Menu
ดิฉันอายุ40 ปี เคยเป็นสมาชิกเมื่อปี 2553 และลูกสาวดิฉันก็โชคร้าย เธอปากแหว่ง เพดานโหว่ แต่เธอคือนางฟ้าตัวน้อย ของครอบครัว เรา
ดิฉันเคยเป็นสมาชิกเมื่อปี 2553 ตอนนั้น ลูกดิฉัน เป็นปากแหว่งเพดานโหว่ และ ดิฉันได้เข้ามาตั้งกระทู้นางฟ้าตัวน้อย แต่ด้วยความที่จำรหัสผ่านอีเมล์เดิม ไม่ได้เลยไม่สามารถเข้า มาได้ วันนี้ลูกสาวของดิฉัน 8 ขวบแล้ว ตอนนี้เค้าเกือบ 100% แล้ว และตอนนี้ ดิฉัน อายุ 40 ปี แล้วที่กำลัง กังวล คือดิฉัน กำลังตั้งท้อง ประมาณ 6-7 สัปดาห์ บอกตรงๆๆตอนนี้กังวล คำถามคือ มีคุณแม่ท่านไหน ที่ตั้งท้อง อายุ 40 ขึ้นไปมั้งคะ แล้ว การตรวจ ต้องทำอะไร ก่อน หลัง อย่างไรมั้งคะ
  • 1 คำตอบ
  • 0 คนถูกใจ


  • avatar
  • ดูเม็กซ์ แคร์ไลน์
อาการปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ชนิดหนึ่งที่มีโอกาสเกิดซ้ำได้ในลูกคนต่อไปสูงประมาณ 3-15 % โอกาสลูกคนต่อไปจะมีเพดานโหว่จะสูงกว่าเด็กทั่วไป โดยเฉพาะทารกเพศชาย มีโอกาสที่จะเกิดเพดานโหว่สูงกว่าทารกเพศหญิงเกิดจากกรรมพันธุ์ และพบว่าอาการนี้มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้ประมาณ 12-20% ของผู้ป่วยทั้งหมด และยังมีปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ประมาณ 80-88% โดยปัจจัยภายนอกเกี่ยวข้องกับอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ได้แก่ การเจ็บป่วยของแม่เมื่อตั้งครรภ์ ภาวะขาดสารอาหารของแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ แม่สูบบุหรี่จัด แม่ได้รับยา หรือสารบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยากันชักเช่น ฟีไนโตอิน (Phenytoin), ไดแลนติน (Dilantin) ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) สารพิษ สารเคมี การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ การขาดกรดโฟลิคในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นต้น ดังนั้นการป้องกันอาการปากแหว่งเพดานโหว่ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ดังนี้ 1. คุณแม่ตั้งครรภ์ควรงดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์ 2. การรับประทานยาระหว่างตั้งครรภ์ควรปรึกษาคุณหมอ หรือเภสัชกร ทุกครั้ง 3. ออกกำลังกาย 4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 5. การลดความเครียด 6. รับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่คุณหมอแนะนำ โดยเฉพาะอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และเน้นอาหารที่มีกรดโฟลิคสูง เช่น บรอคโคลี เมล็ดธัญพืช ตับ เป็นต้น 7. คุณแม่ควรได้รับวิตามิน บี 6 วิตามินบี 12 ธาตุสังกะสี และกรดโฟลิค ก่อนตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน จนกระทั่ง 3 เดือนหลังการตั้งครรภ์ หรือตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อให้การเกิดการสร้างอวัยวะของโครงสร้างเพดานในตัวอ่อนของทารกในครรภ์ได้สมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ได้ การวางแผนจะตั้งครรภ์ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการใช้ยาวิตามินต่าง ๆ และกรดโฟลิกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการเกิดอาการปากแหว่งเพดานโหว่ สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกที่เป็นปากแหว่งเพดานโหว่อยู่แล้ว การมีลูกคนต่อไปควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

คำตอบแคร์ไลน์

  •  1 คนถูกใจ



ติดต่อเรา

ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์
โทรหาเรา> โทรหาเรา
สนทนาสด สนทนาสด

ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ