Webboard
Mums'stories
Friend Finder




จดจำฉัน

เรื่องราวของคุณแม่

เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก
 
Submit your story

ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงทะเบียน ในการบันทึกเรื่องราวของคุณ


การช่วยลูกสร้างภูมิต้านทานอีกแรง

วันที่เขียน 10/12/2010 03:43:57

สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจเรื่องการสร้างภูมิต้านทานให้ลูกเป็นอย่างมากเพราะตอนที่ท้องอายุ เกือบจะ40แล้ว เมื่อแม่อายุมากภูมิต้านทานลูกน้อยจะต่ำ เราจึงดูแลตนเองเป็นอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะอาหาร เพราะโรคที่ไม่ได้เกิดจาเชื้อโรคเป็นโรคความเสื่อมของร่างกายซึ่งเกิดจากการรับประทานทั้งนั้น ดิฉันจึงหาวิถีทางทุกอย่างทำอย่างไรให้ทานอาหารเพียงพอทั้งแม่และลูกในท้อง ก็ได้เจอพี่ที่เป็นพยาบาลแนะนำผลิตภัณท์เสริมอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมดและมีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมกับสาธิตความเป็นวิทยาศาสตร์ให้ดู ดิฉันตื่นเต้นมากเมื่อได้ดูพี่เขาสาธิต ดิฉันคิดได้ทันทีว่าลูกเราจะต้องมีภูมิต้านทาน และตัวเราเองต้องไม่มีสุขภาพที่เสื่อมเมื่อได้ทาน ตอนนี้ลูกสาวอายุ 2 ปีแล้วไม่ป่วยไข้เลย แล้วบ้านที่เราพักแถวนี้เป็นแหล่งทำการเกษตรกลางคืนจะได้กลิ่นเหม็นของสารเคมีจากการทำเกษตรทั้งยาฆ่าแมลง ดิฉันก็ขอให้พี่พยาบาลแนะนำอีกพี่เขาก็เอากรองอากาศมาให้ลองใช้ดู เขาบอกว่ามันกรองได้ 0.009 ไมครอน กรองได้แม้กระทั่งไวรัสหวัด 2009 และกลิ่นไม่พึงประสงค์ทุกชนิด ดิฉันตัดสินใจนำมาใช้ที่บ้านลูกสาวไม่เคยมีปัญหาเรื่องระบบหายใจอีกเลย อยากให้เพื่อนๆที่คิดว่าเรากำลังมีปัญหาอยู่ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้ ส่วนลูกสาวของดิฉันแข็งแรงและฉลาดมาก พูดเก่งมาก เลี้ยงง่าย ผิวสวยมาก

โพสในหมวด เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก  |  1 ความคิดเห็น

แม่เลี้ยงเดี่ยวกับภูมิต้านท้าน (หัวใจ) ของลูก

วันที่เขียน 02/02/2010 12:45:43

ลูกสาวเกิดเมื่อ 15 กค. 52 โรงพยาบาลเวชธานี

น้องน้ำเพชร เป็นลูกสาวคนแรก ส่วนตัวคุณแม่เองชื่อ หยก

คุณพยาบาลนำลูกสาวตัวน้อยมาให้อุ้มแล้วสอนท่านั่งให้นมแบบสบายๆ ทั้งแม่และลูก น้ำนมก็พอออกอยู่บ้างคะ

ตอนแรกๆก็ลำบากมากคะ เพราะลูกไม่ยอมดูดนม พอหันมาดูดก็ส่งเสียงร้อง (สงสารลูกมาก)

พอเข้าวันที่ 3 หลังคลอด น้ำนมเริ่มผลิตหน้าอกขยายใหญ่มาก น้ำนมมันมีคะ แต่ว่านมไม่ออก (หัวนมไม่บอดนะคะ) ปวดมากๆ เจ็บมากๆ เหมือนหน้าอกจะระเบิด รอบๆหัวนมแสบร้อนไปหมด บีบก็ไม่ค่อยออก นมแข็งโป๊กๆ คะ จนคุณแม่ต้องมาช่วย (น้ำตาไหลค่ะ) เพราะไม่รู้จะทำยังไง เอาเครื่องบีบไฟฟ้าก็แล้ว บีบมือก็แล้ว น้ำนมก็ยังไม่ออก จนคุณแม่ต้องมาช่วย ดิฉันนั่งทานน้ำอุ่นตลอด นั่งก็ยังนั่งไม่ได้เพราะคลอดเองธรรมชาติ ยังเจ็บๆแผลอยู่

อุปกรณ์
หม้อนึ่ง (ซึ้ง) ผ้าขนหนูผืนเล็กที่เอาไว้เช็ดผม ตะเกียบหรืออุปกรณ์สำหรับคีบ กะละมังใบเล็กเอาไว้ใส่ผ้า

ดิฉันต้องถอดเสื้อเอนเบาะนอน น้ำไปต้มน้ำในซึ้ง พอน้ำเดือดเอาผ้าขนหนูลงไปใส่ไว้ในหม้อ พอผ้าขนหนูร้อนก็คีบขึ้นมาใส่กะละมัง แล้วคุณแม่จะเอาผ้าที่พึ่งขึ้นจากเตาร้อนๆ(ปล่อยเย็นสักพัก) ประคบที่เต้านมทั้งสองข้าง จากนั้นก็เริ่มคลึงไปมา พอผ้าเย็นก็จะเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ออกจากซึ้งแล้วเอาผ้าผืนที่เย็นแล้วใส่ซึ้งไว้อีกคะ ดิฉันก็ทานน้ำอุ่นตลอด ทั้งบีบทั้งนวด จนหน้าอกที่แข็งๆ เริ่มนิ่ม ทำแบบนี้เวียนไปเรื่อยๆจนเห็นเส้นเลือดที่หน้าอกขึ้น หน้าอกที่แข็งๆจะนิ่มแล้วน้ำนมก็จะค่อยๆไหล ทำอยู่นานคะ เป็นครึ่งๆ คืนเลยคะ จนน้ำนมไหลจนทุกวันนี้น้ำนมยังไหลอยู่เลยคะ ถ้าคุณแม่ท่านไหนจะลองเอาวิธีพื้นบ้านไปใช้ดูบ้างก็ได้นะคะ

เรื่องอาหารที่ทานก็สำคัญมากคะกับเรื่องน้ำนม ดิฉันทานผลไม้ทุกชนิด นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ น้ำขิง ตับ แกงเลียง (คุณแม่ทำให้แบบจืดๆ ทานเผ็ดไม่ได้) ตำลึง หัวปลีกะดูกหมูอ่อน ฯลฯ และที่สำคัญอีกอย่างก็เป็นน้ำดื่มคะ ทานน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอไม่ทานน้ำเย็น น้ำแข็ง ทุกวันนี้น้ำนมยังไหลเยอะอยู่คะ กลางวันจะบีบนมเอาไว้แช่ช่องแข็ง กลางคืนจะให้ลูกทานจากเต้า แต่ช่วง 2 เดือนแรกเกิด พอเริ่มทำงานก็จะแช่นมแม่ไว้ แล้วคุณยายจะละลายนมมาให้ลูกสาว พอตกเย็นก็จะกินนมจากเต้า

ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูกเกิด และทราบดีว่านมแม่มีภูมิต้านทานมากที่สุดและดีที่สุดกว่านมอื่นใดในโลก แต่สำหรับลูกสาวของดิฉันยังคงต้องมีภูมิต้านทานอีก 1 ตัวที่ต้องเสริมเข้ามาในชีวิต ภูมิต้านทานหัวใจ ภูมิต้านทานตัวนี้มันอยู่ที่หัวใจของดิฉันมันจะสื่อไปถึงลูก ดิฉันทราบดีว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่าย แต่มันไม่อยากเกินไปสำหรับดิฉัน ดิฉันเริ่มเห็นสามีมากขึ้น ไม่อุ้มลูก เปิดเพลงเล่นเกมส์เสียงดัง ขว้างเก้าอี้ใส่ลูก เรามีปากเสียงกันบ่อยๆ สามีพูดว่า กรูเป็นของกรูแบบนี้ กรูเกิดมาก่อนมัน มันเป็นลูกกรู มันต้องรับนิสัยกรูได้ ไม่ว่ากรูจะทำอะไร อย่างไงก็ตาม กรูไม่เปลี่ยนและไม่ปรับอะไรทั้งนั้น สาเหตุเพราะดิฉันรักลูกมากกว่ารักสามี ทั้งที่ก่อนจะท้องก็แต่งงานมา 7 ปี เรามีทุกอย่างพร้อม และมีความสุข ตลอดตั้งแต่ท้องจนคลอด แต่พอคลอดลูกออกมาเราสองคนได้คุยกัน เพราะเริ่มมีปัญหา สามีบอกกับดิฉันว่า ดิฉันสนใจ รักและเอาใจใส่ ลูกมากเกินกว่าเค้า สามีแอบมีชู้ ดิฉันเริ่มทราบตั้งแต่ลูกได้ 1 เดือน ดิฉันถามสามีก็ไม่ยอมรับ เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นไวมาก

ดิฉันใช้เวลาคิดไม่นาน ตัดสินใจหย่า และเปลี่ยนนามสกุลลูก ทุกวันนี้ดิฉันเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างมีความสุข ดิฉันไม่เคยร้องไห้เสียใจ หรือเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในเมื่อชีวิต และทุกอย่างที่พรั่งพร้อมจบลง ดิฉันมองทางเดินไปข้างหน้า มองหาโรงเรียนอนุบาลดีๆ ทำสิ่งดีๆให้กับลูกมากมาย ลูกสาวตอนนี้อายุ 6 เดือนกว่า ดิฉันออกค่าใช้จ่ายเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่เคยง้อเงินของใคร ไม่เคยรอ เพราะภูมิต้านทานนี้จะมาจากตัวดิฉันที่เข็มแข็ง เราต้องเข้มแข็ง แข็งแกร่ง มีความสุข ทำใจให้สบายๆ กับอดีตที่ผ่านพ้นมา มองอนาคตข้างหน้าสร้างสิ่งดีๆให้กับลูกสาวเท่านั้น ลูกสาวได้รับภมูต้านทานนี้มาตลอด ไม่เคยป่วย ไม่งอแง เลี้ยงง่าย ยิ้มแย้ม แจ่มใส อารมณ์ดี ทุกอย่างดิฉันเชื่อว่ามันเป็นผลพวงมาจากหัวใจที่เชื่อมั่นของดิฉัน ส่งต่อไปยังหัวใจดวงเล็กๆดวงนึง มีความสุขมากคะ


โพสในหมวด เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก  |  7 ความคิดเห็น

เรื่องขวดนมมีสารปนเปื้อน เป็นแบบไหน

วันที่เขียน 29/08/2011 10:09:09

ตอนนี้กังวลเรื่องขวดนมมีสารปนเปื้อน อยากทราบว่าดูแบบไหนกันเพราะไม่เข้าใจที่บอกว่าไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากPC พอไปดูขวดที่เราซื้อมาส่วนมากมีแต่ผลิตจาก PC ทั้งนั้นเลย ใครช่วยตอบทีเถอะค่ะ

โพสในหมวด เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก  |  1 ความคิดเห็น

ฟันผุ

วันที่เขียน 25/06/2011 13:49:38

ตอนนี้ลูกชายคนโต 4 ขวบแล้วค่ะ ฟันผุ มีกลิ่นด้วย
อยากทราบว่าควรดูแลรักษาอย่างไร ให้คุณหมอดูดีไหม แต่กลัวลูกจะไม่ยอมอ้าปากค่ะ เพราะเด็กคงอ้าปากค้างนานๆ ไม่ไหว
ยาสีฟันสำหรับเด็กนั่นดีไหมค่ะ ยี่ห้ออะไรดี

แม่เดือน

โพสในหมวด เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก  |  0 ความคิดเห็น

ความรักที่มีทั้งหมดแม่ให้น้องภูฟ้าครับ

วันที่เขียน 04/06/2011 03:16:35

น้องภูฟ้า เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 เวลา 10.39 น. น้ำหนักแรกเกิด 28.50 เลขบัตรประจำตัวประชาชน 3 ตวสุดท้ายเป็นเลข 888 ภูฟ้าคอเริ่มชูได้ตอนอายุ 2 เดือน 14 วัน คว่ำได้ตอนอายุประมาณ 3 เดือน 10 วัน ตอนนี้น้องภูฟ้าอายุ 11 เดือน กับ 5 วัน...ตอนนี้ให้ยายเลี้ยงให้เพราะแม่ทำงานรับราชการครูต้องอยู่ไกลบ้าน...จำได้ว่าตอนอยู่โรงพยาบาลเมื่อเกิดน้องภูฟ้า ยายชอบแอบเอาน้ำให้น้องภูฟ้าดื่ม โดยตักใส่ช้อนเล็ ก ๆป้อนน้องภูฟ้า...แต่ไม่ให้หมอเห็น...จากนั้นเมื่อน้องภูฟ้าอายุครบ 1 เดือน ยายฝึกให้น้องภูฟ้าทานอาหารคือข้าวโอ๊ต...โดยเริ่มจาก 1 มื้อ จากนั้นเมื่ออายุ 2 เดือนกว่า เพิ่มมเป็น 3 มื้อ แล้วค่อย ๆ ขยับมาเป็น 3 มื้อ พร้อมนม (แต่อาหารที่ให้ทานจำกัดในปริมาณที่ไม่มาก) อาบน้ำวันละ 2 รอบ คือ เช้า กับเย็น ตอนเย็นสระผมทุกวัน...ให้เล่นดินเล่นทรายตั้งแต่ 4 เดือน หลาย ๆ คนเห็นการเลี้ยงหลานชายสุดที่รักคนแรก(และคนสุดท้าย)ของยายแล้ว..ทุกคนก็เสนอแนะต่าง ๆ มากมาย แต่ยายก็ไม่สน...คนเป็นแม่ก็แอบหวั่น ๆ บ้าง ว่าลูกชายจะเป็นยังไง เพราะหมอแนะนำให้เลี้ยงลูกต่างจากที่ยายเลี้ยงมาก...แต่ทุกวันนี้ฉันเห็นผลของการเลี้ยงแล้วว่า...มันไม่มีอะไรเสียหายเลย...กลับดีด้วยซ้ำ เพราะน้องภูฟ้าไม่เคยป่วยเป็นโรคอะไรเลย แข็งแรงทุกอย่าง จะเป็นก็แค่หวัดที่ 2-3 วันก็จะหายไปเอง...เลยสังเกตการเลี้ยงลูกกับคนที่เรารู้จัก ตอนนี้ลูกเขาอายุ 1 ขวบ กับ 2 เดือน (แก่กว่าน้องภูฟ้า 6 เดือน) ลูกสาวไม่ยอมกินข้าว..เนื่องจากไม่ได้ฝึกให้กินมาแต่ต้น...ไม่ชอบอาบน้ำ..เอาลงน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็นหรืออุ่นไม่เกิน 5 นาทีก็จะต้องร้องลั่นออกทันที...ไม่สบายบ่อยมาก...เกือบทุกเดือน...ต้องเพิ่มภาระให้ตัวเองไม่ว่าจะต้องลางานพาลูกไปหมอหรือค่าใช้จ่ายในการรักษา เขาก็บ่นให้ฟังว่าลูกไม่ยอมกินข้าว...ทำไงดี...ฉันเลยแอบคิด...มันขึ้นอยู่กับการฝึกและการเลี้ยง...เพราะฉะนั้น...ฉันอยากให้คุณแม่ทุกคนเลี้ยงลูกแบบแม่ของฉันบ้าง..ปล่อยให้เล่นดินเล่นทราย...ไม่ต้องกลัวเปื้อน..ฝึกให้เขาได้สัมผัสกับสิ่งของ..แต่ต้องระวังเรื่องความสกปรกบ้าง...ฝึกให้เขาได้กินอาหารเสริมต่าง ๆ เช่น ผลไม้ ขนมปัง แล้วรับรองว่าลูกน้อยของคุณแม่จะแข็งแรง..และสดใส..เติบใหญ่โดยมีภูมิคุ้มกัน...อย่างแน่นอนค่ะ

โพสในหมวด เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก  |  1 ความคิดเห็น

หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 7

ไปยังหน้า