Menu
 


ตอนที่ลูกหลับอยู่ลูกจะกรนจะทำยังไงดีครับ
  • 13 คำตอบ
  • 0 คนถูกใจ



1
2
พาไปพบแพทย์ครับ
  •  0 คนถูกใจ
พาไปพบแพทย์จะดีกว่าครับ
  •  0 คนถูกใจ
ควรพาไปพบแพทย์นะคะ
  •  0 คนถูกใจ
พาน้องไปพบหมอเช็คปอดเลยค่ะ
  •  0 คนถูกใจ
อาจเป็นเรื่องระบบการหายใจของน้องมีปัญหา น้องเป็นหวัดรึป่าวคะ
  •  0 คนถูกใจ
เปลี่ยนท่านอน ให้นอนตะแคงคะ
  •  0 คนถูกใจ
ลองเปลี่ยนท่านอนใหม่ ถ้ายังกรนอยู่ควรไปปรึกษาแพทย์ดีกว่าค่ะ
  •  0 คนถูกใจ
เปลี่ยนท่านอนลูกสิค่ะ
  •  0 คนถูกใจ
ไปเจอบทความหนึ่งมาน่าสนใจ คุณแม่ลองอ่านดูนะคะ
นพ.เสรี ตู้จินดา ที่ปรึกษาแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายว่า การนอนกรนเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจส่วนบน โดยจะพบในช่วงหลับกลางคืน สาเหตุเพราะ…
1. เด็กที่เป็นหวัดบ่อย จึงมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนบ่อยด้วย ทำให้ต่อมทอมซิลอยู่บริเวณคอและต่อมอะดีนอยด์ใจโพรงจมูกที่ช่องทางเดินหายใจโต ไปอุดทางเดินหายใจในลำคอให้เล็กลง ทำให้หายใจไม่สะดวกเกิดการนอนกรน
2. เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุภายในทั้งหลายบวม มีน้ำมูก รวมถึงเสมหะ ที่สวามารถไปอุดตันทางเดินหายใจในลำคอ ทำให้นอนกรนได้
3. เด็กที่เป็นโรคอ้วน เกิดจากการไปตามระบบโภชนาการของตะวันตก กินอาหารฟาส์ตฟู้ดที่มีแป้งและไขมันมาก สะสมที่ทางหลอดทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวก
4. เด็กที่มีหน้าตาแบน พบในโรคบางโรคเช่น ดาวน์ซินโดรม ฯลฯ
5. เด็กที่มีปัญหาทางสมอง ทำให้ปัญญาอ่อน กล้ามเนื้อและแขนขาทำงานไม่ดี อ่อนแรงและเกร็ง ซึ่งจะเป็นที่ทางเดินหายใจด้วย
นพ.พิบูล วชิรลาภไพฑูรย์ กล่าวว่าเด็กบางคนนอนกรนเมื่ออายุเดือนเศษซึ่งตั้งแต่อายุยังน้อย อาจต้องคิดถึงอาการที่เรียกว่า หายใจดัง เสียงดัง หรือหายใจลำบากร่วมด้วย ซึ่งอาจมีความผิดปกติได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่จมูก ช่องปาก ลำคอ กล่องเสียง จนถึงหลอดลม และอาจเป็นโรคที่เป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หรือมาเกิดภายหลังก็ได้ ควรนำเด็กมาให้แพทย์ตรวจ เพื่อดูว่าอาการนอนกรนนั้นเกิดจากการหายใจที่ผิดปกติหรือไม่
ผลจากการนอนกรนพบว่าเด็กป่วยจากการนอนกรนบางคนจะหายใจทางปากด้วย เพราะหายใจทางจมูกแล้วไม่สามารถสูดอากาศได้เพียงพอ การที่ลูกได้รับออกซิเจนน้อยกว่าปกติ มีผลต่อระบบของร่างกายคือ
1. อ้าปากหายใจจึงคอแห้ง มีผลต่อพัฒนาการของกะโหลกศรีษะ ฟัน รวมถึงใบหน้า และหัวใจยังเต้นช้าเนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจนอยู่บ่อยๆ อาจเสียชีวิตกะทันหันได้ เพราะทางเดินหายใจอุดกั้น เด็กปรับตัวไม่ทัน
2. กลืนอาหารลำบาก ทำให้ไม่ค่อยอยากกินอาหาร ถ้าต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตด้วย เด็กจะรู้สึกเจ็บคอ หรือลมผ่านจมูกได้น้อย ทำให้ไม่ได้กลิ่นอาหาร ขณะเดียวกันต่อมทอนซิลโตไปทำให้หายใจลำบาก ร่างกายจึงต้องการพลังงานเพื่อใช้ในการหายใจมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกอ่อนเพลียง่ายด้วย
3. ระบบประสาท การนอนกรนเพราะขาดออกซิเจนทำให้ลูกหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นบ่อยลูกจึงนอนหลับไม่เพียงพอ คุณภาพการนอนหลับลดลง การหลับช่วงตื้นเพิ่มขึ้น และช่วงหลับลึกลดลง มีอาการง่วงนอน ปัสสาวะรดที่นอน เพราะฮอร์โมนบางตัวเพิ่มมากขึ้นกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อย มีผลทำให้ระบบสมองแปรปรวน การควบคุมระบบขับถ่ายก็แปรปรวนด้วย พัฒนาการของลูกจะช้าลงความฉลาดจึงน้อยลงด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้จะทำให้ลูกเกิดความเครียด เมื่อเครียดมากๆ จะเปลี่ยนเป็นก้าวร้าว ถ้ารุนแรงจะทำให้ชักได้
4. ร่างกายของลูกเจริญเติบโตช้า เนื่องจากมีต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โตฮอร์โมนต่างๆ ที่ควรหลั่งเป็นปกติก็จะขาดตกบกพร่อง เช่น GROWTH HORMONE ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความสูงของร่างกาย
5. ระบบทางเดินหัวใจและหลอดเลือด การขาดออกซิเจนทำให้หัวใจต้องทำงานมากขึ้นความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจก็เต้นแรงผิดปกติ
นพ.พิบูลย์ กล่าวว่านอนกรนมีหลายระดับความรุนแรง ตั้งแต่การนอนกรนเสียงดังแต่หายใจปกติสม่ำเสมอจนถึงการนอนกรนที่หายใจผิดปกติด้วย เช่น จังหวะการหายใจไม่สม่ำเสมอ มีหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ร่วมกับอาการปากคล้ำเขียวในระหว่างหยุดหายใจ เด็กบางคนนอนกระสับกระส่าย การนอนตอนกลางคืนเป็นไปด้วยความลำบาก จึงง่วงในตอนกลางวันมากกว่าปกติ บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ้าปากหายใจ อกบุ๋มเวลาหายใจ การเจริญเติบโตและพัฒนาการผิดปกติ โรคหัวใจจากภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ฯลฯ
นพ.ไพศาล เลิศฤดีพร กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวถึงวิธีแก้ไขชั่วคราวที่ทำได้ที่บ้านคือ จัดท่าให้ลูกนอนตะแคง หรือนอนในลักษณะกึ่งคว่ำ เพื่อให้ลิ้นไม่ตกลงไปขวางทางเดินหายใจเหมือนในท่านอนหงายทั่วไป
ส่วนวิธีรักษานั้น ถ้าลูกนอนกรนด้วยสาเหตุอะไรให้แก้ไขที่สาเหตุนั้น เช่น ลูกเป็นภูมิแพ้ก็ต้องรักษาอาการภูมิแพ้ พยายามไม่ให้ลูกเป็นหวัดบ่อย ถ้าพบว่าลูกเป็นทอนซิลอักเสบบ่อย ส่วนใหญ่เมื่อมีข้อบ่งชี้และเด็กอายุมากกว่า 3 ปี แพทย์จะแนะให้ผ่าตัดต่อมทอนซิล หรือเวลานอนถ้าอากาศเย็นเกินไป ก็ให้ใส่ถุงเท้าให้ลูก เพื่อให้ร่างกาย อบอุ่น เลือดลมจะไหลเวียนดีขึ้น ไม่ไปคั่งค้างที่บริเวณจมูกมากเกินไป ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางต่อไป
  •  0 คนถูกใจ
ควรเปลี่ยนท่านอนลูกบ่อยๆ จะได้ไม่กรนครับ
  •  0 คนถูกใจ

1
2

ติดต่อเรา

ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์
โทรหาเรา> โทรหาเรา
สนทนาสด สนทนาสด

ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ