สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
หลาย ๆ ครอบครัวเมื่อเจอปัญหาลูกกินยาก ไม่ค่อยอยากอาหาร มักมองหาทางช่วยด้วยวิตามินเสริม แต่คำถามคือ มีวิตามินไหนที่เป็นวิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก ที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ หรือเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ วันนี้เราจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจว่า วิตามินใดมีงานวิจัยรองรับ, สาเหตุที่ลูกไม่อยากกินอาหารมาจากอะไร, และเมื่อไหร่ที่ควรระวังการให้วิตามินเสริมหรือจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์
ตรวจสอบบทความโดย: นภาวัล มณีกุล
คหกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาโภชนาการชุมชน
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ไขข้อข้องใจ: "วิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก" มีจริงหรือ?
เช็ก 5 สาเหตุหลักที่ "ลูกไม่เจริญอาหาร" (ที่อาจไม่เกี่ยวกับวิตามิน)
“ไลซีน” (Lysine): วิตามินยอดฮิตที่พ่อแม่ตามหา ช่วยให้ลูกเจริญอาหารได้จริงหรือ?
“วิตามินบีรวม” (Vitamin B-Complex): เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญและความอยากอาหารอย่างไร?
“สังกะสี” (Zinc) และ “ธาตุเหล็ก” (Iron): 2 แร่ธาตุสำคัญที่ “ขาด” แล้วทำให้ลูกเบื่ออาหาร
“วิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก ยี่ห้อไหนดี” พ่อแม่ควรดูอะไรบนฉลาก?
เปรียบเทียบชัด ๆ: วิตามินรูปแบบ “เยลลี่” “น้ำ” หรือ “เม็ด” แบบไหนดีที่สุดสำหรับเด็ก?
9 เทคนิค “ปรับพฤติกรรมการกิน” (ฉบับไม่ต้องพึ่งวิตามิน)
10 “อาหารจากธรรมชาติ” ที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้ลูกน้อย
อันตราย! ข้อควรระวังของการให้ “วิตามิน” ลูกพร่ำเพรื่อ (เมื่อลูกไม่ได้ขาด)
ลูกเรา “กินยากตามวัย” หรือ “ขาดวิตามิน” จริง ๆ? (เช็กลิสต์แยกอาการ)
สัญญาณ “ธงแดง” (Red Flags): เมื่อไหร่ที่ “ลูกไม่กิน” ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และต้องพบแพทย์
การให้วิตามินช่วยเจริญอาหารเด็กนั้น มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในบางประเภท โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่ส่งผลต่อความอยากอาหารและการเจริญเติบโตของเด็ก ตัวอย่างที่มีงานวิจัยยืนยัน ได้แก่ สังกะสี (zinc) ซึ่งหากเด็กขาดอาจส่งผลให้เบื่ออาหาร นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่อาจช่วยในบางกรณี แต่ไม่ใช่ ยาวิเศษทุกกรณี เพราะสาเหตุของเด็กไม่เจริญอาหารอาจมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม, สรีรวิทยา, สิ่งแวดล้อม ดังนั้นการให้วิตามินเสริมควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง
1.พฤติกรรมการกิน เด็กสามารถเลือกกิน , ห่วงเล่น และไม่สนใจอาหาร
2.ปัญหาทางอารมณ์ /จิตใจ เช่น ความเครียด, รู้สึกเบื่อ, ถูกบังคับให้กิน อาจลดความอยากอาหาร
3.สรีรวิทยา เช่น ปวดท้อง, ปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อย, การดูดซึม
4.โภชนาการไม่เหมาะสมจากอาหารหลัก เช่น อาหารไม่หลากหลาย พลังงานไม่เพียงพอ
5.ภาวะเจริญเติบโตช้า ถ้าเด็กโตช้า อาจส่งผลต่อระบบหิว- อิ่ม-และพฤติกรรมการกิน
ไลซีน (L‑Lysine) เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายของเด็กไม่สามารถสร้างเองได้จำเป็นต้องได้รับจากอาหารหรือการเสริมจากภายนอกโดยเฉพาะในเด็กที่อาจได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ เช่น รับประทานเนื้อหรือนมน้อยซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการขาดไลซีนได้มากกว่าในเด็กที่มีภาวะขาดโปรตีนหรือไลซีน การเสริมไลซีนอาจมีส่วนช่วยให้การกินอาหารดีขึ้นในบางรายเนื่องจากช่วยให้ร่างกายนำพลังงานและโปรตีนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ ไลซีนยังมีบทบาทในการเจริญเติบโตช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในเด็กอย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรเน้นให้เด็กได้รับ อาหารครบ 5 หมู่ตามวัย ควบคู่กันไปเพื่อให้ได้รับสารอาหารอื่นอย่างเพียงพอ และปลอดภัยในระยะยาว
"วิตามินบีรวม ซึ่งประกอบด้วยวิตามินบีหลายชนิด เช่น B1, B2, B6 และ B12 มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเผาผลาญพลังงานช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อการเผาผลาญพลังงานดีขึ้น อาจส่งผลให้ร่างกายมีพลังงานรวมเพิ่มขึ้นเด็กจึงอาจรู้สึกกระฉับกระเฉง และมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ในทางอ้อมอย่างไรก็ตาม การให้วิตามินบีรวมในเด็กที่ไม่ได้มีภาวะขาดวิตามินยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้มากน้อยเพียงใดดังนั้น ควรระมัดระวังการเสริม และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ"
สังกะสี (Zinc) Zinc มีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทช่วยควบคุมการทำงานของสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับ ความหิว กลิ่น และรสเด็กที่ขาดสังกะสีอาจมีอาการเบื่ออาหารและกินได้น้อยธาตุเหล็ก (Iron)เหล็กจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินรวมถึงการลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆหากขาดเหล็ก เด็กอาจมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดใสและอาจเกิดภาวะเบื่ออาหารได้มีรายงานว่าในเด็กบางกลุ่ม ที่ผู้ปกครองระบุว่าเบื่ออาหารเมื่อตรวจเลือดพบว่า ระดับธาตุเหล็กและสังกะสีมีแนวโน้มต่ำกว่ากลุ่มปกติ ดังนั้น การประเมินโดยแพทย์จึงมีความสำคัญก่อนการเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุ
เมื่อพิจารณาเลือก วิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก พ่อแม่ควรใส่ใจประเด็นสำคัญเหล่านี้ อย่างรอบคอบ
1.สารประกอบ (Ingredients) มองหาสารอาหารที่มีงานวิจัยสนับสนุน เช่น ไลซีน สังกะสี (Zinc) วิตามินบีรวม และธาตุเหล็ก
2.ปริมาณต่อหน่วย ตรวจสอบว่าปริมาณในแต่ละเม็ดหรือซีรัป เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็ก ไม่มากเกินไปจนเสี่ยงต่อผลข้างเคียง
3.รูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น ชนิดน้ำ เม็ด หรือเยลลี่ ควรเลือกรูปแบบที่เด็กยอมรับได้และปลอดภัย
4.มาตรฐานความปลอดภัย เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย.หรือผ่านมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือ
5.คำแนะนำแพทย์ / เภสัชกร ก่อนเริ่มให้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะหากใช้ต่อเนื่อง หรือเด็กมีโรคประจำตัว
เยลลี่: เหมาะกับเด็กที่กลืนเม็ดยากและชอบรสหวาน แต่ควรระวังน้ำตาล และควรเลือกสูตรที่ปลอดภัย
น้ำ (liquid): เหมาะกับเด็กเล็กหรือวัยเตาะแตะ ปรับปริมาณได้ง่าย แต่ควรเก็บรักษาให้ถูกวิธี
เม็ด / เคี้ยว: มีความเข้มข้นสูงกว่า อาจให้สารอาหารในปริมาณมากได้ แต่เด็กต้องสามารถกลืนหรือเคี้ยวได้อย่างปลอดภัย
แม้ว่าวิตามินช่วยเจริญอาหารเด็กได้ ในบางกรณีแต่การปรับพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวัน ถือเป็น พื้นฐานสำคัญที่ควรเริ่มก่อนเสมอ
1.แบ่งมื้อเล็ก แต่บ่อย — ให้มื้อย่อย เพื่อไม่ให้เด็กอิ่มเกินไประหว่างมื้อ
2.ทำให้อาหารน่าดึงดูด — ใช้สี รูปทรง และการตกแต่งจาน
3.ให้เด็กมีส่วนร่วม — ช่วยเลือกเมนูหรือช่วยทำอาหาร เพื่อเพิ่มความเป็นเจ้าของ
4.ลดสิ่งรบกวนขณะรับประทานอาหาร — เช่น ดูจอ / ทีวี หรือเล่นของเล่น
5.ใช้การเล่น / เกมกับอาหาร — เช่น จัดจานเป็นรูปสัตว์ หรือใช้ภาชนะเล็ก ๆ
6.ผสมอาหารให้หลากหลาย — รวมของที่เด็กชอบกับผักหรือเนื้อสัตว์
7.ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง — ให้เด็กได้ออกแรง ใช้พลังงาน ซึ่งอาจทำให้หิวมากขึ้น
8.ให้อาหารโปรตีนและไขมันดีในมื้อเช้า — ช่วยให้พลังงานดี และอิ่มนาน
9.หลีกเลี่ยงการบังคับมากเกินไป — เปิดโอกาสให้เด็กควบคุมปริมาณการกินของตนเอง
ตัวอย่างอาหารที่อาจช่วยให้เด็กกินได้ดีขึ้น
1.ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ให้โปรตีนและธาตุเหล็กจากพืช
2.ปลาเนื้อแดง / ปลาเนื้อขาว แหล่งโปรตีนคุณภาพและไขมันดี
3.ไข่ ให้โปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย
4.ผลไม้รสหวาน–เปรี้ยว เช่น มะม่วง ฝรั่ง ช่วยเพิ่มรสชาติและความอยากอาหาร
5.ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี ผักโขม ให้ธาตุเหล็กและวิตามินหลายชนิด
6.ข้าวกล้อง / ข้าวซ้อมมือให้พลังงานและใยอาหาร
7.นม แหล่งแคลเซียมและโปรตีน
8.โยเกิร์ต / คีเฟอร์ (นมหมักบางชนิด) มีจุลินทรีย์ดี ช่วยการย่อยอาหาร
9.เนื้อไก่หรือไก่งวง โปรตีนย่อยง่าย เหมาะกับเด็กกินยาก
10.น้ำซุปเนื้อ / ซุปกระดูก เคี้ยวง่าย ให้ความอบอุ่น รสชาติ และพลังงานในบางมื้อ
ข้อควรระวังในการให้วิตามินหรืออาหารเสริมในเด็ก
-การให้มากเกินความจำเป็น อาจเสี่ยง โอเวอร์โดส แม้ว่าวิตามินบางชนิดจะละลายน้ำก็ตาม
-วิตามินอาจ บดบังปัญหาที่แท้จริง เช่น เด็กเบื่ออาหารจากอาการปวดท้อง การย่อยผิดปกติหรือโรคอื่น การให้วิตามินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
-ผลิตภัณฑ์วิตามินที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมี สิ่งปนเปื้อน หรือปริมาณสารไม่ตรงตามที่ไว้
-การเสริมพลังงานหรือแร่ธาตุ โดยไม่ประเมินก่อน ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ
-อาจเกิด ปฏิกิริยา หรือผลข้างเคียง เด็กบางรายอาจแพ้ หรือมีอาการไม่พึงประสงค์ได้
-เบื่ออาหารเป็นบางมื้อ บางวัน อาจจะเป็นพฤติกรรมธรรมดา
-เลือกทานเป็นบางอย่าง อาจเป็นเรื่องปกติในเด็กหลายวัยที่มักเลือกอาหารที่อยากทาน
-น้ำหนักขึ้นช้าหรือการเจริญเติบโตช้า อาจบ่งชี้ปัญหาโภชนาการไม่ครบ 5 หมู่
-เหนื่อยง่าย, ซีด อาจจะเป็นสัญญาณของการขาดธาตุเหล็ก
-ปัญหาทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด, ปวดท้องมักจะรบกวนการกิน
-พัฒนาการช้า เมื่อเกิดร่วมกับปัญหาการกินจะต้องมีการประเมินในเชิงลึก
สัญญาณเตือนที่ควรพาเด็กพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
-น้ำหนักหยุดขึ้นหรือลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อวัดแล้วพบว่าเบี่ยงเบนจากกราฟการเจริญเติบโตมาตรฐาน
-มีอาการซีด เหนื่อยง่าย อาจบ่งชี้ถึงภาวะโลหิตจาง
-อาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด หรือท้องผูกบ่อย อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาระบบทางเดินอาหาร
-อาเจียนหรือสำรอกมากผิดปกติ ควรได้รับการตรวจระบบทางเดินอาหารหรือการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ
-พัฒนาการช้าร่วมกับปัญหาการกิน อาจส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวมในระยะยาว
-มีอาการภูมิแพ้ หรือปฏิกิริยาต่ออาหารเสริม เช่น ผื่น อาเจียน หรืออาการไม่พึงประสงค์ หลังการให้วิตามินเสริม
อ้างอิงจาก
https://medicinescience.org/article/10333
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6124218/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99
https://vitaminwater.co.th/health/vitamin-children/
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ramajournal/article/view/152485
https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371%2Fjournal.pone.0114266
https://en.wikipedia.org/wiki/Zinc_deficiency
https://vitaminwater.co.th/health/vitamin-children/
https://www.samitivejchonburi.com/th/article/194/binge-eating-risks-and-prevention.html
https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30799
https://www.medparkhospital.com/lifestyles/plant-based-food
https://www.doctor.or.th/article/detail/2243
https://www.doctor.or.th/article/detail/6767
https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/1646492583305-303963728.pdf
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.