สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

how-to-rinse-a-childs-nose

แนะนำวิธีล้างจมูกเด็กอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1

ทำไมการล้างจมูกเด็กถึงสำคัญต่อสุขภาพ

สุขภาพระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็กเปราะบางมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะโพรงจมูกแคบและยังไม่สามารถขับสิ่งสกปรกได้ดีเท่าไร วิธีล้างจมูกเด็กด้วยน้ำเกลือจึงเป็นหนึ่งในวิธีดูแลที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกได้ที่บ้าน เพื่อช่วยชะล้างน้ำมูก เสมหะ ฝุ่น หรือสารก่อภูมิแพ้ที่อาจสะสมอยู่ในโพรงจมูก ผลลัพธ์คือเด็กหายใจได้โล่งขึ้น ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และนอนหลับหรือกินนมได้สบายขึ้น

ประโยชน์ของการล้างจมูกเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

- ช่วยลดระยะเวลาหวัด : “วิธีล้างจมูกเด็ก” สามารถทำให้อาการหวัดหายเร็วขึ้นประมาณ 2 วัน

- ช่วยให้ลูกนอนและกินได้ดีขึ้น : เพราะเมือกที่อุดตันถูกกำจัด ทำให้หายใจสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในเด็กที่มีอาการคัดจมูกหรือไซนัสอักเสบ

- ปรับปรุงคุณภาพชีวิต : การล้างจมูกช่วยให้ลมหายใจผ่านจมูกดีขึ้นอย่างชัดเจน

- เด็กส่วนใหญ่ทนได้ : เกือบ 86% ของเด็กสามารถทนต่อการล้างจมูก และผู้ปกครองกว่า 80% เห็นว่าอาการของลูกดีขึ้นหลังทำ

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการล้างจมูกเด็ก

1.น้ำเกลือปราศจากเชื้อ น้ำเกลือไอโซโทนิก (Isotonic saline 0.9%) หรือ น้ำเกลือไฮเปอร์โทนิก(Hypertonic saline 2.6–3%) ที่ให้ผลลดระยะหวัดได้

2.อุปกรณ์ล้างจมูก เช่น เนติพอต (Neti pot) , ขวดบีบ (Squeeze bottle), หรือลูกยางดูดน้ำมูก ใช้ตามวัยของเด็ก

3.สำลีหรือผ้าก๊อซสะอาด สำหรับซับน้ำเกลือและเมือกหลังล้าง

4.น้ำที่สะอาดปลอดภัย เช่น น้ำกลั่น (Distilled water ) น้ำสเตอริไลซ์ (Sterile water) หรือ น้ำประปาที่ต้มแล้วปล่อยให้เย็น ห้ามใช้น้ำประปาตรง ๆ เพราะอาจมีเชื้ออันตราย

วิธีล้างจมูกเด็กอย่างถูกต้องและปลอดภัย

1.ล้างมือให้สะอาด ก่อนเริ่มทำทุกครั้ง

2.จัดท่าเด็กให้โน้มตัวไปข้างหน้า ก้มหน้าเล็กน้อยเหนือภาชนะที่รองรับน้ำ

3.ใช้น้ำเกลือปริมาณเหมาะสม ฉีดเข้าสู่รูจมูกด้านบนให้น้ำไหลออกอีกด้าน

4.ซับเมือกและน้ำเกลือ ที่ไหลออกช้า ๆ ด้วยผ้าสะอาด

5.ทำทั้งสองข้างสลับกัน พร้อมตรวจสอบความสะอาดของอุปกรณ์ทุกครั้ง

6.ห้ามใช้น้ำที่ไม่ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรง เช่น เนกเลอเรีย ฟาวเลอรี (Naegleria fowleri)

วิธีล้างจมูกทารกแรกเกิด แตกต่างจากเด็กโตอย่างไร

ทารกแรกเกิดควรใช้ น้ำเกลือไอโซโทนิก (Isotonic saline 0.9%)  ในปริมาณน้อย 1–2 มล. และอาจใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกเบา ๆ เมื่อเด็กโตมากขึ้นสามารถใช้ ขวดบีบ หรือ เนติพอต (Neti pot) ได้เมื่ออายุ ≥ 2 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อน สามารถล้างด้วยแรงดันน้ำเกลือสูงกว่า เพราะโพรงจมูกใหญ่และทนได้มากกว่า

ท่าทางที่เหมาะสมสำหรับการล้างจมูกเด็ก

1.เอนหรือหงายศีรษะเล็กน้อย ช่วยให้ “วิธีล้างจมูกเด็ก” ได้ผลดีและปลอดภัย

2.หลีกเลี่ยงเงยหน้าตรง เพราะอาจทำให้มีความเสี่ยงที่น้ำไหลลงคอหรือเข้าไปในหลอดลมได้

3.สำหรับเด็กโต สามารถให้เอียงศีรษะข้างได้ตามความเหมาะสม 

น้ำเกลือล้างจมูกแบบไหนเหมาะสำหรับเด็ก

- น้ำเกลือไอโซโทนิก ( Isotonic saline 0.9%)  เหมาะสำหรับการล้างทั่วไป ใช้ได้ทุกวัย

- น้ำเกลือไฮเปอร์โทนิก ( Hypertonic saline 2.6–3% ): เหมาะในช่วงที่คัดจมูกมาก หรือต้องการให้หวัดหายเร็วขึ้น

- หลีกเลี่ยงน้ำเกลือที่ผสมสมุนไพรหรือสารที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รับรอง

ข้อควรระวังก่อนและระหว่างการล้างจมูกเด็ก

-ใช้น้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือกลั่นเท่านั้น ห้ามใช้น้ำประปาตรง

-อย่าใช้น้ำเกลือแรงเกินไป (แรงดันสูงหรือความเข้มข้นเกิน) เพราะอาจระคายโพรงจมูก

-หยุดใช้ทันทีหากเด็กแสดงอาการไม่สบาย เช่น ไอแรง ร้องไห้ หรือหายใจติดขัด

-ทำอุปกรณ์ให้สะอาดและเก็บให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

ความถี่ในการล้างจมูกเด็ก ควรทำบ่อยแค่ไหน

-ควรทำเมื่อเด็กมีอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น หรือหลังสัมผัสฝุ่น/ควัน

-โดยทั่วไป วันละ 1–2 ครั้ง ก็เพียงพอ และไม่ควรทำบ่อยเกินไปจนทำให้โพรงจมูกแห้ง

-หากมีคัดจมูกมาก ใช้น้ำเกลือไฮเปอร์โทนิก  (Hypertonic saline) ล้างประมาณ 4 ครั้งต่อวัน จนกว่าจะอาการดีขึ้น

อาการผิดปกติที่ควรหยุดล้างจมูกและพบแพทย์

-มีเลือดกำเดาไหล หรือรู้สึกเจ็บ/ระคายเคืองมากหลังล้าง

-เด็กหายใจลำบากขึ้น หรือบ่นเจ็บหน้าอก

-มีไข้สูง หรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียว (สัญญาณของไซนัสอักเสบ/ติดเชื้อ)

-เด็กเคยมีโรคเกี่ยวกับการอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือปัญหาหูชั้นกลาง ไม่ควรล้างเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

สรุป วิธีล้างจมูกเด็กที่พ่อแม่สามารถทำเองที่บ้านได้

การ วิธีล้างจมูกเด็ก ด้วยน้ำเกลือเป็นวิธีง่าย ปลอดภัย และมีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดอาการคัดจมูก และอาจลดระยะเวลาของหวัดได้ วิธีล้างจมูกเด็กด้วยน้ำเกลือตามความเหมาะสม พร้อมใช้อุปกรณ์สะอาด และจัดท่าทางที่เหมาะสม จะช่วยให้เด็กหายใจสะดวก รู้สึกสบาย และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อต่อไป

วิธีล้างจมูกเด็กช่วยลดน้ำมูก เสมหะ และฝุ่นในโพรงจมูก ช่วยให้ลูกหายใจสะดวกขึ้น นอนหลับสบาย และลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถทำเองที่บ้านได้ เพียงใช้อุปกรณ์ที่สะอาด น้ำเกลือที่ถูกต้อง และล้างด้วยท่าทางที่เหมาะสม

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x