สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
เมื่อแรกเห็นลูกน้อย ผิวพรรณที่ควรจะชมพูระเรื่อกลับดูเหลืองขึ้น อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เกิดความกังวลใจไม่น้อย ภาวะ ""ทารกตัวเหลือง"" (Jaundice) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ซึ่งเกิดจากการทำงานของตับที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นภาวะปกติที่สามารถหายได้เอง แต่ในบางกรณีก็อาจต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อคลายความกังวลใจและเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธี ดูเม็กซ์จะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ต้องสังเกต และความผิดปกติที่ควรรีบพาลูกพบแพทย์ รวมถึงแนวทางการดูแลลูกน้อยเมื่อมีภาวะตัวเหลือง เพื่อให้เจ้าตัวเล็กกลับมามีผิวพรรณสดใส แข็งแรง และมีพัฒนาการสมวัยอย่างปลอดภัย
ตรวจสอบบทความโดย: วราภรณ์ ธีระสุนทรไท
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
สาเหตุของภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
อาการที่ควรสังเกตเมื่อทารกตัวเหลือง
อันตรายหรือไม่? ทารกตัวเหลืองควรพบแพทย์เมื่อไร
วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อทารกตัวเหลือง
อาหารและการให้นมที่เหมาะสมสำหรับทารกตัวเหลือง
วิธีป้องกันภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
ภาวะตัวเหลือง (Jaundice) เกิดจากสารบิลิรูบิน (Bilirubin) สะสมอยู่ในเลือด ซึ่งมาจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง ปกติแล้วตับจะช่วยกำจัดออกทางอุจจาระและปัสสาวะ แต่ในทารก ตับยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การกำจัดสารนี้จึงช้าลงและเกิดการสะสม ส่งผลให้ผิวหนังและตาของทารกมีสีเหลือง
ภาวะตัวเหลืองในทารกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. ตัวเหลืองทางสรีรวิทยา (Physiologic Jaundice):
พบบ่อยที่สุดในทารกแรกเกิด เพราะตับยังกำจัดบิลิรูบินได้ไม่เต็มที่ มักเริ่มมีอาการเหลืองในช่วงวันที่ 2-4 หลังคลอด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองใน 1-2 สัปดาห์
2. ตัวเหลืองทางพยาธิวิทยา (Pathologic Jaundice):
เกิดจากสาเหตุผิดปกติ เช่น การติดเชื้อ โรคตับ หรือภาวะหมู่เลือดแม่ลูกไม่เข้ากัน ภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์
อาการหลักของภาวะตัวเหลือง คือ มีผิวหนังและตาขาวเป็นสีเหลือง แต่ก็มีวิธีสังเกตง่าย ๆ ด้วยการลองกดเบา ๆ ที่หน้าผากหรือจมูก หากปล่อยนิ้วแล้วเห็นรอยเหลืองชัดเจน อาจเป็นสัญญาณของภาวะตัวเหลือง คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตสีผิวลูกบ่อย ๆ โดยเฉพาะช่วง 2-4 วันแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่อาการมักเริ่มปรากฏชัดเจนที่สุด
ภาวะตัวเหลืองส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่ระดับบิลิรูบินที่สูงมากอาจเป็นอันตรายต่อสมอง ควรรีบพาไปพบแพทย์หากทารกตัวเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวเหลืองลามถึงท้องหรือขา หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ ซึม ไม่ยอมดูดนม ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด
นมแม่สำคัญมากในการช่วยลดภาวะตัวเหลือง เพราะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารและน้ำในปริมาณที่เพียงพอ คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ อย่างน้อย 8-12 ครั้งต่อวันในช่วงสัปดาห์แรก การได้รับนมเพียงพอและการขับถ่ายที่ดีช่วยให้บิลิรูบินลดลง
บางกรณีอาจพบภาวะตัวเหลืองจากนมแม่ (Breast Milk Jaundice) ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายและสามารถให้นมแม่ต่อไปได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมและประเมินอาการของลูกน้อยอย่างเหมาะสม
วิธีป้องกันภาวะตัวเหลืองรุนแรงที่ดีที่สุดคือ การให้ทารกได้รับนมเพียงพอตั้งแต่แรกเกิด คุณแม่ควรเริ่มให้นมลูกเร็วที่สุดหลังคลอด และให้ดูดนมบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายทารกแข็งแรง ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของบิลิรูบินในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีปัญหาการให้นม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ทันที เพื่อให้ได้รับคำแนะนำและการแก้ไขอย่างถูกต้อง
เมื่อทารกตัวเหลือง ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้
- ห้ามหยุดให้นมเอง คุณแม่บางคนเข้าใจผิดว่านมแม่ทำให้ลูกตัวเหลือง การหยุดให้นมอาจทำให้ลูกได้รับของเหลวน้อยลง ส่งผลทำให้บิลิรูบินยิ่งสูงขึ้น
- ห้ามใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น กินสมุนไพร หรือตากแดดโดยตรง อาจเป็นอันตรายต่อผิวทารกและไม่ช่วยลดบิลิรูบินอย่างปลอดภัย
- ห้ามรอให้อาการรุนแรงก่อนไปพบแพทย์ ภาวะตัวเหลืองบางประเภทลุกลามเร็ว หากมีข้อสงสัยให้รีบปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินและรักษาได้ทันเวลา
- ห้ามละเลยสัญญาณอันตราย เช่น ซึมลง ไม่ดูดนม ร้องเสียงแหลม หรือมีอาการกระตุก หากพบอาการใดอาการหนึ่งควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และให้ลูกน้อยได้รับนมอย่างเพียงพอ หากคุณแม่มีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการตัวเหลืองของลูกน้อย ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการวินิจฉัยและการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม ให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมวัย
อ้างอิงจาก
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/infant-jaundice/symptoms-causes/syc-20373865
https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/jaundice-new-parents-should-know
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22263-jaundice-in-newborns
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.