สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก
โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก
ปัญหา ท้องผูก ลูกถ่ายอุจจาระแข็ง เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนกังวล เพราะอาจทำให้ลูกเจ็บปวด ร้องกวนงอแง ทานอาหารได้น้อยลง หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ การรู้สาเหตุ อาการ และวิธีแก้ไขอย่างถูกต้องจะช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายได้สบาย และมีสุขภาพดีขึ้น
ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1
เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ
ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี เริ่มต้นทำความเข้าใจปัญหา
สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกอุจจาระแข็ง
สังเกตอย่างไรว่าลูกกำลังมีภาวะท้องผูก
ผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อลูกอุจจาระแข็ง
การปรับอาหารเพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น
การดื่มน้ำและของเหลวที่เพียงพอช่วยได้อย่างไร
เมนูอาหารและผักผลไม้ช่วยลดอุจจาระแข็ง
การปรับพฤติกรรมการขับถ่ายของลูกให้สม่ำเสมอ
การนวดหน้าท้องเลูกเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
การใช้ยาหรือวิธีทางการแพทย์เมื่อจำเป็น
เมื่อพูดถึงภาวะที่ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรเข้าใจก็คือ เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มแก้ไข ลูกอุจจาระแข็ง ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจของลูกน้อยได้ การทำความเข้าใจตั้งแต่เบื้องต้นจะช่วยให้แก้ปัญหา ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี ได้ตรงจุดและปลอดภัย
ลูกอุจจาระแข็ง มักเกิดจากหลายปัจจัย ร่วมกัน ดังนี้
1.ได้รับใยอาหาร (ไฟเบอร์) ไม่เพียงพอ เพราะเด็กที่กินผักผลไม้ได้น้อย หรือกินอาหารที่ไม่มีกากใย จะมีอุจจาระที่แห้งแข็ง เพราะไฟเบอร์ช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารและช่วยอุ้มน้ำไว้ในลำไส้ ทำให้ก้อนอุจจาระนุ่มขึ้น
2.ดื่มน้ำน้อย / ของเหลวไม่พอ น้ำจะช่วยให้อุจจาระคงความชุ่มชื้น ถ้าน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ น้ำในอุจจาระจะถูกดูดน้ำกลับเข้าไปในร่างกาย ทำให้แข็งขึ้น ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี ถ้าลูกดื่มน้ำน้อยหรืออากาศร้อน เสียเหงื่อมาก ก็มีโอกาสที่อุจจาระจะแห้งแข็งได้สูง
3.การเปลี่ยนอาหาร / เริ่มอาหารตามวัย เช่น จากนมแม่ไปเป็นนมผสมหรืออาหารเสริม บางครั้งเด็กยังไม่พร้อมกับอาหารที่มีโปรตีนสูง หรือไม่สามารถย่อยอาหารบางชนิดได้ ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารปรับตัวได้ไม่ดีพอ เมื่อ“ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี” จึงต้องค่อยๆ ปรับอาหารให้เหมาะสมตามวัย
4.พฤติกรรมการขับถ่าย / กลั้นอุจจาระ เด็กที่รู้สึกเจ็บเวลาถ่าย หรือไม่สะดวก กลัวห้องน้ำ จึงกลั้นอุจจาระไว้ความกังวลหรือเพราะยังไม่เคยฝึกอย่างสม่ำเสมอ พฤติกรรมนี้ทำให้เกิดการสะสมของอุจจาระ อุจจาระจึงแข็งขึ้นและทำให้ขับถ่ายยากขึ้นเรื่อยๆ
5.ปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคทางเดินอาหาร โรคเกี่ยวกับระบบประสาท โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้
ถ้าพ่อแม่สงสัยว่าลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี นี่คืออาการที่ควรสังเกต
-ลูกถ่ายอุจจาระ น้อยกว่า 2ครั้ง หรือแค่ 2ครั้ง ต่อสัปดาห์
-อุจจาระแห้ง แข็งมาก ถ่ายลำบาก ต้องเบ่งแรง
-ถ่ายแล้วเจ็บก้น ร้องไห้ งอแง ไม่อยากเบ่ง กลัวการขับถ่าย
-มีเลือดปนในอุจจาระ หรือที่บริเวณทวารหนัก อาจเกิดแผลได้
-เบื่ออาหาร ท้องอืด แน่นท้อง ไม่สบายตัว
-ในเด็กที่อาการเรื้อรัง อาจมีอาการอุจจาระเล็ดบ้าง
ถ้าลูกอุจจาระแข็งไม่ได้รับการแก้ไข อาจมีผลกระทบหลายด้าน:
-เจ็บและบาดแผลที่ทวารหนัก เพราะอุจจาระแข็งขนาดใหญ่ เคลื่อนผ่านรูทวารหนัก โดยเฉพาะหากถ่ายลำบาก อาจทำให้เกิดแผลฉีกขาด มีเลือดปน
-กลั้นอุจจาระบ่อย ทำให้อวัยวะในระบบลำไส้ใหญ่ยืดขยาย ส่งผลให้การบีบตัวลดลง ความรู้สึกอยากถ่ายลดลง อุจจาระยิ่งสะสมและแข็งขึ้น
-น้ำหนักตัวไม่ขึ้น / เบื่ออาหาร เพราะท้องอืด แน่นท้อง เด็กอาจกินได้น้อยลง
-ผลกระทบทางจิตใจ / พฤติกรรม ด้วยเด็กอาจกลัวการถ่ายอุจจาระ รู้สึกอายเมื่อมีอุจจาระเล็ด หรือมีอาการเครียด ร้องไห้ง่าย อารมณ์ไม่ดี
เมื่อรู้ว่าลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี หนึ่งในวิธีหลักคือ ปรับอาหาร โดยการเพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ และธัญพืชเต็มเม็ด และลดอาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด หรือแป้งที่ผ่านการขัดสีสูง เพราะจะย่อยช้า และอาจทำให้อุจจาระแข็งขึ้น ใช้ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลเกรนแทนข้าวขาวและขนมขาว
สำหรับทารก ถ้าเริ่มอาหารเสริม (หลัง 6 เดือน) ให้เน้นอาหารที่อ่อน ย่อยง่าย ผัก ผลไม้บดหรือตุ๋น และชงนมตามสูตรที่เหมาะสม ไม่ใส่ผงมากเกินไปซึ่งอาจทำให้ระบบย่อยทำงานหนักจนอุจจาระแข็ง
ปริมาณน้ำและของเหลวสำคัญมาก เพราะน้ำช่วยให้อุจจาระไม่แห้งแข็ง น้ำที่เพียงพอจะช่วยให้อุจจาระนุ่มชุ่มชื้น ไม่ถูกดูดคืนจากลำไส้ การดื่มน้ำผลไม้เจือจาง (เช่น น้ำลูกพรุน) สามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวลำไส้ และช่วยให้น้ำเข้าไปในลำไส้เพิ่มขึ้น รวมถึงของเหลวอื่น เช่น น้ำซุปใส ก็จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นเช่นกัน
ตัวอย่างเมนู และผักผลไม้ที่ลดปัญหาท้องผูกถ่ายแข็ง
-ผลไม้ เช่น มะละกอสุก กล้วยน้ำว้าสุกงอม ส้ม แอปเปิ้ล สาลี่
-ผัก เช่น ผักใบเขียว (ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง) ถั่วลันเตา ฟักทอง ผักกาดขาว ต้มจืดผักรวม
-ธัญพืช / เมล็ด เช่น ข้าวกล้อง โฮลเกรน เบเกิลโฮลวีต หรือขนมปังโฮลเกรนแทนขนมปังขาว
ตัวอย่างเมนู เช่น ข้าวกล้องผสมผักต้ม, ผักนึ่ง + เนื้อปลาอ่อน ๆ, ซุปฟักทองหรือซุปผักรวม, สลัดผลไม้หรือโยเกิร์ตผลไม้บด, น้ำลูกพรุนเจือจางเพื่อดื่มหลังอาหารหรือก่อนนอน ตามแพทย์แนะนำ
เมื่อนึกถึงลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี อีกสิ่งที่สำคัญคือพฤติกรรมการขับถ่าย
-ฝึกให้ลูกถ่ายเป็นเวลา เช่น หลังมื้ออาหารเช้า หรือตอนเช้าที่ลูกตื่น เพราะอาหารช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่
-จัดท่าให้นั่งถ่ายอุจจาระโดยเท้าตั้งราบบนพื้นหรือมีแท่นรอง เท้าไม่ลอย เพราะจะช่วยให้เบ่งถ่ายได้ดีขึ้น
-ส่งเสริมให้ลูกไม่กลั้นอุจจาระเมื่อมีความรู้สึกอยากถ่าย ไม่ควรบังคับ แต่ให้เป็นการสนับสนุนและให้คำชมเมื่อทำได้ดี
-สร้างบรรยากาศห้องน้ำให้ลูกสบายใจ ไม่รีบเร่ง ไม่กดดัน เพื่อให้ลูกไม่กลัวการขับถ่ายและกลั้นอุจจาระไว้
นอกจากอาหารและน้ำแล้ว การนวดท้องก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยได้เมื่อลูกมีอุจจาระแข็ง
-ใช้ฝ่ามือนวดเบา ๆ บริเวณท้อง รอบสะดือ เป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา ประมาณวันละ 5–10 นาทีหลังอาหารหรือก่อนนอน
-ยกขาเด็กเบา ๆ เข้าหาท้อง เหมือนปั่นจักรยานบนอากาศ เพื่อช่วยให้ลำไส้เคลื่อนที่ได้ดีขึ้น
-ถ้าเด็กตัวเล็ก พ่อแม่อาจใช้การนวดร่วมกับการกายบริหารขาเข้า-ออกเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
บางครั้งวิธีธรรมชาติต่าง ๆ ยังไม่พอ อาจต้องใช้วิธีทางการแพทย์ เช่น การใช้ ยาระบาย ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์ เมื่อลูกมีอุจจาระค้างในลำไส้มาก หรือมีอาการเรื้อรัง
ในกรณีที่มีการคั่งค้างของอุจจาระในลำไส้ตรง อาจต้องทำการสวนอุจจาระ หรือใช้ยาเหน็บทวารหนักชั่วคราว แต่ถ้าสาเหตุของการถ่ายแข็ง ท้องผูก มาจากความผิดปกติทางกาย เช่น โรค Hirschsprung’s disease, ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย โรคทางเมตาบอลิซึม ฯลฯ จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมและรักษาตามสาเหตุต่อไป
ลูกอุจจาระแข็ง ทําไงดี เพื่อป้องกันปัญหานี้ ในระยะยาว
-ทำให้อาหารที่มีไฟเบอร์สูงเป็นส่วนหนึ่งของเมนูประจำวัน
-ส่งเสริมการดื่มน้ำและของเหลวให้เพียงพอ ทุกวัน
-ฝึกนิสัยการขับถ่ายเป็นเวลา ไม่กลั้นอุจจาระ
-สร้างบรรยากาศที่เด็กสบายใจ ไม่เครียดเมื่อถ่ายอุจจาระ
-สังเกตและปรับพฤติกรรมตั้งแต่เด็กเล็ก เช่น ช่วงเปลี่ยนนม หรือเริ่มอาหารเสริม
สัญญาณอันตราย หากลูกมีอุจจาระแข็งร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
1.มีเลือดสดปนในอุจจาระ ในปริมาณที่มองด้วยตาเปล่าชัดเจน
2.น้ำหนักลดลงหรือไม่เพิ่มตามวัย เบื่ออาหารมาก
3.อาเจียน ร่วมกับท้องผูกหรือท้องอืดมาก
4.ถ่ายไม่ได้เลยในระยะเวลานาน (5-7 วัน) ร้องเจ็บมากเวลาถ่าย หรือท้องแข็งเป็นก้อนชัดเจน
5.มีปัญหาความผิดปกติทางกาย เช่น ไม่มีรูทวาร รูทวารตีบ ฯลฯ มีก้อนเนื้อตรงรูทวาร
อ้างอิงจาก
https://samitivejthonburi.com/th/article/211/1715246656.html
https://wwwold.hsri.or.th/people/media/care/detail/6160
https://www.thaipediatrics.org/wp-content/uploads/2022/04/media-20210917050431.pdf
https://www.bangpakokhospitalgroup.com/care_blog/view/77
ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.