สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

baby-poops-per-day

คำถามยอดฮิตของพ่อแม่มือใหม่ เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้ง

พฤติกรรมการขับถ่ายของทารกนั้นแตกต่างกันได้มากในแต่ละคน จึงไม่มีจำนวนครั้งที่ “ถูกต้องที่สุด” ว่าทารกควรอึวันละกี่ครั้ง บางคนอาจอึหลายครั้งต่อวัน ขณะที่บางคนอาจหลายวันจึงอึ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสังเกตภาพรวมของการขับถ่าย ไม่ว่าจะเป็นสีของอุจจาระ ลักษณะ เนื้อสัมผัส ความถี่ และพฤติกรรมโดยรวมของลูก นอกจากนี้ยังแนะนำให้ดูแลในกรณีที่มีสัญญาณผิดปกติด้วย

ตรวจสอบบทความโดย: พิมพ์พิชญา จันทร์หอม
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
การพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยผู้ใหญ่วิกฤต

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

ไขข้อข้องใจ: “เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้ง” ถึงเรียกว่าปกติ?

ช่วง 1-3 วันแรก: รู้จัก “ขี้เทา” และความถี่ในการขับถ่ายของทารกแรกเกิด

ทีม “นมแม่ล้วน”: ถ่ายวันละ 8-10 ครั้ง หรือถ่ายทุกมื้อ ผิดปกติไหม?

ทีม “นมผง”: ความถี่ในการขับถ่ายควรเป็นอย่างไร?

ลูกกินนมแม่ “ไม่ถ่ายหลายวัน” (3-7 วัน) ทำไมหมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ?

แยกให้ออก! “ถ่ายบ่อย” หรือ “ท้องเสีย” สังเกตจากอะไร?

สัญญาณ “ท้องผูก” ในทารก: ไม่ได้ดูที่จำนวนวัน แต่ดูที่ “ลักษณะอึ”

เทคนิค “นับผ้าอ้อม” (Diaper Count): วิธีเช็กว่าลูกกินอิ่มและขับถ่ายดี

สีอุจจาระบอกสุขภาพ: สีเหลืองทอง / สีเขียว / สีไหนปกติ สีไหนอันตราย?

ช่วง “ยืดตัว” (Growth Spurt) มีผลต่อการขับถ่ายของลูกหรือไม่?

การนวดท้องท่า “I Love You”: ตัวช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ลูกน้อย

สรุป: อาการ “ธงแดง” (Red Flags) แบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์

ไขข้อข้องใจ: "เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้ง" ถึงเรียกว่าปกติ?

เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้งเป็นคำถามยอดฮิตของผู้ปกครองมือใหม่ หลายคนกังวลเมื่อลูกถ่ายบ่อยผิดปกติ หรือตรงข้ามคือไม่ถ่ายหลายวัน แต่ความจริงแล้ว ความถี่การขับถ่ายของทารกแตกต่างกันมาก ขึ้นกับหลายปัจจัย โดยเฉพาะอายุของลูก นมที่ทาน ถ้าพ่อแม่มองภาพรวมเหล่านี้ร่วมกัน ก็จะช่วยประเมินได้แม่นยำกว่าการดูแค่จำนวนครั้งที่ลูกถ่าย

ช่วง 1-3 วันแรก: รู้จัก "ขี้เทา" และความถี่ในการขับถ่ายของทารกแรกเกิด

ในช่วงหลังคลอด ทารกจะถ่าย “ขี้เทา” หรือเมโคนียม ซึ่งมีลักษณะเหนียว สีเขียว‑ดำ และหนืด โดยทั่วไปควรขับถ่ายภายใน 24 ชั่วโมงแรก เพราะเป็นสัญญาณว่าลำไส้ทำงานปกติ หากยังไม่ถ่ายเลยควรให้แพทย์ตรวจเพิ่มเติม หลังจากผ่านระยะขี้เทาไปแล้ว อุจจาระของทารกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว‑เหลืองภายในประมาณ 2–5 วัน ซึ่งเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของระบบขับถ่ายในช่วงแรกเกิด

ทีม "นมแม่ล้วน": ถ่ายวันละ 8-10 ครั้ง หรือถ่ายทุกมื้อ ผิดปกติไหม?

ทารกที่กินนมแม่มักถ่ายอึบ่อยกว่าเด็กกินนมผง เพราะนมแม่ย่อยง่ายมาก ในช่วงเดือนแรกลูกน้อยอาจถ่าย 5–6 ครั้งต่อวันได้โดยปกติ ทารกแรกเกิดอาจถ่ายอุจจาระวันละหลายครั้งได้ โดยเฉพาะในทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่อาจถ่ายเกินวันละ 10 ครั้ง แต่ถือว่าเป็นภาวะปกติ ถ้าอึมีลักษณะนิ่ม ไม่มีมูก-เลือด 

ดังนั้นหากมีคำถามว่าเด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้ง สำหรับทารกกินนมแม่, ถ่าย 8-10 ครั้ง/วัน หรือแม้แต่มากกว่านั้น อาจยังเรียกว่าปกติได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะอึและสุขภาพโดยรวมของลูก

ทีม "นมผง": ความถี่ในการขับถ่ายควรเป็นอย่างไร?

เด็กที่กินนมผง มักถ่ายน้อยกว่าทารกกินนมแม่ เด็กจะกินนมผงอาจถ่าย 3–4 ครั้งต่อวัน ในช่วงแรก แต่บางคนอาจข้ามไปหลายวันได้ เมื่ออายุประมาณ 16 สัปดาห์ ความถี่การถ่ายอุจจาระเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้งต่อวัน

ลูกกินนมแม่ "ไม่ถ่ายหลายวัน" (3-7 วัน) ทำไมหมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ?

หลังผ่านสัปดาห์แรก เด็กบางคนที่กินนมแม่อาจถ่ายน้อยลงมาก  เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้ง บางรายอาจถ่ายแค่ครั้งเดียวใน 3–6 วัน แต่ยังถือว่าปกติ ถ้าอึยังนุ่ม น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์

เมื่ออายุประมาณ 6 สัปดาห์ขึ้นไป ความถี่ในการถ่ายอาจยิ่งลดลงอีก อาจถ่ายวันละครั้ง หรือบางรายถ่ายเพียงสัปดาห์ละครั้งก็ยังถือว่าปกติ สำหรับเด็กที่กินนมแม่ล้วน ตราบใดที่ยังสบายตัว ไม่เบ่งเจ็บ ไม่ร้องงอแง และอุจจาระไม่ได้แข็งเป็นก้อน การถ่ายห่างหลายวันไม่ถือว่าเป็นอาการท้องผูก

แยกให้ออก! "ถ่ายบ่อย" หรือ "ท้องเสีย" สังเกตจากอะไร?

การที่เด็กถ่ายบ่อยไม่ได้หมายความว่าเป็นท้องเสียเสมอไป สิ่งสำคัญคือการดู “ลักษณะอุจจาระ” ร่วมด้วย หากถ่ายบ่อยแต่อึนิ่มหรือเหลวเล็กน้อย และยังกินได้ดี ร่าเริง น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ แบบนี้มักเป็นการขับถ่ายปกติ โดยเฉพาะในเด็กที่กินนมแม่ซึ่งมีโอกาสถ่ายบ่อยกว่าเด็กที่กินนมผสมแต่ถ้าอุจจาระเหลวมากจนเหมือนน้ำ มีมูกเลือด หรือถ่ายบ่อยจนลูกดูซึม อ่อนแรง หรือมีสัญญาณขาดน้ำ แบบนี้จึงเข้าข่าย “ท้องเสีย” และควรได้รับการประเมินจากแพทย์

สัญญาณ "ท้องผูก" ในทารก: ไม่ได้ดูที่จำนวนวัน แต่ดูที่ "ลักษณะอึ"

ท้องผูกในทารกไม่ได้วัดจากจำนวนวันที่ไม่ถ่าย สิ่งที่ต้องสังเกตจริง ๆ คือ ลักษณะอุจจาระ หากอึเป็นก้อนแข็ง คล้ายลูกกระสุน มีเลือดปน หรือทารกร้องไห้เวลาเบ่ง แบบนี้จึงเข้าข่ายท้องผูก แต่ถ้าถ่ายห่างหลายวันแล้วอุจจาระยังนิ่ม ลูกสบายตัว กินได้ดี แบบนี้ให้ถือว่า ไม่ใช่ท้องผูก

เทคนิค "นับผ้าอ้อม" (Diaper Count): วิธีเช็กว่าลูกกินอิ่มและขับถ่ายดี

การนับจำนวนผ้าอ้อมที่มีอึเป็นวิธีง่ายและได้ข้อมูลสำคัญ เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้งในช่วงอายุ 1–30 วันแรก ทารกมักถ่ายบ่อยมาก บางรายอาจมีอุจจาระได้หลายครั้งต่อวัน ประมาณ 8–10 ครั้ง เพราะระบบทางเดินอาหารกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง และนมแม่ย่อยง่ายจึงทำให้ถ่ายบ่อยขึ้น

ถ้าผ้าอ้อมมีอึในปริมาณเหมาะสมสม่ำเสมอ มักหมายความว่าลูกดูดนมเพียงพอและลำไส้ทำงานดี แต่ถ้าผ้าอ้อมเปียกหรือมีอึน้อยผิดปกติ ติดต่อกันหลายวัน หรืออุจจาระมีความแข็ง กลิ่นแรง หรือสีผิดไปจากเดิม อาจเป็นสัญญาณว่าลูกกินได้น้อยกว่าที่ควร หรือระบบขับถ่ายมีปัญหา และควรให้แพทย์ช่วยประเมินเพิ่มเติม

สีอุจจาระบอกสุขภาพ: สีเหลืองทอง สีเขียว สีไหนปกติ สีไหนอันตราย?

สีของอึทารก เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องสังเกต ในช่วงเดือนแรก ทารกอาจถ่าย 8–10 ครั้งต่อวัน และอึมักมีสีเหลือง-ทองหรือนิ่ม เหมือนแป้งเปียก หากอุจจาระมีสีผิดปกติ เช่น สีขาว เทา มูกเลือด อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ และควรพาไปพบแพทย์

ช่วง "ยืดตัว" (Growth Spurt) มีผลต่อการขับถ่ายของลูกหรือไม่?

ช่วงที่ลูกยืดตัวมักกินนมบ่อยขึ้น ทำให้บางครั้งถ่ายบ่อยขึ้นหรือเปลี่ยนลักษณะอุจจาระได้ชั่วคราว เพราะระบบย่อยยังไม่เสถียร แต่ถ้าลูกยังร่าเริง กินได้ดี และไม่มีสัญญาณผิดปกติ ความถี่การถ่ายที่เปลี่ยนไปมักไม่ต้องกังวล หากถ่ายผิดปกติมาก เช่น ถ่ายเป็นน้ำบ่อยหรือมีเลือดปน ควรปรึกษาแพทย์

การนวดท้องท่า "I Love You": ตัวช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ลูกน้อย

การนวดท้องท่า “I Love You” เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ลำไส้ของลูกทำงานดีขึ้น โดยนวดเบา ๆ บริเวณหน้าท้องตามแนวตัวอักษร I‑L‑U เพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ควบคู่กับการขยับขาลูกแบบ “ปั่นจักรยาน” ซึ่งช่วยไล่ลมและลดอาการท้องอืดได้ดี วิธีนี้เหมาะสำหรับช่วยให้ลูกขับถ่ายได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยา และควรหลีกเลี่ยงการให้ยาระบายกับทารกโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

สรุป: อาการ "ธงแดง" (Red Flags) แบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์

ถึงแม้เด็กทารกถ่ายวันละกี่ครั้งจะมีความหลากหลายกว้างมาก แต่ก็มีสัญญาณไม่ปกติ ที่ควรระวัง

1.อุจจาระสีขาว เทา หรือซีดมาก : อาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของตับ ระบบน้ำดี หรือระบบทางเดินอาหาร และต้องประเมินโดยแพทย์ทันที

2.ถ่ายเหลวมากเหมือนน้ำ มีมูกหรือเลือดปน ถี่จนเสี่ยงขาดน้ำ มักเป็นสัญญาณของภาวะท้องเสียรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

3.อุจจาระแข็งมาก ถ่ายเป็นก้อน ต้องเบ่งนาน หรือร้องเจ็บตอนถ่าย เข้าข่ายท้องผูกที่อาจต้องรักษาหรือหาสาเหตุเพิ่มเติม

4.ถ่ายหรือปัสสาวะน้อยผิดปกติหลายวัน พร้อมอาการซึม ไม่กินนม หรือไม่มีเรี่ยวแรงเป็นสัญญาณเสี่ยงขาดน้ำหรือเจ็บป่วยที่ต้องตรวจทันที

5.ถ่ายมูกเลือดซ้ำหลายครั้ง หรืออึมีกลิ่นผิดปกติอย่างชัดเจน อาจบ่งบอกการติดเชื้อหรือภาวะแพ้โปรตีนนมวัว ควรรีบพบแพทย์

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x