วันที่เขียน 06/05/2012 12:22:50
# เขียนเมื่อวันที่ 6 / 5 /55 เวลา 10.29 น.
... วันที่ 22 ก.พ. 55 ,, วันนั้นเป็นวันที่เรากลับมาจากสมุทรปราการถึงบ้านช่วงตี 4 เพราะคนที่บ้างเค้ากลัวว่าเราจะคลอดอยู่ที่นู้นแล้วไม่มีคัยดูแล เพราะเราอยู่กะแฟน 2 คน
เวลา 6.30 น. โดนยายปลุกออกจากที่นอนแต่เช้าเลย ให้ไปหาหมอตรวจดูหน่อย เพราะนี่ก็เลยกำหนดคลอดมา 4 วันแล้วนะ ทำไมยังไม่รู้สึกปวดท้องสักทีเลย แล้วน้ำที่ไหลออกมาเมื่อวาน มันคือน้ำคล่ำหรือว่าแค่ตกขาวกัน โอ๊ย ย ย !! เพิ่งได้นอนตอนตี 4 ไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนเลย ย ย ย
เวลา 7.30 น. มาถึงคลินิกคุณหมอ นั่งรอประมาณ 10 นาที คุณหมอก็ขอดูบัตรฝากครรภ์ที่เราฝากมาจากสมุทรปราการ หมอก็บอกว่า.. นี่เลยกำหนดคลอดมา 4 วันแล้วไม่ใช่เหรอ ?? งั้นหมอขอตรวจภายในหน่อยนะว่าปากมดลูกเปิดหรือยัง ?? หลังจากตรวจปากมดลูกหมอก็เรียกเราเข้าไปคุยอีกว่า... ปากมดลูกเปิดแค่ 2 เซน แล้วยังหนาอยู่ด้วย เลยกำหนดคลอดมาแล้วด้วย !! เราจะผ่าคลอดเลยไหม ? หรือว่าฉีดยาเร่งคลอดก่อน แต่.. ถ้าเร่งคลอดอาจจะเจบนานหน่อย แล้วนี่ปากมดลูกก็ยังไม่เปิดด้วย ถ้าเกิดว่าเร่งคลอดแล้วปากมดลูกไม่ยอมเปิด ก็ต้องผ่าคลอดน้องอยู่ดี แล้วคุณหมอก็กลัวว่าน้องจะกินน้ำคล่ำตัวเองด้วย เราก็เลยตัดสินใจผ่าคลอดดีก่า เพื่อความปลอดภัยของน้อง ค่าใช้จ่ายในการเป็นคนไข้พิเศษ 4,800 บาท โหย ๆ ตั้งตัวแทบไม่ทัน ไม่คิดว่าจะได้ผ่าคลอดซะด้วยซ้ำ...
เวลา 8.30 น. คุณหมอส่งตัวเราเข้ามาที่โรงพยาบาลแล้วแจ้งว่า.. จะทำการผ่าตัดในช่วงเวลา 14.00 น. พยาบาลก็ให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้า โกนมันซะ 555 สวนมันซะ 555 โอ๊ย สุดจะบรรยาย จั๊กจี๋ อ่า 555 เราก็ต้องมานอนรอในห้องรอคลอด จำได้ว่าตอนนั้นน่าจะมีสัก 7 – 8 คน ที่นอนรอคลอดอยู่ เป็นอะไรที่ รับรู้ได้เลยว่าการให้กำเนิดชีวิตเล็กๆ เปนอะไรที่น่าประเสริฐที่สุด แล้วรู้สึกว่า “ คิดถึงแม่จัง “
เวลา 14.00 น. คุณหมอที่จะต้องบล็อกหลังเราก็เข้ามาคุยกับเราเกี่ยวกับการเข้าห้องผ่าตัด การแพ้ยา แล้วหลังจากนั้น เราก็เข้าห้องผ่าตัด คุณหมอก็ใส่ออกซิเจน คลุมผ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรา พอถึงขั้นตอนของการบล็อกหลัง หัวใจเราคงเต้นแรงมากมั้ง คุณหมอถามว่าเราตื่นเต้นเหรอ 555 ทั้งๆที่ ตอนเราผ่าไส้ติ่งเราก็เคยโดนบล็อกหลังมาครั้งหนึ่งแล้วนะ เค้าให้กอดเข่า โอ๊ย มันกอดไม่ได้มันติดท้อง เค้าก็มีคนมาช่วยดันให้เรากอดเข่า หลังจากนั้นคุณหมอก็ฉีดยาเข้าที่สันหลังของเรา ในความรู้สึกคิดว่า น่าจะสองเข็มนะ!! เอ๋ะ มันก็ไม่เจบนี่หว่า ก็ไม่ได้น่ากัวอย่างที่คิดไว้ 555 เป็นคนชอบจินตนาการไง คุณหมอก็เริ่มผ่าตัด ตอนที่เค้าจะเอาน้องออกมาเนี๊ย รู้สึกว่ามันจุกมาก แน่นที่หน้าอกอ่าค่ะ รู้สึกเวลามันทำไมผ่านไปช้าจังเลย
เวลา 14.46 น. ก็ได้ยินเสียงน้องร้องไห้ซะดังเลย คุณหมอก็มาบอกว่า ได้ลูกสาวนะคะ เชื่อไหมว่าเราเถียงหมอเลยอ่ะ ว่าใช่เหรอ น้องต้องเปนผุ้ชายสิ๊ !! เพราะเราไปอัลตร้าซาวด์มา 3 ครั้ง หมอบอกว่าได้ลูกชาย 555 หมอก็บอกว่า แต่ตอนนี้แน่นอนกว่าตอนอัลตร้าซาวด์อีก เราก็มองตามลูกเราว่าน้องอยู่ไหนน๊า ที่ไหนได้พยาบาลพาลูกเราออกไปอีกห้องแล้ว คุณหมอก็แซวว่า แม่ก็เลยไม่ได้เจอหน้าลูกสาวเลย
เวลา 15.20 น. เป็นครั้งแรกที่ได้เหนหน้าลูกสาว เค้าขาวมากๆ ดีใจจนจะกลั้นน้ำตาไม่ไหว อยากกอดลูกมากแต่พยาบาลยังไม่ให้ขยับตัว น้ำหนักแรกเกิดของน้องฟางข้าว 3,020 กรัม
อ่านเรื่องราว
โพสในหมวด
ประสบการณ์ยามคลอด
|
0 ความคิดเห็น