สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เราสนับสนุนคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต จากนั้นเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยอย่างเหมาะสมร่วมกับนมแม่จนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น การได้รับโภชนาการที่ดีและสมดุลของมารดาในช่วงให้นมบุตรจึงมีความสำคัญยิ่ง  ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องใช้นมผสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจ และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียมและการใช้อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก


โภชนาการที่ดีควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย คือ รากฐานสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของลูกรัก ฮาร์ททูฮาร์ทคลับ พร้อมเคียงข้างคุณแม่ ด้วยข้อมูลด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เป็นประโยชน์ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกรัก

ฟันแท้ขึ้นกี่ขวบ ลูกฟันแท้ขึ้น วิธีดูแล ฟันแท้ ให้แข็งแรง

รู้ไหมว่าการดูแลฟันที่ดีเริ่มต้นได้ตั้งแต่ฟันซี่แรก ! โดยเฉพาะเมื่อลูกน้อยก้าวเข้าสู่ช่วงวัยที่ฟันน้ำนมเริ่มหลุดและมี ฟันแท้ ขึ้นมาแทนที่ หลายคำถามผุดขึ้นในใจคุณพ่อคุณแม่ เช่น ฟันแท้ขึ้นกี่ขวบ ? แล้วต้องดูแลยังไงให้ฟันแท้แข็งแรงไปนาน ๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ! เพราะบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องฟันแท้แบบละเอียดยิบ ตั้งแต่การทำความเข้าใจลักษณะของฟัน การดูแลที่ถูกวิธี ไปจนถึงเคล็ดลับการกินอาหารดี ๆ เพื่อให้ฟันแท้ของลูกน้อยแข็งแรงสมบูรณ์ไปตลอดชีวิต เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาค้นพบคำตอบไปด้วยกันเลย !

at-what-age-do-permanent-teeth-erupt

ฟันแท้คืออะไร แตกต่างจากฟันน้ำนมอย่างไร

ก่อนจะไปเจาะลึกเรื่องการดูแล เรามาทำความรู้จักกับ “ฟันแท้ (Permanent Teeth / Adult Teeth)” กันก่อนดีกว่า ฟันแท้ก็คือฟันชุดที่สองที่งอกขึ้นมาทดแทนฟันน้ำนมที่หลุดไป เป็นฟันชุดสุดท้ายที่จะอยู่กับเราตลอดชีวิตนั่นเอง ส่วนฟันแท้จะมีความแตกต่างจากฟันน้ำนม ดังนี้ 

- จำนวน : ฟันน้ำนมมี 20 ซี่ ส่วนฟันแท้โดยทั่วไปมีถึง 32 ซี่ (รวมฟันคุด)

- ขนาด : ฟันแท้มีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนม

- สี : ฟันแท้จะมีสีออกเหลืองนวลกว่าฟันน้ำนมเล็กน้อย เนื่องจากมีชั้นเนื้อฟันที่หนากว่า

- ความแข็งแรง : ฟันแท้มีความแข็งแรงและทนทานกว่าฟันน้ำนม เพราะต้องใช้งานไปตลอดชีวิต

- รากฟัน : รากฟันของฟันแท้จะยาวและแข็งแรงกว่ารากฟันน้ำนมมาก

เข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลฟันแท้ได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อฟันแท้ขึ้นมาแล้ว ถ้าเสียไปก็ไม่มีฟันซี่ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้อีกแล้วนะคะ !

ฟันแท้เริ่มขึ้นเมื่อไหร่โดยเฉลี่ย

โดยเฉลี่ยแล้วฟันแท้ซี่แรกจะเริ่มขึ้นเมื่อเด็กอายุประมาณ 6 ขวบ และขากรรไกรมีขนาดใหญ่เพียงพอ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฟันน้ำนมซี่หน้าเริ่มหลุดออกไปนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะเหมือนกันเป๊ะ ๆ นะคะ บางคนอาจจะขึ้นเร็วกว่าหรือช้ากว่าค่าเฉลี่ยนี้เล็กน้อย ก็ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไป

ลำดับการขึ้นของฟันแท้ในเด็ก

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูแผนผังคร่าว ๆ ของลำดับการขึ้นของ ฟันแท้ กันค่ะ โดยทั่วไปแล้ว ฟันแท้จะขึ้นเป็นคู่ ซ้าย-ขวา พร้อม ๆ กันตามลำดับดังนี้

1. ฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 (First Molars) : ประมาณ 6-7 ขวบ

2. ฟันตัดซี่กลาง (Central Incisors) : ประมาณ 6-8 ขวบ 

3. ฟันตัดซี่ข้าง (Lateral Incisors) : ประมาณ 7-9 ขวบ 

4. ฟันเขี้ยว (Canines) : ประมาณ 9-12 ขวบ

5. ฟันกรามน้อยซี่ที่ 1 (First Premolars) : ประมาณ 10-12 ขวบ

6. ฟันกรามน้อยซี่ที่ 2 (Second Premolars) : ประมาณ 10-12 ขวบ

7. ฟันกรามซี่ที่ 2 (Second Molars) : ประมาณ 11-13 ขวบ

8. ฟันกรามซี่ที่ 3 (Third Molars หรือ ฟันคุด) : ฟันซี่สุดท้ายที่อาจจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ได้ค่ะ ถ้าขึ้นก็มักจะช่วงอายุ 17-25 ปี หรือบางคนอาจจะไม่มีเลยก็ได้

ฟันแท้ซี่แรกมักขึ้นที่ตำแหน่งใด

ฟันแท้ซี่แรกหรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 (First Molars)” มักจะโผล่มาที่ ฟันกรามล่างด้านหลัง ซึ่งเป็นซี่ที่อยู่ถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้าย โดยจะขึ้นมาพร้อมกันทั้งซ้ายและขวา และไม่ได้ขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนมซี่ไหน ทำให้บางทีคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะไม่ทันสังเกตเห็นว่าลูกมีฟันแท้ขึ้นแล้ว เพราะไม่ได้มีฟันน้ำนมหลุดนำมาก่อนนั่นเองค่ะ

อายุเฉลี่ยที่เด็กจะมีฟันแท้ครบ 32 ซี่

โดยปกติแล้วเด็กจะมีฟันแท้ครบทั้ง 32 ซี่ เมื่ออายุประมาณ 18-25 ปี โดยจะแบ่งเป็น 16 ซี่อยู่บนขากรรไกรบนและ 16 ซี่อยู่บนขากรรไกรล่าง ทั้งนี้ ฟันคุด (ฟันกรามซี่ที่ 3) จะขึ้นช่วงวัยรุ่นตอนปลาย หรืออาจไม่มีฟันคุดขึ้นเลย ทำให้บางคนอาจจะมีฟันแท้เพียง 28 ซี่เท่านั้น

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็วในการขึ้นของฟัน

แม้จะมีค่าเฉลี่ยเรื่อง ฟันแท้ขึ้นกี่ขวบ แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความเร็วในการขึ้นของฟันในเด็กแต่ละคนได้ เช่น:

- กรรมพันธุ์ : ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีฟันขึ้นช้า ลูกก็อาจจะมีฟันขึ้นช้าตามไปด้วย

- เพศ : โดยทั่วไปแล้ว เด็กผู้หญิงมักจะมีฟันขึ้นเร็วกว่าเด็กผู้ชายเล็กน้อย

- โภชนาการ : การได้รับสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามิน D มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาฟันและกระดูก

- สุขภาพโดยรวม : การมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ก็ส่งผลดีต่อการขึ้นของฟัน

- ปัญหาทางสุขภาพบางอย่าง : ในบางกรณี ปัญหาทางสุขภาพหรือโรคประจำตัวบางอย่างก็อาจส่งผลให้ฟันขึ้นช้ากว่าปกติได้ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติที่น่ากังวล ควรปรึกษาทันตแพทย์ค่ะ

อาการร่วมเมื่อฟันแท้เริ่มขึ้น เช่น เจ็บ เหงือกบวม

เมื่อฟันแท้เริ่มแทงขึ้นมา เหงือกของลูกน้อยอาจมีอาการบางอย่างร่วมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

- อาการเจ็บปวดหรือไม่สบาย : บริเวณเหงือกที่ฟันกำลังจะขึ้น อาจจะรู้สึกเจ็บ ตึง ๆ หรือไม่สบายเล็กน้อย

- เหงือกบวมแดง : บริเวณเหงือกที่ฟันกำลังจะงอกขึ้นมาอาจมีลักษณะบวมแดงเล็กน้อย

- คันเหงือก : เด็กบางคนอาจรู้สึกคันเหงือกและชอบกัดหรือเคี้ยวสิ่งของ

- อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย : ในบางกรณี เด็กบางคนอาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย แต่หากไข้สูงหรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์

คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการไม่สบายให้ลูกได้ด้วยการให้กัดยางกัดสำหรับเด็ก หรือประคบเย็นบริเวณแก้มภายนอกที่รู้สึกไม่สบาย หากอาการไม่ดีขึ้นหรือลูกมีอาการเจ็บปวดมาก ควรปรึกษาทันตแพทย์

วิธีแปรงฟันและดูแลฟันแท้ตั้งแต่เริ่มขึ้น

การดูแลฟันแท้ตั้งแต่เริ่มขึ้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทำตามได้ มีดังนี้

1. แปรงฟันให้ถูกวิธี : ใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็กที่มีขนแปรงนุ่ม ๆ และยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม (สำหรับเด็กเล็กใช้เท่าเมล็ดข้าว สำหรับเด็กโตใช้เท่าเม็ดถั่วเขียว) แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน เน้นการแปรงให้ทั่วถึงทุกซี่ ทุกด้าน

2. เลือกแปรงสีฟันที่เหมาะสม : เลือกแปรงสีฟันที่มีหัวแปรงขนาดพอดีกับช่องปากของเด็กและมีขนแปรงนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง

3. ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ : ฟลูออไรด์มีความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของฟันและป้องกันฟันผุ เลือกยาสีฟันที่มีปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก

4. สอนให้บ้วนปาก : เมื่อลูกโตพอที่จะบ้วนปากได้ ให้สอนให้บ้วนปากหลังแปรงฟันและหลังรับประทานอาหาร

5. ใช้ไหมขัดฟัน : เมื่อฟันแท้ขึ้นชิดกันแล้ว ควรเริ่มใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ที่แปรงเข้าไม่ถึง

6. ลดการบริโภคอาหารหวานและเหนียว : อาหารเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฟันผุ ควรจำกัดการบริโภคและบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังรับประทาน

7. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง : เช่น น้ำแข็ง หรือดินสอ เพราะอาจทำให้ฟันบิ่นหรือแตกได้

at-what-age-do-permanent-teeth-erupt

อาหารที่ช่วยให้ฟันแท้แข็งแรง

การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ ฟันแท้ ของลูกน้อยแข็งแรง ลองเน้นอาหารเหล่านี้:

- ผลิตภัณฑ์นม : นม โยเกิร์ต ชีส อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

- ผักใบเขียว : ผักโขม คะน้า ตำลึง มีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด รวมถึงแคลเซียม

- ปลาเล็กปลาน้อย : เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดี

- ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง : เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี ช่วยเสริมสร้างเหงือกให้แข็งแรง

- น้ำเปล่า : การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอช่วยชะล้างเศษอาหารและลดความเป็นกรดในช่องปาก

พบทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อฟันเริ่มขึ้น ดีอย่างไร

ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกเริ่มขึ้น (หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินอายุ 1 ขวบ) และไปพบทันตแพทย์ปีละ 2 ครั้งหรือทุก 6 เดือน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยดังต่อไปนี้ 

- ตรวจสุขภาพช่องปากโดยรวม : ทันตแพทย์จะช่วยตรวจดูว่าฟันขึ้นปกติไหม มีฟันผุหรือปัญหาอื่น ๆ หรือเปล่า และขูดหินปูน 

- ให้คำแนะนำการดูแลฟันที่เหมาะสม : ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง การใช้ไหมขัดฟัน และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก

- เคลือบฟลูออไรด์ : การเคลือบฟลูออไรด์จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิวฟันและป้องกันฟันผุได้ดีเยี่ยม

- เคลือบหลุมร่องฟัน : สำหรับฟันกรามแท้ที่มีร่องฟันลึก ทันตแพทย์อาจพิจารณาเคลือบหลุมร่องฟันเพื่อป้องกันเศษอาหารไปอุดตันและเกิดฟันผุ

- สร้างความคุ้นเคยกับทันตแพทย์ : การพาเด็กไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับบรรยากาศในคลินิกทันตกรรม ลดความกลัว และทำให้การทำฟันในอนาคตเป็นเรื่องง่ายขึ้น

at-what-age-do-permanent-teeth-erupt

M26-145

Careline Footer

Careline เคียงข้างคุณแม่…ดูแลลูกรัก

ทุกคำถามที่คุณแม่อยากรู้ เราพร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญพยาบาล และนักโภชนาการ.

x