วันที่เขียน 02/02/2010 12:45:43
ลูกสาวเกิดเมื่อ 15 กค. 52 โรงพยาบาลเวชธานี
น้องน้ำเพชร เป็นลูกสาวคนแรก ส่วนตัวคุณแม่เองชื่อ หยก
คุณพยาบาลนำลูกสาวตัวน้อยมาให้อุ้มแล้วสอนท่านั่งให้นมแบบสบายๆ ทั้งแม่และลูก น้ำนมก็พอออกอยู่บ้างคะ
ตอนแรกๆก็ลำบากมากคะ เพราะลูกไม่ยอมดูดนม พอหันมาดูดก็ส่งเสียงร้อง (สงสารลูกมาก)
พอเข้าวันที่ 3 หลังคลอด น้ำนมเริ่มผลิตหน้าอกขยายใหญ่มาก น้ำนมมันมีคะ แต่ว่านมไม่ออก (หัวนมไม่บอดนะคะ) ปวดมากๆ เจ็บมากๆ เหมือนหน้าอกจะระเบิด รอบๆหัวนมแสบร้อนไปหมด บีบก็ไม่ค่อยออก นมแข็งโป๊กๆ คะ จนคุณแม่ต้องมาช่วย (น้ำตาไหลค่ะ) เพราะไม่รู้จะทำยังไง เอาเครื่องบีบไฟฟ้าก็แล้ว บีบมือก็แล้ว น้ำนมก็ยังไม่ออก จนคุณแม่ต้องมาช่วย ดิฉันนั่งทานน้ำอุ่นตลอด นั่งก็ยังนั่งไม่ได้เพราะคลอดเองธรรมชาติ ยังเจ็บๆแผลอยู่
อุปกรณ์
หม้อนึ่ง (ซึ้ง) ผ้าขนหนูผืนเล็กที่เอาไว้เช็ดผม ตะเกียบหรืออุปกรณ์สำหรับคีบ กะละมังใบเล็กเอาไว้ใส่ผ้า
ดิฉันต้องถอดเสื้อเอนเบาะนอน น้ำไปต้มน้ำในซึ้ง พอน้ำเดือดเอาผ้าขนหนูลงไปใส่ไว้ในหม้อ พอผ้าขนหนูร้อนก็คีบขึ้นมาใส่กะละมัง แล้วคุณแม่จะเอาผ้าที่พึ่งขึ้นจากเตาร้อนๆ(ปล่อยเย็นสักพัก) ประคบที่เต้านมทั้งสองข้าง จากนั้นก็เริ่มคลึงไปมา พอผ้าเย็นก็จะเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ออกจากซึ้งแล้วเอาผ้าผืนที่เย็นแล้วใส่ซึ้งไว้อีกคะ ดิฉันก็ทานน้ำอุ่นตลอด ทั้งบีบทั้งนวด จนหน้าอกที่แข็งๆ เริ่มนิ่ม ทำแบบนี้เวียนไปเรื่อยๆจนเห็นเส้นเลือดที่หน้าอกขึ้น หน้าอกที่แข็งๆจะนิ่มแล้วน้ำนมก็จะค่อยๆไหล ทำอยู่นานคะ เป็นครึ่งๆ คืนเลยคะ จนน้ำนมไหลจนทุกวันนี้น้ำนมยังไหลอยู่เลยคะ ถ้าคุณแม่ท่านไหนจะลองเอาวิธีพื้นบ้านไปใช้ดูบ้างก็ได้นะคะ
เรื่องอาหารที่ทานก็สำคัญมากคะกับเรื่องน้ำนม ดิฉันทานผลไม้ทุกชนิด นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ น้ำขิง ตับ แกงเลียง (คุณแม่ทำให้แบบจืดๆ ทานเผ็ดไม่ได้) ตำลึง หัวปลีกะดูกหมูอ่อน ฯลฯ และที่สำคัญอีกอย่างก็เป็นน้ำดื่มคะ ทานน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอไม่ทานน้ำเย็น น้ำแข็ง ทุกวันนี้น้ำนมยังไหลเยอะอยู่คะ กลางวันจะบีบนมเอาไว้แช่ช่องแข็ง กลางคืนจะให้ลูกทานจากเต้า แต่ช่วง 2 เดือนแรกเกิด พอเริ่มทำงานก็จะแช่นมแม่ไว้ แล้วคุณยายจะละลายนมมาให้ลูกสาว พอตกเย็นก็จะกินนมจากเต้า
ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูกเกิด และทราบดีว่านมแม่มีภูมิต้านทานมากที่สุดและดีที่สุดกว่านมอื่นใดในโลก แต่สำหรับลูกสาวของดิฉันยังคงต้องมีภูมิต้านทานอีก 1 ตัวที่ต้องเสริมเข้ามาในชีวิต ภูมิต้านทานหัวใจ ภูมิต้านทานตัวนี้มันอยู่ที่หัวใจของดิฉันมันจะสื่อไปถึงลูก ดิฉันทราบดีว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่าย แต่มันไม่อยากเกินไปสำหรับดิฉัน ดิฉันเริ่มเห็นสามีมากขึ้น ไม่อุ้มลูก เปิดเพลงเล่นเกมส์เสียงดัง ขว้างเก้าอี้ใส่ลูก เรามีปากเสียงกันบ่อยๆ สามีพูดว่า กรูเป็นของกรูแบบนี้ กรูเกิดมาก่อนมัน มันเป็นลูกกรู มันต้องรับนิสัยกรูได้ ไม่ว่ากรูจะทำอะไร อย่างไงก็ตาม กรูไม่เปลี่ยนและไม่ปรับอะไรทั้งนั้น สาเหตุเพราะดิฉันรักลูกมากกว่ารักสามี ทั้งที่ก่อนจะท้องก็แต่งงานมา 7 ปี เรามีทุกอย่างพร้อม และมีความสุข ตลอดตั้งแต่ท้องจนคลอด แต่พอคลอดลูกออกมาเราสองคนได้คุยกัน เพราะเริ่มมีปัญหา สามีบอกกับดิฉันว่า ดิฉันสนใจ รักและเอาใจใส่ ลูกมากเกินกว่าเค้า สามีแอบมีชู้ ดิฉันเริ่มทราบตั้งแต่ลูกได้ 1 เดือน ดิฉันถามสามีก็ไม่ยอมรับ เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นไวมาก
ดิฉันใช้เวลาคิดไม่นาน ตัดสินใจหย่า และเปลี่ยนนามสกุลลูก ทุกวันนี้ดิฉันเลี้ยงลูกคนเดียวอย่างมีความสุข ดิฉันไม่เคยร้องไห้เสียใจ หรือเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในเมื่อชีวิต และทุกอย่างที่พรั่งพร้อมจบลง ดิฉันมองทางเดินไปข้างหน้า มองหาโรงเรียนอนุบาลดีๆ ทำสิ่งดีๆให้กับลูกมากมาย ลูกสาวตอนนี้อายุ 6 เดือนกว่า ดิฉันออกค่าใช้จ่ายเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่เคยง้อเงินของใคร ไม่เคยรอ เพราะภูมิต้านทานนี้จะมาจากตัวดิฉันที่เข็มแข็ง เราต้องเข้มแข็ง แข็งแกร่ง มีความสุข ทำใจให้สบายๆ กับอดีตที่ผ่านพ้นมา มองอนาคตข้างหน้าสร้างสิ่งดีๆให้กับลูกสาวเท่านั้น ลูกสาวได้รับภมูต้านทานนี้มาตลอด ไม่เคยป่วย ไม่งอแง เลี้ยงง่าย ยิ้มแย้ม แจ่มใส อารมณ์ดี ทุกอย่างดิฉันเชื่อว่ามันเป็นผลพวงมาจากหัวใจที่เชื่อมั่นของดิฉัน ส่งต่อไปยังหัวใจดวงเล็กๆดวงนึง มีความสุขมากคะ

อ่านเรื่องราว
โพสในหมวด
เคล็ดลับสร้างภูมิต้านทานลูก
|
7 ความคิดเห็น