียมของใช้ให้ลูกน้อย
อุบัติเหตุหรือภาวะฉุกเฉินอย่างคลอดก่อนกำหนดเป็นเหตุผลสำคัญที่สนับสนุนให้เริ่มเตรียมของตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ 7 เดือน ไม่ควรรอจนถึงวันครบคลอด ควรมีของจำเป็นพร้อมเสมอ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากเกิดการคลอดก่อนกำหนดแล้วแต่ไม่มีของที่พร้อมใช้ เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้าเด็ก เบาะนอน หรือขวดนม ก็อาจสร้างความลำบากให้คุณแม่และครอบครัวเป็นอย่างมาก
ดังนั้นการเตรียมของล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยังคือการวางแผนเผื่อความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้คุณมั่นใจ พร้อมรับมือได้ทุกสถานการณ์
การทยอยซื้อของใช้เด็กเมื่อท้อง 7 เดือน มีข้อดีด้านการเงินที่ชัดเจน เนื่องจากมีเวลาหลายสัปดาห์ กว่าจะถึงวันคลอด คุณสามารถกระจายงบประมาณไปทีละส่วน แทนที่จะซื้อทีเดียวหมดตอนใกล้คลอด ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินจำนวนมากได้ หรือถ้าซื้อช้าอาจเจอปัญหาสินค้าขาด สินค้าหมด หรือราคาขยับ การทยอยซื้อของใช้ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณเลือกของได้ดี มีโอกาสเปรียบเทียบคุณภาพและราคาที่หลากหลายกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากมีผู้สนับสนุน บางอย่างอาจได้รับเป็นของขวัญ หรือช่วยออกเงิน จะช่วยลดภาระให้ครอบครัวได้ ถ้าเริ่มท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง คือเตรียมของให้ลูกได้แล้ว ถ้ามองในมุมการบริหารเงินแล้ว การเริ่มเตรียมตอนนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสม
การเตรียมของก่อนจะคลอดและของใช้เด็กแรกเกิด ในหมวดของใช้ที่ควรเตรียมตั้งแต่ก่อนคลอด ได้แก่
-เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด เป็นสิ่งที่จำเป็นตั้งแต่วันแรกที่คลอด
-ผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิด ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบผ้า
-ผ้าห่อตัว / ผ้าห่ม / ผ้าขนหนู / ผ้าสำหรับเช็ดตัวลูก เพราะลูกแรกเกิดต้องใช้แน่นอน และควรมีหลายชิ้นเผื่อเปลี่ยน / ทำความสะอาดบ่อย ๆ
-อุปกรณ์อาบน้ำเด็ก อาทิเช่น ผ้าเช็ดตัว, ผ้าขนหนู, ฟองน้ำอาบน้ำเด็ก, สบู่/แชมพูเด็ก
-ผ้าเช็ดก้น / ทิชชู่เปียก / ของใช้ทำความสะอาดเบื้องต้น เพราะหลังคลอดจะใช้บ่อยมาก
-รถเข็นเด็ก คาร์ซีท แนะนำให้เตรียมไว้ตั้งแต่แรกหากมีรถยนต์ เพื่อให้พร้อมพาลูกกลับบ้านหลังคลอด
จึงสรุปได้ว่าถ้าซื้อของหมวดนี้ไว้ตอนท้อง 7 เดือน นับได้ว่าครอบคลุมของจำเป็นเบื้องต้น และช่วยให้คุณแม่มีเวลาจัดเตรียมก่อนคลอดอย่างรอบคอบ
เมื่อเริ่มเตรียมของใช้สำหรับลูกตอนท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พอดีมากสำหรับการซักและเตรียมผ้า ข้อดีของการซักผ้าล่วงหน้า
-ทำให้ผ้าเด็กแห้ง สนิท และพร้อมใช้งานตั้งแต่แรกเกิด
-ถ้าใช้ผ้าอ้อมผ้า/ผ้าห่อตัว จะมีเวลาเพียงพอสำหรับซักหลายรอบ เผื่อผ้าไม่สะอาดหรือต้องซักซ้ำ
-ลดภาระในช่วงหลังคลอด สภาพร่างกายคุณแม่อาจอ่อนเพลีย ไม่สะดวกซักผ้า
สำหรับของชิ้นใหญ่ เช่น เตียงเด็ก, คาร์ซีท, รถเข็นเด็ก แนะนำให้เริ่มเตรียมตั้งแต่ช่วงท้อง 7–8 เดือน ดังนี้
-เตียงเด็ก: การตั้งเตียงและจัดห้องให้พร้อมล่วงหน้า จะช่วยให้มีเวลาจัดพื้นที่ เตรียมที่นอนเด็ก และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
-คาร์ซีท: ถ้ามีรถยนต์ต้องใช้พาลูกลับบ้านหลังคลอด ควรติดตั้งและทดสอบไว้ก่อนล่วงหน้า เผื่อมีปัญหาเรื่องการติดตั้งหรือความไม่พอดี
-รถเข็นเด็ก: ควรเลือกซื้อไว้ล่วงหน้า จะได้ลองใช้งาน ทดสอบความสะดวก และเปรียบเทียบหลายรุ่น ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อในช่วงใกล้คลอด
โดยรวมหากพื้นที่และงบพอสำหรับของชิ้นใหญ่ควรซื้อเตรียมไว้ตอนท้อง 7–8 เดือนจะช่วยให้คุณและครอบครัวสะดวกเมื่อถึงเวลานำมาใช้งานจริง
การจัดกระเป๋าเตรียมคลอดแนะนำว่าให้เตรียมไว้ก่อนกำหนดคลอดอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าหากเริ่มได้ตั้งแต่ช่วงท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง ก็ไม่ถือว่าเร็วเกินไป และเป็นการวางแผนที่ดี ของที่ควรใส่ในกระเป๋าเตรียมคลอด แบ่งเป็น 2 ฝั่ง:
ของแม่: เสื้อผ้าสะดวก ใส่สบาย เช่น ชุดคลุมท้องแบบให้นมบุตร, ชุดนอน / ผ้าอนามัย / ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่, แปรงสีฟัน, ผ้าขนหนู / รองเท้าแตะ / เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, ใบฝากครรภ์,บัตรนัด, เอกสารประกันชีวิต (ถ้ามี) อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์
ของลูก: เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด (1–2 ชุด) / ผ้าอ้อม / ผ้าห่อตัว / ถุงมือ–ถุงเท้า–หมวก (ถ้ามี) / ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าขนหนู / ถุงสำหรับใส่ของกลับบ้าน / เบาะนั่งรถ
การแพ็กกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ท้อง 7 เดือน จะช่วยให้คุณแม่และครอบครัวพร้อมทันทีเมื่อมีสัญญาณใกล้คลอด หรือมีเหตุฉุกเฉิน ช่วยลดความวุ่นวาย และลดความเครียด ความกังวลในช่วงนั้นได้มาก
ของบางประเภทควรพิจารณาให้รอบคอบ และอาจรอจนทราบเพศลูก เห็นแนวโน้มการใช้งานจริง หรือตัดสินใจหลังคลอดก่อนจะซื้อหรือสต็อกจำนวนมาก อาทิ:
-ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไซซ์ Newborn
ไม่ควรซื้อตุนไว้มากนัก เพราะทารกบางคนเติบโตเร็ว ใช้ไซซ์ NB ได้เพียง 1–2 เดือนเท่านั้น การเริ่มจากแพ็กเล็ก ๆ จะช่วยให้คุณประเมินการใช้งานจริงได้ดียิ่งขึ้น แล้วค่อยหาซื้อเพิ่มเติมภายหลังได้
-เสื้อผ้าเด็กหลายไซซ์หรือหลากหลายแบบเกินจำเป็น
เด็กแรกเกิดโตไวมาก และคุณอาจยังไม่รู้แน่ชัดว่าไซซ์ใดหรือแบบไหนจะเหมาะกับลูก การซื้อจำนวนพอเหมาะไว้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อทราบขนาดจริง จะช่วยประหยัดและลดการเก็บของที่ไม่ได้ใช้
-ของเล่นเด็กจำนวนมาก
ในช่วงแรกเกิด เด็กยังไม่สามารถเล่นของเล่นได้ ของเล่นหลายชิ้นอาจยังไม่จำเป็น ควรรอให้ลูกถึงวัยที่เริ่มสนใจและมีพัฒนาการเหมาะสม แล้วค่อยเลือกซื้อของเล่นที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับช่วงวัย
-อุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะช่วงวัยหลังโต
ของใช้ที่จำเป็นสำหรับวัย 6–12 เดือน หรือของใช้ที่ลูกต้องใช้หลังหลายเดือน ควรรอซื้อภายหลังจะคุ้มค่ากว่า และยังช่วยลดพื้นที่จัดเก็บภายในบ้านอีกด้วย
การเตรียมห้องหรือมุมสำหรับลูกน้อยไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด เป็นอีกขั้นตอนที่ควรเริ่มเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน เพราะคุณแม่ยังเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างสะดวก และมีเวลาจัดเตรียมอย่างรอบคอบ
สิ่งที่ควรพิจารณา
-เตรียมมุมที่นอนเด็ก ถ้าใช้เตียงเด็กให้ติดตั้ง ตกแต่ง และตรวจความปลอดภัยล่วงหน้า
-มุมเปลี่ยนผ้าอ้อม ซักล้างเด็ก อาจเป็นโต๊ะหรือพื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือมุมอาบน้ำเด็ก (ถ้ามี)
-มุมให้นม ดูแลลูก ถ้ามีต้องเตรียมนมแม่ ขวดนม หมอนรองให้นม ผ้าเช็ดนม หรืออุปกรณ์ปั๊มนม
-เตรียมพื้นที่ปลอดภัยรอบเตียง พื้นไม่ลื่น มีที่กั้น หากมีสัตว์เลี้ยงหรือฝุ่น ควรจัดการพื้นที่ให้สะอาด แยกเป็นสัดส่วนให้ปลอดภัยก่อน
การวางแผนจัดห้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้คุณแม่และครอบครัวมีเวลาคิดเรื่องมุม ความปลอดภัย และความสะดวก ไม่ต้องเร่งรีบช่วงที่ใกล้คลอด
สำหรับครอบครัวที่ยังมีความเชื่อว่าไม่ควรซื้อของก่อนลูกเกิด ยังสามารถประนีประนอมและแก้เคล็ดได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
หากต้องการซื้อของไว้ก่อน อาจยังไม่ต้องนำเข้าบ้านทันที ให้ญาติหรือเพื่อนช่วยรับฝากไว้ก่อน แล้วค่อยนำเข้าบ้านเมื่อใกล้คลอด จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น
หากต้องการความเป็นสิริมงคล อาจเลือกวันที่ครอบครัวเชื่อว่าเหมาะสมในการนำของเข้าบ้าน เพื่อความอุ่นใจสามารถแยกเก็บของที่ซื้อแล้วไว้ในกล่องหรือมุมที่ไม่เปิดใช้งาน แทนการตั้งโชว์ เพื่อให้กลมกลืนกับความเชื่อของครอบครัวมากขึ้น
วิธีเหล่านี้ช่วยรักษาความรู้สึกทางความเชื่อไปพร้อมกับการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทำให้ประเด็น “ท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง” อยู่ในกรอบที่ยืดหยุ่น เคารพทั้งมุมความเชื่อและหลักการเตรียมตัวที่ปลอดภัยค่ะ
การเตรียมของตั้งแต่ท้อง 7 เดือน เตรียมของให้ลูกได้ หรือ ยัง ถือเป็นเวลาที่ลงตัวที่สุดทั้งด้านร่างกาย แรงกาย การเงิน และการจัดบ้าน เพราะคุณแม่ยังเคลื่อนไหวได้สะดวกและมีพลังในการเตรียมสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้คุณแม่รู้สึกมั่นใจ สบายใจ ลดความกังวล และลดความตื่นตระหนกเมื่อถึงเวลาคลอดจริง
นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ ช่วยลดความเครียด ความเสี่ยงจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้อีกด้วย
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.