สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

ลักษณะเมื่อลูกอุจจาระสีดำ มีกลิ่นเหม็น บ่งบอกสัญญาณอันตรายหรือเรื่องปกติที่พ่อแม่ควรรู้?

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

“ลูกอุจจาระสีดํา มีกลิ่นเหม็น” ปกติหรือไม่? สัญญาณอันตรายหรือเปล่า

“ขี้เทา” (Meconium): อุจจาระสีดำครั้งแรกของทารก ที่ถือว่าปกติ

เจาะ 5 สาเหตุหลักที่ทำให้ “ลูกอุจจาระสีดำ” ที่ไม่ใช่ขี้เทา

ภาวะ “เลือดออกในทางเดินอาหาร” สัญญาณอันตรายที่มาพร้อมอึสีดำ

“กลิ่นเหม็น” บอกอะไรได้บ้าง? แยกกลิ่นปกติ vs กลิ่นที่ต้องเฝ้าระวัง

ลูกกิน “ธาตุเหล็ก” หรือ “ยา” บางชนิดอยู่หรือเปล่า

เช็กเมนูอาหาร: เมื่อ “ตับ” “บลูเบอร์รี” หรือ “โอรีโอ” ทำให้อึลูกสีเข้ม

เช็กให้ชัวร์! “สีดำ” หรือแค่ “สีเขียวเข้มจัด” พ่อแม่แยกอย่างไร

สัญญาณเตือนฉุกเฉิน อาการร่วมแบบไหนที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

ลูกกลืนเลือดแม่จากหัวนมแตก ทำให้อึสีดำได้หรือไม่

เมื่อไปพบแพทย์: ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง และแพทย์จะตรวจอะไร

สรุป: “อึสีดำ” ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป แต่การสังเกตอย่างใกล้ชิดคือหัวใจสำคัญ

ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1

"ลูกอุจจาระสีดํา มีกลิ่นเหม็น" ปกติหรือไม่? สัญญาณอันตรายหรือเปล่า?

โดยทั่วไป สีของอุจจาระเด็กที่ถือว่า ปกติ จะอยู่ในเฉดสีน้ำตาลอ่อน-เข้ม, เหลืองไปจนถึงเขียวอ่อน ขึ้นกับอาหารและอายุ แต่เมื่ออุจจาระเป็นสีดำแท้ มักถือเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ควรใส่ใจ เพราะอาจมีสาเหตุได้ทั้งที่ไม่อันตรายและอันตราย ดังนี้

หากสาเหตุจากอาหารหรือสีของยา อาจไม่จำเป็นต้องกังวลมาก แต่หากเป็นลักษณะคล้ายยางมะตอยหรือมีกลิ่นแปลก อาจเป็นสัญญาณของเลือดที่ถูกย่อยแล้วในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วนได้ สำหรับเด็ก พ่อแม่ควรพิจารณาร่วมกับอาการอื่น เช่น ซีด อ่อนเพลีย อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง หรือมีเลือดสดร่วมด้วย เพราะอาจเป็นสัญญาณไปสู่ภาวะร้ายแรงได้

"ขี้เทา" (Meconium): อุจจาระสีดำครั้งแรกของทารก ที่ไม่ใช่อาการน่ากังวล

ขี้เทาเป็นอุจจาระแรกเกิด มีลักษณะเหนียว หนืด สีดำ‑เขียว และมักไม่มีกลิ่นแรง เพราะยังมีแบคทีเรียในลำไส้น้อย ทารกปกติจะถ่ายขี้เทาภายใน 24–48 ชั่วโมงหลังคลอด จากนั้นอุจจาระจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง‑เขียวจากน้ำนมแม่ หรือสีน้ำตาลจากนมผสม ตามพัฒนาการช่วงวัย

หากทารกยังคงมีอุจจาระสีดำเหนียวเกินช่วงแรกเกิด หรือเริ่มมีอาการหายใจลำบาก ควรแจ้งแพทย์ทันที ซึ่งขี้เทา ถือว่าปกติในช่วงแรกเกิด แต่หากลูกอุจจาระสีดำ มีกลิ่นเหม็น เกิดนอกกรอบเวลาแรกเกิด หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

เจาะ 5 สาเหตุหลักที่ทำให้ "ลูกอุจจาระสีดํา" ที่ไม่ใช่ขี้เทา

เมื่อพบว่าอุจจาระเป็นสีดำในเด็ก (ที่ไม่ใช่ทารกแรกเกิด) สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

1. อาหารสีเข้ม เช่น บลูเบอร์รี ช็อกโกแลตเข้ม หรืออาหาร/ขนมสีดำ มักพบได้บ่อย และโดยทั่วไปไม่อันตราย หากไม่มีอาการผิดปกติร่วมด้วย

2. ธาตุเหล็กหรืออาหารเสริม ยาเสริมหรืออาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอาจทำให้อุจจาระดำได้ เป็นผลข้างเคียงปกติ หากทราบมาก่อนว่าเด็กได้รับธาตุเหล็ก มักไม่ต้องกังวล หากไม่มีอาการอื่น

3. ยาบางชนิดหรือสารเคมี เช่น bismuth ยาแก้ท้องเสียบางชนิด หรือ activated charcoal สามารถทำให้อุจจาระมีสีดำได้

4. เลือดที่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร เลือดจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นเมื่อถูกย่อย จะทำให้อุจจาระสีดำคล้ายยางมะตอยและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง และรีบพบแพทย์

5. อุจจาระค้างหรือจุลินทรีย์เปลี่ยนแปลง หากอุจจาระค้างในลำไส้นาน สีและกลิ่นอาจเปลี่ยนได้ ชั่วคราว

ภาวะ "เลือดออกในทางเดินอาหาร" สัญญาณอันตรายที่มาพร้อมอึสีดำ

เมื่ออุจจาระมีลักษณะเป็นสีดำ คล้ายยางมะตอย และมีกลิ่นเหม็นมาก นับว่าเป็นภาวะที่ต้องระวัง อย่างยิ่ง เพราะอาจบ่งชี้ถึงเลือดที่ถูกย่อยแล้วจากทางเดินอาหารส่วนต้น ได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก โดยอาจมีสาเหตุ เช่น

แผลในกระเพาะอาหาร

ภาวะเลือดออกจากหลอดอาหาร โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคตับ

การบาดเจ็บของทางเดินอาหาร การติดเชื้อบางชนิด หรือความผิดปกติของหลอดเลือด

สัญญาณร่วมที่บ่งชี้ภาวะร้ายแรง ได้แก่

อาเจียนเป็นเลือดหรือมีลักษณะคล้ายกากกาแฟ

ซีด เหงื่อออก มือเท้าเย็น หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณช็อกจากการเสียเลือด

ปวดท้องรุนแรงหรือท้องแข็งตึง

หากพบอาการดังกล่าวร่วมกับลูกอุจจาระสีดำ มีกลิ่นเหม็น ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

"กลิ่นเหม็น" บอกอะไรได้บ้าง? แยกกลิ่นปกติ VS กลิ่นที่ต้องเฝ้าระวัง

อุจจาระปกติของเด็กจะมีกลิ่นเฉพาะตามอาหารและกระบวนการย่อย แต่กลิ่นแรงผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อพบร่วมกับอุจจาระ สีดำ‑เหนียว อาจบ่งชี้ถึงการย่อยเลือด หรือภาวะติดเชื้อและการเน่าเสียในทางเดินอาหาร ที่ควรระวังเป็นพิเศษ

หากกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นหลังเริ่มอาหารชนิดใหม่ หรือยาที่ทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนแปลง สามารถเฝ้าสังเกตอาการได้ แต่หากกลิ่นเหม็นร่วมกับอุจจาระสีดำเหนียว ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่เลือด เพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับพ่อแม่

กลิ่นปกติ + สีเข้มหลังรับประทานอาหารสีเข้มหรือธาตุเหล็ก → เฝ้าดูอาการได้ 24–48 ชั่วโมง

กลิ่นเหม็นจัด + สีดำเหนียว + มีอาการร่วม → ควรพาไปพบแพทย์ทันที

ลูกกิน "ธาตุเหล็ก" หรือ "ยา" บางชนิดอยู่หรือเปล่า?

ธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอุจจาระสีดำที่ไม่เป็นอันตราย เด็กที่ได้รับยาธาตุเหล็กเป็นประจำเพื่อรักษาหรือป้องกันภาวะโลหิตจาง อาจมีอุจจาระสีดำได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง หากไม่มีสัญญาณเลือดออกหรือภาวะซีดเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นผลข้างเคียงปกติ

นอกจากนี้ ยาบางชนิด เช่น bismuth subsalicylate, activated charcoal หรือยาที่มีส่วนผสมของสารบางกลุ่ม อาจทำให้อุจจาระมีสีดำได้เช่นกัน

ผู้ปกครองควรตรวจสอบฉลากยาและประวัติการให้ยาในเด็ก รวมถึงการได้รับยาของคุณแม่ หากเป็นทารกที่ดื่มนมแม่ หากสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ และเด็กไม่มีอาการผิดปกติร่วม สามารถเฝ้าสังเกตได้ 24–48 ชั่วโมง หากอุจจาระกลับเป็นสีปกติ มักไม่ใช่ปัญหาร้ายแรง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการร่วม ควรพาเด็กไปพบแพทย์

babys-stool-is-black-and-smelly

เช็กเมนูอาหาร: เมื่อ "ตับ" "บลูเบอร์รี" หรือ "โอรีโอ" ทำให้อึลูกสีเข้ม

อาหารบางชนิดมีสีหรือสารที่สามารถเปลี่ยนสีอุจจาระ เช่น บลูเบอร์รี ตับ หรือคุกกี้/ขนมสีเข้ม ถ้าลูกเพิ่งเริ่มกินอาหารเหล่านี้และอุจจาระดำขึ้นชั่วคราว ให้สังเกต 1–2 ครั้ง หากไม่มีอาการอื่น ไม่ต้องกังวลมาก

เช็กให้ชัวร์! "สีดำ" หรือแค่ "สีเขียวเข้มจัด" พ่อแม่แยกอย่างไร?

สีเขียวเข้มมักเกิดจากผักใบเขียวหรืออาหารที่มีสีย้อม แต่ สีดำแท้ จะเป็นดำสนิทหรือดำแบบยางมะตอย และบ่อยครั้งมีพื้นผิวเหนียวมันวาว หรือมีกลิ่นเปลี่ยนไป หากสงสัยให้ถ่ายรูปในแสงธรรมชาติแล้วเปรียบเทียบ หรือเก็บตัวอย่างไว้ให้แพทย์ดู ทั้งนี้สามารถส่องไฟสว่าง ๆ ดูสี ถ้าเห็นเป็นดำสนิทให้ระวังมากขึ้น ส่วนถ้าเป็นเขียวเข้ม ให้ลองตรวจสอบอาหารและยาที่ได้รับ

สัญญาณเตือนฉุกเฉิน! อาการร่วมแบบไหนที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

หากพบอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับลูกอุจจาระสีดำ มีกลิ่นเหม็น ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน และไม่ควรรออาการดีขึ้นเอง

สัญญาณอันตรายที่พบได้

อาเจียนเป็นเลือด หรือมีลักษณะคล้ายกากกาแฟ

อุจจาระสีดำเหนียว มันวาว และมีกลิ่นแรง ติดต่อกันหลายครั้ง

ซีดจัด เหงื่อออก มือเท้าเย็น หายใจลำบาก (สัญญาณช็อกจากการเสียเลือด)

ปวดท้องรุนแรง หรือท้องแข็งตึง ร่วมกับไม่ถ่ายหรือไม่ผายลมเป็นเวลานาน

มีเลือดสดปนในอุจจาระ หรือมีภาวะเลือดออกเห็นได้ชัด

ในกรณีเหล่านี้ อย่ารอเวลา เพราะอาจเป็นภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งหากการรักษาล่าช้าอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ลูกกลืนเลือดแม่จากหัวนมแตก ทำให้อึสีดำได้หรือไม่?

เป็นไปได้ แต่ไม่บ่อยและมักไม่รุนแรง หากมารดาให้นมบุตรและมีภาวะหัวนมแตกจนมีเลือดออก บางครั้งทารกอาจกลืนเลือดที่ผ่านระบบย่อยอาหารแล้ว ทำให้อุจจาระมีสีคล้ำหรือสีดำได้ ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปจะไม่ทำให้อุจจาระมีลักษณะเป็น melena แบบต่อเนื่องหรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง หากพบว่าอุจจาระสีดำเกิดขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วม ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม และแจ้งแพทย์ว่ามีเหตุการณ์หัวนมแตกและเลือดออก เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย อย่างถูกต้อง

เมื่อไปพบแพทย์: ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง และแพทย์จะตรวจอะไร?

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนพาลูกไปพบแพทย์

จดบันทึกลักษณะอุจจาระ เช่น สี จำนวนครั้ง ความถี่ มีเลือดสดหรือไม่ รวมถึงกลิ่นหรือความเหนียวผิดปกติ

รายการอาหาร ยา หรืออาหารเสริมที่เด็กได้รับในช่วง 24–72 ชั่วโมงก่อนหน้า

อาการร่วม เช่น อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด หรืออ่อนเพลีย

ประวัติสุขภาพเด็ก เช่น โรคประจำตัว ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ ประวัติการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ

แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมดังนี้

ตรวจร่างกายทั่วไป โดยเน้นช่องท้อง ระดับความซีด และการทำงานของหัวใจและปอด

ตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ตรวจเลือด เพื่อประเมินระดับฮีโมโกลบิน ภาวะโลหิตจาง และการแข็งตัวของเลือด

ตรวจอัลตราซาวนด์หรือ CT scan หากสงสัยความผิดปกติภายใน

อาจพิจารณาส่องกล้องทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเมื่อสงสัยแหล่งเลือดที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก

ทั้งนี้แพทย์จะประเมินตามภาพรวมและอาการของเด็กแต่ละราย ผู้ปกครองควรให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

สรุป: "อึสีดำ" ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป แต่การสังเกตอย่างใกล้ชิดคือหัวใจสำคัญ

ถึงแม้ว่าลูกอุจจาระสีดํา มีกลิ่นเหม็นในเด็กจะไม่ใช่ภาวะอันตรายทุกราย แต่ไม่ควรละเลยและควรเฝ้าสังเกต โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น ซีด อาเจียน ปวดท้อง หรือกินยา/อาหารเสริม ที่ทำให้สีดำได้ หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เด็กทันที

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x