สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

baby-poop

ลักษณะอึเด็กทารก สัญญาณสุขภาพที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ

อึของเด็กทารกไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาของการขับถ่าย แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพ ระบบย่อยอาหาร และโภชนาการที่ได้รับ การสังเกตลักษณะ สี และความถี่ของอึเด็กทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้ เพื่อดูแลให้ลูกน้อยเติบโตแข็งแรงและปลอดภัย

ตรวจสอบบทความโดย: ศุภลักษณ์ อารีมิตร
การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้น 1

ลักษณะและสีของอึเด็กทารกสำคัญอย่างไร

อึเด็กทารก (baby stool) ไม่ใช่แค่สิ่งที่ต้องทำความสะอาดออกเฉย ๆ แต่มันเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพลูกน้อย ระบบย่อยอาหาร การดูดซึมอาหาร และโภชนาการที่ได้รับ ถ้าอึเด็กทารกมีลักษณะ สี กลิ่น หรือความถี่ที่เปลี่ยนแปลงไป มักเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกอาจมีปัญหาสุขภาพ เช่น ท้องเสีย ภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อ ดังนั้นการสังเกต อึเด็กทารก เป็นการเฝ้าระวังสุขภาพที่พ่อแม่และผู้ดูแลสามารถทำได้เอง

ลักษณะอึเด็กทารกในแต่ละช่วงวัย

-แรกเกิด – 2 วันแรก ลักษณะอึเด็กทารกจะเป็น “ขี้เทา” มีสีดำหนืดเหนียว เพราะประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง น้ำคร่ำ เมือก และของเสียจากมดลูก 

-3 -7 วัน ลักษณะอึเปลี่ยนเป็นสีเขียวถึงเหลืองเข้ม ขึ้นอยู่กับน้ำนมแม่หรือนมผง ความเหนียวลดลง

-ช่วงแรกทารกที่กินนมแม่ ลักษณะอึเด็กทารกจะนิ่มมาก เหลว หรือบางทีก็มีเนื้อเม็ดเล็ก ๆ สีเหลืองมัสตาร์ด คล้ายมัสตาร์ดมีเมล็ดข้าว 

- ทารกที่กินนมผง ลักษณะอึเด็กทารกจะค่อนข้างมีเนื้อแน่นกว่า สีเหลืองน้ําตาลหรือสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นแรงกว่าเด็กที่กินนมแม่

เมื่ออายุ 6 เดือน เป็นช่วงเริ่มอาหารเสริมตามวัย ลักษณะอึเด็กทารกจะมีลักษณะเป็นก้อนมากขึ้น สีอาจเปลี่ยนตามอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ แครอท ฟักทอง ฯลฯ และกลิ่นแรงขึ้นตามธรรมชาติ 

สีของอึเด็กทารกบอกสุขภาพอย่างไร

-สีเขียว อาจเป็นผลจากน้ำนมส่วนหน้า มากกว่าส่วนหลัง หรือการเปลี่ยนแปลงของอาหาร หรือรับธาตุเหล็กบางชนิด

-สีเหลือง-ทอง /มัสตาร์ด เป็นสีอึเด็กทารกที่ค่อนข้างปกติ โดยเฉพาะในเด็กที่กินนมแม่อย่างเดียว สีเหลืองทองแสดงถึงการย่อยที่ดี

-สีน้ำตาล / น้ำตาลอมเหลือง มักพบในเด็กที่กินนมผง หรือหลังจากเริ่มอาหารเสริมแล้วสีของอาหารมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนสีอึเด็กทารก

-สีดำ ถ้าเป็นในช่วงแรกเกิด (ขี้เทา) จะปกติ แต่ถ้าอึเด็กทารกสีดำเกิดขึ้นหลังช่วงแรกเกิดหรือมีเลือดปนอาจเป็นสัญญาณของปัญหาในทางเดินอาหาร 

-สีแดง ถ้าเป็นสีแดงสดหรือมีเลือดปน ถือเป็นอาการที่ต้องระวัง อาจเกิดจากแผล ทวารหนัก หรือปัญหาเลือดออกภายในทางเดินอาหาร

-สีขาวซีด / เทา บ่งบอกว่าน้ำดีอาจไม่ถูกส่งเข้าทางเดินอาหารเพียงพอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือท่อน้ำดี

อึเด็กทารกปกติควรเป็นแบบไหน

อึเด็กทารกที่ถือว่าปกติมีลักษณะดังนี้

-ความนิ่ม นิ่มหรือเหลว โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่

-สี เหลืองทอง เหลืองมัสตาร์ด น้ำตาลอ่อน ไม่มีสีที่ผิดปกติปน เช่น สีแดงสด สีขาว หรือสีดำมากเกินไป ถ้าไม่ใช่ขี้เทา

-กลิ่น ไม่เหม็นแรงจนผิดปกติ เช่น กลิ่นคาวคล้ายของเน่า ถ้าอึเด็กทารกที่กินนมแม่มักสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นอ่อนมากกว่าเด็กที่กินนมผง

-ปริมาณ / ความถี่ /ความต่อเนื่อง หากถ่ายบ่อยในช่วงเดือนแรก หรือหลังกินนมแม่เกือบทุกมื้อ แล้วลดลงเมื่อโตขึ้น ทารกถ่ายหลายวันติดกันโดยที่อึยังคงนิ่มและลูกสุขภาพดี ยังถือว่าปกติ

ความถี่ของการขับถ่ายอึเด็กทารกต่อวัน

เด็กที่ กินนมแม่ มักถ่ายบ่อยกว่าเด็กที่กิน นมผง ในเดือนแรก เด็กทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวอาจถ่าย 4-12 ครั้งต่อวัน หลังจากผ่านช่วง 6 สัปดาห์เป็นต้นไป ความถี่มักลดลง เด็กบางคนอาจถ่ายวันละ 1-3 ครั้ง หรือบางรายอาจทุก 2-3 วันก็ยังถือว่าเป็นปกติถ้าอึเด็กทารกนิ่มและลูกกินนม/อาหารได้ดีตามปกติ มีงานวิจัยที่แสดงว่า เด็กทารกอายุ 0-14 สัปดาห์ที่กินนมแม่มีเฉลี่ยประมาณ 3.3 ครั้งต่อวัน ขณะที่เด็กที่กินนมผงมีประมาณ 2.0 ครั้งต่อวัน

ปัจจัยที่มีผลต่ออึเด็กทารก เช่น นมแม่หรือนมผง

ชนิดของนม เด็กที่กินนมแม่อย่างเดียว อึจะเหลว สีเหลืองอ่อน-เหลืองทอง เนื้อนิ่มมาก กลิ่นไม่แรง ส่วนเด็กที่กินนมผง อึเด็กทารกจะค่อนข้างแน่น สีอาจเข้มขึ้น น้ำตาล หรือมีความแตกต่างขององค์ประกอบที่ย่อยช้ากว่า 

ปริมาณนม / ความถี่ในการให้นม ถ้าให้บ่อย น้ำนมแม่เต็มที่ อาจมีการเบ่งอึเด็กทารกหลังแต่ละมื้อได้

อาหารเสริม เมื่อเริ่มอาหารเสริม สีและลักษณะของอึเด็กทารกจะเปลี่ยนตามประเภทอาหารที่กิน เช่น ผักผลไม้บด ธาตุเหล็ก ฯลฯ

สุขภาพทางเดินอาหาร /การดูดซึม /การเคลื่อนไหวลำไส้ ถ้ามีปัญหา เช่น ภูมิแพ้ แบคทีเรีย ภาวะลำไส้อักเสบ อาจทำให้อึเด็กทารกเปลี่ยนสีหรืออึบ่อยได้

ยาหรือธาตุเหล็ก /วิตามินเสริม บางสูตรนมผงที่มีธาตุเหล็ก หรืออาหารเสริมที่มีโลหะหรือยาบางชนิด อาจทำให้อึเด็กทารกเปลี่ยนสี เช่น สีเขียวเข้มหรือเหนียวขึ้น

baby-poop

อึเด็กทารกสีเขียว เกิดจากอะไรและควรทำอย่างไร

สาเหตุที่อึเด็กทารกสีเขียว

1.การรับน้ำนมแม่ส่วนหน้า เยอะกว่าส่วนหลัง ทำให้ได้รับน้ำตาลแลคโตสในนมแม่เพิ่มขึ้นในลำไส้ อึจึงมีสีเขียวมากขึ้น

2.ความถี่ของการขับถ่าย เช่น ถ่ายบ่อย หรืออาหารผ่านลำไส้เร็วเกินไป 

3.ธาตุเหล็กในนมผง หรืออาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก ทำให้สีอึเด็กทารกออกโทนเขียวเข้มขึ้น

4.เปลี่ยนสูตรนมหรืออาหารของแม่ให้นม  เช่น ผักโขม อาหารหรือเครื่องดื่มที่ใส่สีผสมอาหารสีเขียว ธาตุเหล็กส่งผลต่อสีอึเด็กทารกให้ออกสีเขียวได้

ควรทำอย่างไรเมื่อเจออึเด็กทารกสีเขียว

สังเกตสิ่งอื่นร่วมด้วย เช่น ลูกอึบ่อยมาก ถ่ายเหลว น้ำหนักขึ้น-ไม่ขึ้น ร้องไห้มากกว่าปกติ ถ้าเด็กสุขภาพดี กินนมดี ไม่มีอาการท้องเสียหรือถ่ายเหลวจัด สีเขียวเพียงอย่างเดียวมักไม่เป็นอันตราย ปรับปริมาณหรือเวลาการให้เต้า ให้แน่ใจว่าได้รับนมหลังมากพอ ทั้งปรึกษาแพทย์ถ้าอึเด็กทารกสีเขียวร่วมกับอาการอื่น เช่น มีมูกเลือด เจ็บตัว ปวดท้อง หรือมีไข้

อึเด็กทารกสีดำหรือสีแดง อันตรายหรือไม่

สีดำ

ถ้าหมายถึงขี้เทาในช่วง 1-2 วันแรกหลังคลอดจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอึเด็กทารกสีดำเกิดขึ้นหลังช่วงนั้น หรือมีลักษณะเหนียว-มัน หรือมีเลือดปน  อาจเป็นสัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหารหรือปัญหาอื่น ๆ ควรรีบพบแพทย์

สีแดง

ถ้าเป็นสีแดงสดหรือมีเลือดสด อาจมาจากแผลที่ทวารหนัก หรือเลือดจากระบบทางเดินอาหาร ถ้าเกิดในเด็กที่กินนมอย่างเดียวควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม  แต่หากเกิดหลังเริ่มอาหารเสริมตามวัยแล้ว ต้องพิจารณาร่วมกับสีอาหารที่ลูกทาน ถ้าไม่แน่ใจว่าเกิดจากอาหาร ควรเฝ้าระวัง สีแดงในอึเด็กทารก ถือเป็นข้อบ่งชี้ว่า ควรพาลูกไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม

อึเด็กทารกแข็งหรือท้องผูก สาเหตุและวิธีแก้ไข

สาเหตุ 

นมผสม หรืออาหารที่ลูกทาน ที่ย่อยยากกว่า และเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้อาจน้อยกว่าทารกที่กินนมแม่ ด้วยปริมาณน้ำและของเหลวไม่เพียงพอ และการเคลื่อนไหวน้อย เนื่องจากทารกขยับตัวได้น้อย รวมถึงอาหารเสริม หรือการเลือกสูตรนมที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการเปลี่ยนนมที่เร็วเกินไปก็เป็นสาเหตุได้ 

วิธีแก้ไข

1.ให้ลูกได้รับนมแม่ให้เพียงพอเน้นการทานนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด

2.หากจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกสูตรนมที่เหมาะสมกับสุขภาพของทารก

3.นวดท้องเบา ๆ ขยับขาพร้อมกับลูกเหมือนปั่นจักรยานเพื่อช่วยบริหารลำไส้ให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว

4.เพิ่มปริมาณนมให้เพียงพอ

5.ปรึกษาแพทย์เมื่อท้องผูกมาก หรือถ่ายยากมาก

อึเด็กทารกเหลวหรือมีมูก ต้องพาไปพบแพทย์หรือไม่

ถ้าอึเด็กทารกเหลวไม่มีกากปน ถ่ายบ่อยเกินกว่าปกติ มีสีแปลก กลิ่นแรง มีมูกหรือเลือดปนมาด้วย นี่อาจเป็นอาการของ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อในทางเดินอาหาร และมีอาการ เช่น มีไข้ อาเจียน ซึม ปฏิเสธการทานนม 2 มื้อติดต่อกัน เป็นบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องไปพบแพทย์ทันที แต่ถ้าเหลวเล็กน้อย มีเนื้อปน กลิ่นสีปกติ และลูกยังดูปกติ กินนมได้ ร่าเริงเริงดี ไม่งอแง สามารถสังเกตอาการก่อนได้

เคล็ดลับดูแลระบบขับถ่ายของเด็กทารกให้แข็งแรง

1.ให้นมแม่อย่างเดียว ถึง 6 เดือน  เพราะนมแม่ย่อยง่าย และมีแบคทีเรียในลำไส้ชนิดดี หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ในการเลือกสูตรนม

2.ให้นมแม่อย่างเพียงพอ บ่อยมื้อ โดยเฉพาะในช่วง1-2 เดือนแรก เพื่อช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดี

3.ถ้าใช้สูตรนมผง ควรเลือกสูตรที่เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ มีธาตุเหล็กและส่วนผสมที่ย่อยง่าย

4.เมื่อเริ่มอาหารเสริมตามวัย ให้เริ่มอย่างช้า ๆ เมื่อมีการเปลี่ยน หรือเพิ่มชนิดของอาหารให้สังเกตการขับถ่าย โดยเฉพาะ กลุ่มผัก ผลไม้ ที่มีใยอาหาร 

5.ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลูก ในเด็กทารกยังไม่สามารถเหยียดตัวเคลื่อนที่ได้มาก แต่การขยับขาเบา ๆ นวดหน้าท้องสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้

6.ดูแลเรื่องปริมาณนม น้ำ ให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่ออึเด็กทารกมีลักษณะเหลวหรือมีอาการท้องเสีย

อึเด็กทารกแบบไหน อาการอย่างไร ที่ควรพาไปพบแพทย์

ควรพาเด็กทารกไปพบแพทย์เมื่อ

-อึเด็กทารกมี เลือดสด มีลิ่มเลือดปน มีกลิ่นเหม็นคาวคล้ายของเน่า

-อึเด็กทารกสีขาวซีด หรือสีเทา ซึ่งอาจบอกถึงปัญหาการทำงานของตับหรือท่อน้ำดี

-อึเด็กทารกสีดำหลังขี้เทาหมดไปแล้ว

-ลูกอึเหลวไม่มีเนื้อปน ถ่ายบ่อย ร่วมกับอาเจียน ซึมลง งอแง ทานนมน้อยหรือปฏิเสธการทานนม 2 มื้อติดต่อกัน

-ลูกท้องผูกรุนแรง ถ่ายแข็งมาก ถ่ายลำบาก หรือไม่ถ่าย หรือไม่ผายลมเลย เกิน 5 วัน 

-ระยะเวลานานผิดปกติ เช่น เด็กทารกที่กินนมแม่แต่ไม่ถ่ายเกิน 1-2 สัปดาห์ โดยที่ไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น น้ำหนักไม่ขึ้น

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x