สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

นม UHT คืออะไร ดีอย่างไร และควรเลือกนมแบบไหนให้เหมาะกับช่วงวัย

ในยุคที่ความสะดวกสบายเป็นสิ่งสำคัญ นม UHT กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในครัวเรือนไทย ด้วยความสะดวกสบาย และการเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น ทำให้เป็นเครื่องดื่มที่สะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว แต่หลายคนยังสงสัยว่านม UHT มีประโยชน์เหมือนนมสดหรือไม่ เด็กเล็กดื่มได้หรือเปล่า และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย วันนี้เรามาไขข้อสงสัยเหล่านี้กันค่ะ

uht-milk

นม UHT คืออะไร?

นม UHT (Ultra High Temperature) คือ นมที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงประมาณ 135-150°C ในเวลาสั้น ๆ เพียง 2-5 วินาที แล้วบรรจุในภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อ วิธีนี้ทำให้สามารถคงสีและรสชาติของนมยูเอชทีไว้ได้โดยไม่สูญเสียสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจำนวนมาก และสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานถึง 6-8 เดือน

ความแตกต่างระหว่างนม UHT, พาสเจอร์ไรซ์ และนมสด

นม UHT (Ultra High Temperature) : เป็นนมที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 135-150°C เป็นเวลา 2-5 วินาที แล้วบรรจุในภาชนะปลอดเชื้อทันที ทำให้นม UHT สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6-8 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น (ก่อนเปิดกล่อง) เหมาะกับการพกพาและใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องการความสะดวก โดยไม่สูญเสียสารอาหารสำคัญมากนัก

นมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurized Milk) : เป็นนมที่ผ่านความร้อนในระดับกลางประมาณ 63-72°C นานประมาณ 15-30 วินาที ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตรายโดยยังคงรสชาติและสารอาหารไว้ได้มากกว่านม UHT แต่ต้องเก็บในตู้เย็นตลอดเวลา และมีอายุการเก็บที่สั้นกว่าประมาณ 7-10 วันหลังผลิต เหมาะกับผู้ที่สามารถบริโภคนมได้ภายในระยะเวลาสั้นและมีที่เก็บในความเย็นอย่างเหมาะสม

นมสด (Raw Milk) : เป็นน้ำนมที่ยังไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อหรือการแปรรูปใด ๆ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด แต่ก็เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคมากเช่นกัน บางพื้นที่ยังใช้นมสดในการทำอาหารหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ เช่น ชีสหรือโยเกิร์ต โดยต้องดูแลความสะอาดอย่างเข้มงวด

ประโยชน์ของนม UHT สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

นม UHT อัดแน่นไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ดังนี้ 

- แหล่งแคลเซียมชั้นดี: แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างและบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในอนาคต

- โปรตีนสูง: โปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

- วิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ: นอกจากแคลเซียมและโปรตีนแล้ว นม UHT ยังมีวิตามินบี 2, วิตามินบี 12, ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของร่างกาย

- สะดวกและพกพาง่าย: ด้วยคุณสมบัติที่เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น ทำให้ นม UHT เป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายสำหรับการเดินทาง พกพาไปโรงเรียน หรือที่ทำงาน

uht-milk

นม UHT เก็บได้นานแค่ไหนโดยไม่แช่เย็น

โดยทั่วไปนม UHT เก็บได้ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสูตร หากยังไม่เปิดกล่อง สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ ไม่ต้องแช่เย็น แต่เมื่อเปิดแล้ว ควรแช่เย็นและดื่มให้หมดภายใน 1-2 วัน

ทั้งนี้ มีข้อแนะนำในการเก็บรักษานม UHT ได้แก่ การเก็บในที่แห้ง เย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ตรวจสอบวันหมดอายุก่อนดื่มเสมอ และไม่ควรเก็บไว้นานเกินไปแม้จะยังไม่หมดอายุ

นม UHT สำหรับเด็กอายุเท่าไหร่จึงเริ่มดื่มได้

เด็กสามารถเริ่มดื่มนม UHT ได้ตั้งแต่ อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยเลือกสูตรเสริมสารอาหารที่เหมาะกับเด็กวัยนั้น และหากลูกมีประวัติแพ้นมวัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มดื่ม อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กทารกก่อน 1 ขวบ ควรได้รับนมแม่เป็นอาหารหลัก เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกนมผงดัดแปลงสำหรับทารกที่เหมาะสม

นม UHT กับการเสริมแคลเซียมและโปรตีน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นม UHT เป็นหนึ่งในแหล่งอาหารที่ดีเยี่ยมสำหรับการเสริมแคลเซียมและโปรตีนให้กับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่กำลังเติบโตต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกให้แข็งแรง หรือผู้ใหญ่ที่ต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและรักษามวลกล้ามเนื้อ

โดยทั่วไป นม UHT 1 กล่อง (ประมาณ 200-250 มิลลิลิตร) จะมีแคลเซียมประมาณ 200-300 มิลลิกรัม ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงและช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน (ขึ้นอยู่กับปริมาณที่แนะนำสำหรับแต่ละช่วงวัย) และยังมีโปรตีนประมาณ 6-8 กรัม ซึ่งเพียงพอต่อการเสริมสร้างร่างกายค่ะ

uht-milk

นม UHT รสหวาน vs นม UHT รสจืด เลือกอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ประเด็นนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยค่ะว่าควรเลือกดื่มนม UHT แบบไหนดี? คำตอบง่าย ๆ คือ นม UHT รสจืด ดีที่สุดต่อสุขภาพ เพราะ

- นม UHT รสจืด: ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเพิ่ม หรือมีในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากนมเต็ม ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณน้ำตาลส่วนเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ฟันผุ และความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่าง ๆ

- นม UHT รสหวาน (หรือรสอื่น ๆ ที่มีน้ำตาล): มักมีการเติมน้ำตาลและสารปรุงแต่งรสชาติเพิ่มเติม เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เด็กติดรสชาติ และเสี่ยงต่อการได้รับปริมาณน้ำตาลที่สูง ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็ก

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว ควรเลือก นม UHT รสจืด เป็นอันดับแรกค่ะ ถ้าดื่มรสจืดไม่ได้จริง ๆ อาจลองผสมกับผลไม้ หรือนำนมไปประกอบอาหารอื่น ๆ แทน

ข้อควรระวังสำหรับเด็กแพ้นมวัว

สำหรับเด็กที่มีอาการแพ้นมวัว ไม่ว่าจะแสดงอาการทางผิวหนัง (ผื่น), ระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้อง), หรือระบบทางเดินหายใจ (หายใจลำบาก) การดื่ม นม UHT ที่ทำจากนมวัวนั้น ไม่เหมาะสม อย่างยิ่งค่ะ

ในกรณีนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อหานมทางเลือกอื่นที่เหมาะสม เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต หรือนมสูตรพิเศษสำหรับเด็กแพ้นมวัวโดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากสารอาหารที่ได้รับว่าเพียงพอต่อความต้องการของลูกหรือไม่

วิธีเลือกนม UHT ให้เหมาะกับแต่ละวัย

การเลือก นม UHT ให้เหมาะกับช่วงวัย จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เหมาะสมที่สุด:

- เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป: เริ่มดื่ม นม UHT รสจืดได้ เพราะเด็กวัยนี้ยังต้องการไขมันเพื่อการเจริญเติบโตของสมองและร่างกาย

- เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น: ยังคงแนะนำ นม UHT รสจืด อาจเลือกแบบไขมันต่ำ (Low Fat) หรือพร่องมันเนย (Skim Milk) ได้หากไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และต้องการควบคุมไขมัน

- ผู้ใหญ่: แนะนำ นม UHT รสจืด เน้นแบบไขมันต่ำ หรือพร่องมันเนย เพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว และยังคงได้รับแคลเซียมและโปรตีนครบถ้วน

- ผู้สูงอายุ: ควรเลือก นม UHT รสจืด สูตรแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ ไม่มีน้ำตาล และอาจมีวิตามินดีเสริม หรือนมที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและรักษามวลกล้ามเนื้อ

uht-milk

คำแนะนำจากนักโภชนาการในการดื่มนม UHT อย่างเหมาะสม

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเรื่องปริมาณการดื่มนม UHT ที่เหมาะสมว่า เด็กควรดื่ม 2-3 กล่องต่อวัน ผู้ใหญ่ควรดื่ม 1-2 กล่องต่อวัน และผู้สูงอายุควรดื่ม 2-3 กล่องต่อวัน เพื่อให้ได้รับแคลเซียมและโปรตีนที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สำหรับเวลาที่เหมาะสมในการดื่มนม UHT ควรดื่มตอนเช้าเพื่อให้พลังงานเริ่มต้นวัน หลังออกกำลังกายเพื่อช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ หรือก่อนนอนเพื่อช่วยให้นอนหลับดีขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่แคลเซียม และทริปโตเฟนในนม จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบาย

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังบางประการที่ต้องคำนึงถึง คือไม่ควรดื่มนมแทนน้ำเปล่า เพราะร่างกายยังต้องการน้ำสำหรับการทำงานของระบบต่างๆ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการดื่มนมพร้อมกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดงหรือผักใบเขียวเข้ม เพราะแคลเซียมอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก สำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง  อาจต้องเลือกนมที่ย่อยแลคโตสแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องเสียหรือท้องอืด

การดื่มนม UHT อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้เหมาะกับวัยและความต้องการของแต่ละคน พร้อมทั้งสังเกตอาการของร่างกายหลังดื่มเพื่อปรับปริมาณให้เหมาะสม

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x