สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ไข้สูงในเด็กเป็นหนึ่งในอาการที่พ่อแม่เจอบ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไวรัส RSV หรือแม้แต่ไข้เลือดออก ซึ่งเด็กมีโอกาสไข้สูงได้ง่ายกว่า เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ แม้ไข้จะเป็นธรรมชาติของร่างกายที่ใช้ต่อสู้เชื้อโรค แต่ถ้าสูงมากหรือเป็นนานก็อาจเสี่ยงอันตรายได้ ทั้งนี้ได้รวบรวมความรู้ครบทุกด้าน ตั้งแต่วิธีวัดไข้ เช็ดตัวลดไข้ การให้ยาพาราเซตามอล ไปจนถึงสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
ตรวจสอบบทความโดย: พิมพ์พิชญา จันทร์หอม
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
การพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยผู้ใหญ่วิกฤต
เช็กให้ชัวร์! "ไข้สูงในเด็ก" คือกี่องศา? วิธีวัดไข้ที่ถูกต้องและแม่นยำ
ลูกตัวร้อนจี๋เกิดจากอะไร? 5 สาเหตุหลักของ "ไข้สูงในเด็ก" ที่พบบ่อย
How-to: วิธี "เช็ดตัวลดไข้" ที่ถูกต้อง เช็ดย้อนรูขุมขนทำอย่างไร?
ยาลดไข้สำหรับเด็ก: คำนวณปริมาณยาพาราเซตามอลอย่างไรให้ปลอดภัย?
สัญญาณอันตราย! "ชักจากไข้สูง" (Febrile Seizure) พ่อแม่ต้องรับมืออย่างไร?
"ไข้สูงในเด็ก" นานกี่วัน? หรือมีอาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ไข้สูงลอย ไม่ลดสักที: สัญญาณของ "ไข้เลือดออก" หรือ "ไข้หวัดใหญ่"?
ลูกตัวร้อนจัดแต่ "มือเท้าเย็น" ผิดปกติไหม? สัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้าม
ความเชื่อผิดๆ! ลูกมีไข้ต้อง "ห่มผ้าหนาๆ" เพื่อให้เหงื่อออก จริงหรือไม่?
ลูกไข้สูง กินอะไรได้บ้าง? เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
การจัดสภาพแวดล้อม: เปิดแอร์ได้ไหมเมื่อลูกเป็น "ไข้สูง"?
สรุป: "ไข้" คือกลไกต่อสู้เชื้อโรค พ่อแม่ต้องมีสติและดูแลประคับประคอง
เด็กถือว่ามีไข้เมื่ออุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5°C ขึ้นไป สำหรับไข้สูงในเด็ก คือเมื่อวัดได้ 38.5°C หรือมากกว่า ซึ่งเป็นระดับที่ควรเริ่มเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษการวัดไข้ให้แม่นยำควรใช้ เทอร์โมมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน และวัดตามคำแนะนำของอุปกรณ์ เช่น รักแร้ ปาก หรือวัดตามตำแหน่งที่ผู้ผลิตแนะนำ เมื่อเด็กมีไข้สูงในเด็ก ควร วัดซ้ำหลังจากการดูแลหรือให้ยาลดไข้ เพื่อดูว่าอุณหภูมิลดลงหรือการดูแลได้ผลหรือไม่
ไข้สูงในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุหลัก ดังนี้
1. การติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยที่สุด เช่น ไวรัสหวัด ไข้หวัดใหญ่ ทำให้เด็กมีไข้สูงลอยได้
2. การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หูอักเสบ ปอดอักเสบ ซึ่งมักทำให้ไข้สูงและต้องพบแพทย์เพื่อประเมิน
3.ไข้หลังฉีดวัคซีน เกิดจากร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน เด็กบางคนอาจมีไข้สูงร่วมกับความเสี่ยงชักจากไข้ในช่วงนั้น
4.โรคเฉพาะในเด็ก เช่น ส่าไข้ (Roseola) ที่มีไข้สูง 3–5 วัน แล้วผื่นขึ้นเมื่อไข้ลง
5. ภาวะร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าและอาการรุนแรงกว่าเด็กทั่วไป
เมื่อเด็กมีไข้สูงในเด็กการเช็ดตัวด้วยวิธีที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการ ร่วมกับยา การดูแลอื่น ๆ
คำแนะนำการเช็ดตัว
-ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ไม่แนะนำให้ใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ด เพราะอาจทำให้เด็กหนาวสั่นและอาจเป็นอันตรายได้
-ใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาด เช็ดบริเวณที่มีเส้นเลือดใกล้ผิว เช่น ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ เพื่อช่วยให้ความร้อนจากร่างกายระบายออกได้ดีขึ้น
-เช็ดย้อนรูขุมขน คือ เช็ดจากปลายมือ ไปปลายเท้าเข้าหาลำตัว เด็กมักตอบสนองดีขึ้นกับวิธีนี้
-ระหว่างเช็ดตัวควรสังเกตอาการเด็กอย่างใกล้ชิด ถ้าเด็กร้องไห้มาก แสดงว่าไม่สบายตัว ควรหยุดหรือปรับวิธีการดูแลตามความเหมาะสม
-หลังจากเช็ดตัวเสร็จ ควรเช็ดตัวให้แห้ง แล้วให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่เบา และโปร่ง เพื่อช่วยในกระบวนการระบายความร้อนต่อไป
การใช้ยาเมื่อเด็กมีไข้สูงในเด็กควรคำนึงถึงน้ำหนักตัวและคำแนะนำทางการแพทย์
-ยาลดไข้ที่แนะนำบ่อยคือ พาราเซตามอล ซึ่งปลอดภัยเมื่อใช้ในขนาดที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวเด็ก
-ขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 10–15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง
-ควรให้ยาซ้ำเมื่อจำเป็น ทุก ๆ 4–6 ชั่วโมง เมื่อตามสูตรที่แนะนำ และไม่ควรให้เกินขีดจำกัดตามน้ำหนักตัวหรือคำแนะนำแพทย์/เภสัชกร
-หลีกเลี่ยงการให้ยาแก้ปวดและยาลดไข้หลายชนิดพร้อมกัน โดยไม่ปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะในเด็กเล็กหรือมีโรคประจำตัว
-การใช้ยาตามขนาดที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยลดไข้ในเด็ก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง เช่น ผลกระทบต่อการทำงานของตับเมื่อใช้ยาเกินขนาด
เด็กบางคนอาจเกิด อาการชักจากไข้ ซึ่งมักพบในช่วงอายุ 6 เดือน – 5 ปี และมักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกาย สูงตั้งแต่ 38°C ขึ้นไป โดยทั่วไปอาการจะเกิดกะทันหันและดูน่ากลัว แต่ส่วนใหญ่หยุดเองภายในไม่กี่นาที และมักไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองหรือพัฒนาการระยะยาว
วิธีดูแลเมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (แบบถูกต้องและปลอดภัย)
1. ป้องกันอันตรายรอบตัว เคลื่อนย้ายของแข็ง ของมีคม หรือสิ่งที่เสี่ยงต่อการกระแทกออกจากตัวเด็ก
2. จัดท่าให้ปลอดภัย วางเด็ก นอนตะแคงซ้าย เพื่อช่วยป้องกันการสำลักน้ำลายหรืออาเจียน
3. ตั้งสติ และจับเวลา สังเกตและจับเวลาอาการชัก หากชัก นานกว่า 5 นาที ให้รีบพาเด็กไปโรงพยาบาลหรือโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
4. ห้ามใส่อะไรเข้าปากเด็กขณะชัก ห้ามให้กินน้ำ อาหาร ยา ห้ามใช้นิ้ว ช้อน หรือวัตถุใด ๆ งัดปาก เพราะอาจทำให้บาดเจ็บหรือสำลักได้
5. หลังหยุดชักควรพาไปพบแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุของไข้ ตรวจหาโรคที่อาจเป็นต้นเหตุ และรับคำแนะนำการป้องกันการชักซ้ำในอนาคต
แม้ว่าหลายกรณีไข้สูงในเด็กจะสามารถดูแลได้ที่บ้าน แต่มีสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
-เด็กมีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน และไข้ไม่ลดลง หรือไข้กลับขึ้นซ้ำ ๆ หลังจากให้ยา/ดูแลแล้ว
-เด็กมีอายุ น้อยกว่า 3 เดือน และพบไข้ เพราะเด็กทารกมีความเสี่ยงที่ต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด
-เด็กมีอาการซึมมาก ไม่กิน ไม่ดื่มน้ำ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติหลังชัก
-เด็กมีผื่นหรือจุดเลือดออก ร่วมกับไข้สูง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
ถ้าเป็นไข้ธรรมดาที่ไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อน เด็กมักเริ่มดีขึ้นภายใน 2–3 วัน เมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณเตือนตามที่กล่าวไว้ ควรมาตรวจโดยแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
เมื่อเด็กมี ไข้สูงลอยต่อเนื่อง พ่อแม่มักกังวลว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก แต่จริง ๆ แล้ว ส่าไข้ (Roseola) ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่มักมีไข้สูงหลายวันเช่นกัน โดยส่าไข้จะมีลักษณะไข้สูงลอยในช่วงแรก และเมื่อไข้ลดลงแล้วจึงเริ่มมี ผื่นแดงจาง ๆ ขึ้นตามลำตัว หลังคอ แขน และขา ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยแยกจากโรคอื่นได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีไข้สูงในเด็ก พ่อแม่ควรเน้นการดูแลลดไข้ให้เหมาะสม รวมถึงสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ระดับความสดชื่น การกินได้ดีหรือไม่ และพฤติกรรมโดยรวมของเด็ก
หากหลังจากไข้ลดลงแล้วพบว่ามี ผื่นผิดปกติ, เด็กซึมลง, ไม่กินนม, อาเจียนมาก, หรือมีอาการเข้าข่ายไข้เลือดออก เช่น จุดเลือดออกตามตัว หรือเลือดออกง่าย ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินให้ชัดเจนว่าเป็นส่าไข้ ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เช่น ไข้เลือดออก
มือ และ เท้าเย็นในเด็กที่มีไข้สูงในเด็กอาจเกิดจากการไหลเวียนเลือดที่เปลี่ยนแปลงเมื่อร่างกายพยายามควบคุมอุณหภูมิ ถ้าพบว่าร่วมกับอาการผิดปกติอื่น เช่น เด็กซึม หายใจลำบาก หรือปัสสาวะน้อย ควรพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินภาวะเสี่ยงอื่น ๆ ดังนั้นการดูแลควรรวมถึงการให้ดื่มน้ำเกลือแร่ และลดไข้ตามคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การห่มผ้าหนาเมื่อเด็กมีไข้สูงในเด็ก ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้เด็กร้อนขึ้นทำให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิได้ยากขึ้น แนะนำให้เด็กสวมเสื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และควรอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทหรืออุณหภูมิเหมาะสม ถ้าเด็กหนาวสั่นขณะมีไข้ ควรดูแลอย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้วิธีห่มผ้าหนาอย่างเดียวแต่ควรประเมินอาการร่วมและปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย
เมื่อเด็กมีไข้สูงในเด็ก ควรดูแลโภชนาการและภาวะน้ำในร่างกายควบคู่กับการรักษา
-ให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ หรือให้เกลือแร่ น้ำที่มีอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) เมื่อเด็กมีไข้ เหงื่อออกมาก
-ให้อาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก, ซุป, ข้าวต้ม ซึ่งสะดวกต่อการกินเมื่อเด็กไม่อยากอาหาร
-หลีกเลี่ยงอาหารหนัก มันมาก ในช่วงที่เด็กไข้สูงในเด็ก เนื่องจากระบบย่อยอาจทำงานไม่เต็มที่
-ถ้ามีอาเจียนหรือเด็กกินไม่ได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ กุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ
สามารถเปิดแอร์ได้ แต่ควรตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ไม่เย็นจัด และหลีกเลี่ยงลมเย็นพัดโดยตรงตัวเด็ก ซึ่งอาจทำให้เด็กไม่สบายตัว ให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่โปร่ง เบา และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการถ่ายเทอากาศได้ดี และควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัด หรือความเย็นจัดเกินไป เพราะร่างกายเด็กอาจควบคุมอุณหภูมิได้ยากกว่าผู้ใหญ่
ไข้สูงในเด็กเป็นอาการที่พบบ่อยและส่วนใหญ่สามารถจัดการที่บ้านได้ ถ้าหากผู้ปกครองรู้วิธีวัดไข้ ดูแล ลดไข้ และให้โภชนาการ น้ำอย่างเหมาะสม ซึ่งการให้ยาลดไข้โดยเฉพาะพาราเซตามอล เมื่อใช้ตามขนาดที่เหมาะสมจะปลอดภัยและช่วยบรรเทาอาการได้ดี ผู้ปกครองควรตระหนักถึงสัญญาณอันตรายและภาวะชักจากไข้เพื่อรับมือได้ทันและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เมื่อลูกมีไข้สูงในเด็ก นานเกินไป หรือมีอาการร่วมที่ไม่ปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินต่อไป
อ้างอิงจาก
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=274
https://www.phetcharathospital.com/clinic.php?c_id=15&cc_id=1&ct_id=2
https://kcmh.chulalongkornhospital.go.th/line/sakai/
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/how-to-reduce-fever-in-children
https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/knowledge_general_population/paracetamol
https://www.childrenhospital.go.th/wp-content/uploads/2021/09/Clinical-Practice-Guideline-2022.pdf
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.