สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

baby-cries-writhes-face-turns-black-and-red

ลูก ร้อง บิดตัว หน้าดำหน้าแดง เพราะอะไร? เข้าใจสาเหตุ พร้อมช่วยลูกให้ถูกทาง

พ่อแม่มือใหม่หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูก “ลูก ร้อง บิดตัว หน้าดำหน้าแดง”  โดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร อาการเหล่านี้อาจมาจากที่ฃลูก หิว ง่วง หรือไม่สบายท้อง ไปจนถึงภาวะโคลิคหรือปัญหาระบบทางเดินอาหารบางอย่างที่ต้องใส่ใจการเข้าใจต้นเหตุอย่างถูกต้องจะช่วยให้พ่อแม่รับมือได้อย่างมั่นใจ และช่วยให้ลูกน้อยสบายตัวขึ้น

ตรวจสอบบทความโดย: พิมพ์พิชญา จันทร์หอม
พยาบาลศาสตรบัณฑิต การพยาบาลและการผดุงครรภ์
การพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยผู้ใหญ่วิกฤต

เลือกอ่านตามหัวข้อที่ต้องการ

"ลูก ร้อง บิดตัว หน้าดำหน้าแดง" อาการนี้ปกติหรือไม่?

เจาะ 4 สาเหตุหลัก: ทำไมลูกถึงร้องบิดตัวจนหน้าแดง?

"โคลิค" (Colic) อาการร้อง 3 เวลา ที่ทำให้พ่อแม่ปวดหัว

ภาวะ "ท้องอืด" ตัวการสำคัญที่ทำให้ลูกไม่สบายท้อง

แยกให้ออก: ลูกบิดตัวเพราะ "เบ่งอึ" หรือ "ท้องผูก" กันแน่?

"กรดไหลย้อนในทารก" (GERD) สาเหตุที่ซ่อนอยู่ที่พ่อแม่มักมองข้าม

8 วิธีปลอบโยนและรับมือ เมื่อลูกน้อยร้องบิดตัวไม่หยุด

How-to: "จับเรอ" ท่าไหนถูกต้อง? ช่วยลดอาการท้องอืดได้จริง

สอนนวดท้องไล่ลม ท่า "I Love You" ช่วยลูกผายลม สบายท้อง

แม่ให้นมต้อง "งด" อาหารอะไรบ้าง? เมื่ออาหารแม่ส่งผลถึงลูก

"ลูก ร้อง บิดตัว" จำเป็นต้องเปลี่ยนนมผงหรือไม่?

สัญญาณเตือน! ร้องบิดตัวแบบไหนที่ "ไม่ปกติ" และต้องรีบไปพบแพทย์

“ลูก ร้อง บิดตัว หน้าดำหน้าแดง” อาการนี้ปกติหรือไม่?

ในช่วงเดือนแรกหลังคลอด ทารกยังไม่สามารถสื่อสารความไม่สบายได้ จึงแสดงออกด้วยการร้องเสียงดังและบิดตัว ซึ่งหากร้องไม่นานแล้วสงบได้เอง มักไม่อันตราย แต่หากร้องเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกันหลายวัน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมิน

เจาะ 4 สาเหตุหลัก: ทำไมลูกถึงร้องบิดตัวจนหน้าแดง?

อาการโคลิค (Colic) -  ร้องไห้หนัก ต่อเนื่อง โดยไม่ทราบสาเหตุ มักเกิดช่วงเย็นถึงหัวค่ำแม้กินอิ่ม นอนพอ ก็ยังไม่หยุดร้องง่าย

ท้องอืด / มีลมในท้อง -  ระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานไม่สมบูรณ์ทำให้แน่นท้อง ไม่สบายตัว จึงบิดตัวงอและร้อง

กรดไหลย้อนในทารก -  มักร้องหลังดูดนมหรือเวลานอนราบ อาจมีอาการแอ่นตัวหรือบิดตัวเพราะแสบหลอดอาหาร

ท้องผูก / เบ่งอึ - อุจจาระแข็งหรือถ่ายยาก ระหว่างเบ่งหน้าจะแดง บางครั้งร้องเพราะเจ็บหรืออึดอัด

"โคลิค" (Colic) อาการร้อง 3 เวลา ที่ทำให้พ่อแม่ปวดหัว

โคลิคมักเกิดในทารกอายุ 2–4 สัปดาห์ โดยจะร้องมากช่วงเย็นถึงค่ำ (เรียกว่า “อาการร้องสามเวลา”) สาเหตุยังไม่ชัดเจน แต่เกี่ยวข้องแต่พบว่าเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์ การกลืนลมหรือมีแก๊สในท้อง ความไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ สังเกตง่าย ๆ คือ ลูกจะร้องเสียงดัง หน้าแดง กำมือแน่น และบิดตัวนานกว่า 10 นาที

ภาวะ "ท้องอืด" ตัวการสำคัญที่ทำให้ลูกไม่สบายท้อง

เด็กเล็กกลืนอากาศขณะดูดนมหรือดูดขวดได้ง่าย ทำให้เกิดลมในท้อง ส่งผลให้ร้องโย้และบิดตัว วิธีช่วยคือ จับเรอทุกครั้งหลังให้นม และนวดท้องเบา ๆ เพื่อช่วยให้ผายลมได้ง่ายขึ้น

แยกให้ออก: ลูกบิดตัวเพราะ "เบ่งอึ" หรือ "ท้องผูก" กันแน่?

ลูกที่บิดตัวเวลาเบ่งอึอาจเป็นเพียงการเบ่งตามปกติหรืออาจเป็นสัญญาณของท้องผูกได้ หากลูกหน้าแดงตอนถ่ายแต่ยังถ่ายทุกวันและอึมีลักษณะนิ่ม นั่นถือว่าเป็นการเบ่งอึตามวัย ยังไม่ใช่ท้องผูก แต่ถ้าอึเป็นก้อนแข็ง ถ่ายยาก ลูกเบ่งนานหรือร้องงอแงตอนถ่าย แบบนี้เข้าข่ายท้องผูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและปรับนมหรืออาหารของแม่ให้เหมาะสม

"กรดไหลย้อนในทารก" (GERD) สาเหตุที่ซ่อนอยู่ที่พ่อแม่มักมองข้าม

ภาวะกรดไหลย้อนในทารกเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้กรดหรือน้ำนมไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร จึงมักร้องงอแง บิดตัวหลังให้นม และมีอาการแหวะนมหรือสำรอกบ่อย การดูแลทำได้โดยอุ้มลูกในท่านั่งพิงหรือตั้งตรงหลังให้นมนานประมาณ 20–30 นาที และหลีกเลี่ยงการให้นอนทันทีหลังดูดนม ช่วยลดการไหลย้อนและทำให้ลูกสบายท้องมากขึ้น

baby-cries-writhes-face-turns-black-and-red

8 วิธีปลอบโยนและรับมือ เมื่อลูกน้อยร้องบิดตัวไม่หยุด

1 อุ้มพาดบ่าและลูบหลังเบา ๆ

2 เปลี่ยนท่าทาง เช่น อุ้มแนวตั้งหรือห่อผ้าหลวม ๆ

3 เปิดเสียง “ไวท์นอยส์” หรือเพลงกล่อมเบา ๆ

4 นวดท้องวนตามเข็มนาฬิกา

5 ตรวจผ้าอ้อมว่าเปียกหรือไม่

6 ให้ลูกดูดจุกนมหรือดูดนมแม่เพื่อปลอบ

7 อาบน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลาย

8 ถ้ายังไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุอื่น

How-to: "จับเรอ" ท่าไหนถูกต้อง? ช่วยลดอาการท้องอืดได้จริง

ท่าพาดบ่า: พาดลูกบนบ่า ลูบหลังขึ้นเบา ๆ

ท่านั่งตัก: ประคองคอและหลังลูก แล้วตบหลังเบา ๆ

ท่านอนคว่ำบนตัก: ใช้มือรองหน้าอกลูกแล้วลูบหลังช้า ๆ

วิธีนี้ช่วยให้ลมในท้องออกได้ง่าย ลดอาการร้องโย้หลังดูดนม 

สอนนวดท้องไล่ลม ท่า "I Love You" ช่วยลูกผายลม สบายท้อง

นวดเบา ๆ บริเวณท้องลูกโดยใช้ฝ่ามืออุ่น ๆ วาดรูปตัว “I”, “L” และ “U” ตามลำดับ ท่านี้ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และลดอาการท้องอืดได้ดี นวดท่าละ 5-10 ครั้ง ทำหลังอาบน้ำหรือก่อนนอนช่วยให้ผ่อนคลาย

แม่ให้นมต้อง "งด" อาหารอะไรบ้าง? เมื่ออาหารแม่ส่งผลถึงลูก

อาหารบางชนิดในน้ำนมแม่อาจทำให้ลูกท้องอืด โดยเฉพาะถั่ว นมวัว อาหารมันจัด หรือเครื่องดื่มอัดลม ซึ่งมักเป็นตัวกระตุ้นอาการท้องอืดหรือแน่นท้องของทารก หากสงสัยว่าอาหารชนิดใดทำให้ลูกมีอาการ ควรลองงดทีละอย่างเป็นเวลา 3–5 วัน แล้วสังเกตว่าลูกดีขึ้นหรือไม่ เพื่อช่วยระบุสาเหตุได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

"ลูก ร้อง บิดตัว" จำเป็นต้องเปลี่ยนนมผงหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที ยกเว้นลูกมีอาการท้องอืดมาก ร้องหลังทุกมื้อ หรืออึเป็นมูกเลือด ในกรณีนี้ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อเลือกนมสูตรย่อยง่าย

สัญญาณเตือน! ร้องบิดตัวแบบไหนที่ "ไม่ปกติ" และต้องรีบไปพบแพทย์

ร้องกรี๊ด เสียงแหลม ไม่ยอมหยุดแม้ปลอบแล้ว

มีไข้ อาเจียน หรือไม่กินนม

หน้าซีดหรือมีเลือดในอึ

น้ำหนักไม่ขึ้น หรืออึผิดสี (เขียวเข้มหรือขาวซีด)

หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที 

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x