Webboard
Mums'stories
Friend Finder




จดจำฉัน

เรื่องราวของคุณแม่

คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง
 
Submit your story

ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงทะเบียน ในการบันทึกเรื่องราวของคุณ


กินถั่วตอนท้อง

วันที่เขียน 07/06/2011 03:05:13

กินถั่วตอนท้องวันละ5เม็ดขึ้นไป จะช่วยให้ลูกฉลาดนะค๊ะ

โพสในหมวด คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง  |  3 ความคิดเห็น

การแพ้นมวัว

วันที่เขียน 14/10/2011 20:33:01

เป็นสามชิกใหม่ขอแนะนำเพื่อน ๆในการแพ้นมวัวของลูกลูกน้อยของดิฉันขณะนี้อายุ 3 ขวบ 3 เดือนค่ะ ตอนนั้นทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมีเวลาเลี้ยงลูกไม่มากต้องไปฝากเนอเซอร์รี่เลี้ยงตั้งแต่ 1 เดิือนครึ่ง จึงต้องให้ลูกทานนมชงแทนนมแม่ปรากฎว่าลูกมีอาการหวัดและผื่นขึ้นตามตัวท้องอืดเหมือนนมไม่ย่อยอ้วกออกมานมเป็นก้อน ๆ ออกมาจึงต้องพบแพทย์ปรากฎว่าคุณหมอสันนิฐานว่าลูกน่าจะแพ้นมวัวและมีอาการภูมิแพ้ควบด้วยลูกต้องเปลี่ยนนมเป็นนมแนน HA หลังจากนั้นคุณหมอครบ 6 เดือน คุณหมอก็ห้ามทานอาหารที่มีไข่ อาหารทะเล ทุกอย่างที่จนกว่าจะครบ 1 ปีเพราะไม่รู้ว่าลูกเราแพ้อะไรบ้างสาเหตุหนึ่งที่ดิฉันทราบมาที่ทำให้ลูกแพ้นมวัวก็คือ คุณแม่รับบประทานนมวัวมากเกินไปทำให้ลูกแพ้ต้องหันมาทานนมถั่วบ้างนะค่ะจะได้ไม่เป็นอย่างลูกดิฉันแต่ตอนนี้ลูกสามารถทานทุกอย่างได้แล้วค่ะ แต่ลูกดันแพ้อากาศค่ะนมวัวตอนนี้ก็ทานได้แล้วค่ะคุณแม่มือใหม่สู้ ๆนะค่ะ

โพสในหมวด คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง  |  1 ความคิดเห็น

ช่วยดูกานหน่อย...ว่าเราแก่มากเลยเหรอ

วันที่เขียน 02/05/2011 13:15:38

สามีชอบว่าเรามากเลยอ่ะ ว่าแก่...ไม่สวย...เหี่ยว...เหมือนผี 3 บาทบ้าง ทำให้เราหมดความมั่นใจในตัวเองไปเลย เมื่อก่อนสามีไม่เคยว่าเราเลย หวงเรามาก ไม่ให้ไปไหนกับเพื่อนเลย แต่ตอนนี้ก้ยังไม่ให้ไปอยู่นะ แต่จาชอบว่าเรามากเลย ตอนที่เราคลอดน้องใหม่ๆ ก็ว่าเรา นังอ้วน แล้วบอกว่า เห็นหน้าแล้วตกใจ ทุกวันเลยอ่ะ อะไรประมาณนี้ มานทำให้เราคิดมากมากเลย เราก็เลยอยากผอมเร็วๆ แล้วมานก็มีผลทำให้น้ำนมไม่พอ ลูกเราได้กินนมแค่ 6 เดือนเอง คำพูดจากสามีมันมีผลต่อเรามากจิงๆ บางทีเราอยากจะกลับบ้านนะ อยากรู้ว่าถ้าคนอื่นเห็นเรา เค้าจะบอกว่าเราแก่ เหี่ยว ขี้เหร่ บ้างหรือเปล่า รึเราจะเปนอย่างนั้นจิงๆ

โพสในหมวด คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง  |  20 ความคิดเห็น

เมื่อลูกป่วย

วันที่เขียน 22/03/2010 16:24:11

วันที่ลูกป่วย
วัน3 มกราคม 53 คืนนั้นพาลูก ๆ ไปกินหมูกระทะรวมทั้ง เจ้าตัวเล็กที่เพิ่งอายุครบ 1 เดือนพอดี เราก็ให้น้องหาญเขานอนในรถเข็นแล้วเราก็กินหมูกระทะกัน แต่รู้สึกว่ายุ่งค่อนข้างเยอะเราจึงขอให้เด็กเสริฟช่วยหายาจุดกันยุงมาให้เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง เราก็กลับบ้านฉันอุ้มน้องหาญก็รู้สึกว่าตัวเขาอุ่น ๆ ฉันก็พูดกับพี่แดงว่า เด็กแรกเกิดนี่ตัวอุ่นจังเลยเนอะ พี่แดงยังได้พูดเล่น ๆ ว่าเด็กแรกเกิดเป็นสัตว์เลือดอุ่น เราก็หัวเราะกัน พอถึงบ้าน 4 ทุ่ม ฉันก็พาลูกเข้านอนปกติ แล้วฉันก็หลับไป ประมาณตี 2 รู้สึกว่าลูกขยับตัว จึงลูกขึ้นอุ้มน้องหาญกินนม แต่เอ๊...ทำไมลูกตัวร้อน ๆ ฉันพยายามจับตัวลูกดูเขาตัวร้อนหรือเปล่าน๊า หลังจากลูกกินนมเสร็จ ฉันไปหาปรอทวัดไข้ที่เคยมีมาเพื่อวัดดูว่าน้องหาญไข้หรือเปล่า แต่แล้วปรอทนั่นมันแตกไปแล้ว ฉันจึงตัดสินใจไปหาผ้าผืน เล็ก ๆ มาเพื่อจะเช็ดตัวให้ลูก ฉันเอาผ้าไปจุ่มน้ำ แม่เช็ดตัวให้น้องหาญแล้วนะ แต่มันช้าไป ลูกของฉันตามองสูงขึ้นแล้วตาเขาก็ค้างตัวแข็งฉันตกใจมากรีบเรียกลูกอุ้มเขย่าเดินไปเดินมารอบหนึ่งแล้วมองดูเขาอีกครั้งเขายังเกร็งอยู่ ตอนนั้นฉันทำอะไรลูกก็ไม่ดีขึ้นฉันจึงเรียกพี่แดงที่กำลังหลับอยู่ว่า “พี่แดงลูกเป็นอะไรไม่รู่” พี่แดงรีบตื่นแล้วฉันก็ถอดเสื้อผ้าน้องหาญออกจนหมดแล้วเอาผ้าเช็ดตัวเขาไปเรื่อย ๆ แล้วน้องหาญเขาก็เริ่มตัวอ่อนลงจากนั้นฉันกับพี่แดงก็จ้องมองลูกว่าเขาเป็นอย่างไร เขาก็ขยับตัวเบา ๆ เหมือนจะปกติแต่ฉันก็ยังไม่นิ่งนอนใจโทรสอบถามโรงพยาบาล ดูอาการลูก เราปรึกษากันหลายอย่าง และแล้วเราก็ตกลงพาลูกไปหาหมอ พอถึงโรงพยาบาล ตี 3 วัดไข้ได้ 38.2 องศาเซลเซียส หมอก็สอบถามอาการไปจนถึงตี 4 แล้วหมอก็ส่งตัวไปที่หอผู้ป่วย 9/3 เพื่อจะต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุการชักหลายอย่าง หมอมาบอกว่าต้องเจาะเลือดไปตรวจและเจาะน้ำกระดูกสันหลังไปตรวจด้วย เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง เสียงน้องหาญร้องอย่างเจ็บปวดออกมาจากห้องเจาะเลือด ฉันก็บ่นด้วยใจที่เศร้าว่าเมื่อไรจะเจาะเสร็จสักที ทั้งบ่นทั้งต่อว่าหมอ และแล้วประมาณ 6 โมงเช้า หมอก็นำน้องหาญออกมา แล้วพาไปที่เตียง ฉันสังเกตที่แขนขาของลูกช้ำไปหมดไม่ใช่แค่ช้ำธรรมดา มันช้ำเขียวจนฉันอดร้องไห้สงสารลูกไม่ได้ พยาบาลก็มาวัดไข้ทุกชั่วโมง ไข้ก็ยังมีอยู่เรื่อย ๆ ฉันกลัวลูกจะชักอีก จึงเช็ดตัวเขาไม่หยุด น้องหาญเขาทั้งหนาว ทั้งง่วง ทั้งเจ็บ เขาคงทรมาร เขาร้องไห้ วันทั้งวันผ่านไปฉันก็เช็ดตัวลูกทั้งวัน เพราะไข้ยังไม่ลดเลย หมอไม่ให้กินยาลดไข้ เขายังเด็กมาก หมอบอกว่าผลเลือดเขามีปัญหาหมอเกรงว่าเขาจะติดเชื้อหมอต้องเจาะเลือดไปเพาะเชื้อและต้องฉีดยาฆ่าเชื้อ 7 วัน วันนั้นในห้องผู้ป่วยไม่มีผู้ป่วยเลย มีฉันกับน้องหาญเพียง 2 คน ฉันอยู่ด้วยความกลัวและก็เสียใจที่สุดที่ปล่อยให้ลูกเป็นไข้โดยที่ไม่รู้เลยจนลูกต้องชัก ฉันร้องไห้ตลอดเวลา ทั้งฉันและน้องหาญไม่ได้หลับกันเลยฉันเช็ดตัวให้เขาทั้งคืนเขาก็ร้องทั้งคืน เป็นอย่างนี้ไปประมาณ 3 วัน วันที่ 6 ม.ค. อาการน้องหาญดีขึ้น ไข้ค่อย ๆ ลดลง แต่รู้สึกว่ามีผื่นขึ้นที่คิ้วของเขา ถามหมอก็บอกว่าเป็นผื่นผ้าอ้อม ไม่นานผื่นก็หายไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีไข้แล้วแต่หมอก็ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อจนกว่าจะครบ 7 วัน วันละ 3 เข็ม หมอเขาจะมีเข็มที่เจาะไว้สำหรับฉีดยา แต่มันก็เจาะไว้ได้ไม่นานต้องเจาะใหม่ทุกวัน หรือ 2 วัน เพราะมันปวดฉีดไม่เข้า แต่กว่าจะเจาะได้แต่ละเข็มน้องหาญต้องโดนแทงไปหลายเข็ม พอครบ 7 วันที่อยู่ ร.พ. ผลเพาะเลือดลูกไม่ได้ติดเชื้อ วันที่ 11 ม.ค. ฉันก็ได้ออกจาก ร.พ. ฉันดีใจมากที่ลูกหายสักที ออกจากโรงบาลมาก็ดูลูกปกติดีทุกอย่าง
วันที่ 12 ม.ค. 53
7.00 น. ฉันอุ้มเขาลงไปข้างล่างเพื่อส่งน้องมุกพี่สาวขึ้นรถโรงเรียน ฉันสังเกตว่าตามตัวเขามีผื่นขึ่นเต็มไปหมด
ฉันก็นึกว่าเป็นผื่นส่าไข้ ก็ไม่ตกใจอะไร
8.00-16.00 ดูเหมือนเขาก็ปกติทุกอย่างทั้งวัน
17.00 น. สังเกตุว่าเขาตัวร้อนวัดไข้ได้ 37.8 ฉันรีบโทรให้พี่แดงรีบกลับบ้าน
01.00 น. วัดไข้เขาดู ได้ 38.00 องศา เราก็ช่วยกันเช็ดตัวกับพี่แดง และก็ให้ยาลดไข้ด้วย
04.00 น. ก็ดูเหมือนเขาจะมีไข้อีก เราก็ช่วยกันเช็ดตัวอีกและให้ยาลดไข
วันที่ 13 ม.ค.53
08.00 น. ฉันให้พี่แดงลาเพื่อจะพาลูกไปหาหมออีก พอไปถึงก็บอกหมอว่าเขามีไข้วัดเอง ผื่น และก็ถ่ายเป็นมูก
หมอให้เอาอึไปตรวจ แล้วมาฟังผลตอนบ่าย
11.00-13.00 น. ฉันกับพี่แดงพากันออกไปซื้อปรอทวัดไข้อันใหม่ ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่เพราะโทรศัพท์พี่แดงหายก็ดู

เหมือนว่าน้องหาญจะมีไข้อีกวัดได้ 38 องศา พอไปถึงหมอก็วัดอีกแต่กลับไม่มีไข้ ผลอึก็ปกติแล้วหมอก็นัดมาดูอาการอีกในวันพรุ่งนี้
14 ม.ค. 53
8.00 น. หลังจากที่ส่งน้องมุกขึ้นรถโรงเรียน ฉันพาน้องหาญขี่มอไซร์รับจ้างมาหาหมอคนเดียว ดูๆ ไป ก็ น่าสมเพชมากทำอะไรก็ลำบากไปหมด กับการพาเด็กทารกมาหาหมอคนเดียว ฉันบอกหมอว่าเขามีไขหมอเจาะเลือดไปตรวจอีก ปรากฏว่าผลเลือดน้องหาญเขาก็ยังมีปัญหาอีก หมอให้นอน ร.พ. อีกแล้ว ฉันทำไร ไม่ถูกเลยไม่คิดว่าต้องนอนอีก รีบโทรไปหาพี่แดง ให้รีบกลับ พี่แดงกับบอกว่ายังกลับไม่ได้จะกลับตอน 4 โมงเย็นฉันโมโหมาก ตอนนั้นฉันไม่มีอะไรเลย และที่สำคัญที่อยากได้มาก ๆ คือเพื่อนและกำลังใจ ด้วยความน้อยใจ เสียใจ และสงสารลูก ฉันร้องไห้ออกมาแบบไม่อายใคร หมอและพยาบาลต่างเข้ามาปลอบ แล้วก็ส่งตัวเข้าหอผู้ป่วย 9/3 ฉันขออยู่ห้องพิเศษ เพื่อจะได้ดูแลลูกได้สะดวก
15-20 ม.ค. 53 น้องหาญเขาไม่มีอาการไข้อีก อาการเขาปกติทุกอย่างจะมีก็แต่ผลเลือดเท่านั้นที่ไม่ปกติ หมอก็ให้ยาฆ่าเชื่อเหมือนเคย วันละ 3 เข็มให้ครบ 7 วัน และ เข็มที่เจาะไว้ฉีดยาก็มีปัญหาเหมือนเคยคือมันตันและบวมต้องเจาะใหม่ทุกวันหรือ 2 วัน วันที่ 18 ม.ค. พยาบาลก็พาไปเจาะอย่างเคย แต่การเจาะก็มีปัญหาเหมือนทุกครั้งคือหาเส้นไม่เจอต้องเจาะแขนขาอยู่หลายเข็ม ก็ไม่ได้ผล หมอบอกว่าจะโกนผมนิดนึงเพื่อหาเส้นที่หัว แล้วเวลาก็ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงน้องหาญร้องไม่หยุด พอหมอบอกว่ารับลูกได้แล้วฉันถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่พยาบาลโกนหัวเขาหมดเลย และก็มีเข็มติดอยู่ที่หลังใบหู ฉันรีบเก็บเศษผมของลูกที่ติดตามผ้าและหล่นอยู่ที่พื้นเท่าที่จะเก็บได้ เพราะมันคือผมไฟของลูกฉัน แล้วฉันก็อุ้มลูกออกไปทั้งน้ำตา ถ้าจะพูดถึงการเจาะของพยาบาล น้องหาญเขาต้องเจ็บทรมาร มากเพราะการเจาะแต่ละครั้งไม่น้องกว่า 3 เข็ม บางครั้ง เจาะแล้วไม่ได้ต้องฉีดยาใส่เลย แล้วก็ให้ไปพักสักครึ่งชั่วโมงก็เรียกไปเจาะใหม่ หรือบางครั้งลูกฉันหลับ ๆ อยู่ก็ต้องโดนปลุกไปเจาะเลือด สรุปก็คือเขาแทบไม่ได้นอนเลยเขากลายเป็นเด็กผวา นอนผวา เลี้ยงยากขึ้นมา และก็เริ่มร้องตอนเย็น เหมือนโคลิค
21 ม.ค. 53 ครบเจ็ดวันที่อยู่ ร.พ. ฉันดีใจจะได้ออกจากโรงบาล 7.00 น. ฉันสังเกตว่ามีผื่นขึ้นที่ตัวน้องหาญอีกแล้วมันขึ้นเฉพาะตัวเท่านั้น หมอก็มาดูหลายคนบางคนว่าภูมิแพ้ บางคนว่าแพ้นมวัว ให้ลูกเลิกกินนมวัวและแม่ก็ต้องไม่กินอาหารที่มีนมเหมือนกัน ปรากฏว่าฉันไม่ได้ออกจากโรงบาลต้องอยู่รักษาอาการของผื่นต่อไป หมอก็ต้องมาเจาะเลือดไปตรวจอีกว่าแพ้นมหรือไม่ และก็ตรวจอีกหลายอย่าง เอกซเรย์ด้วย
ก็ไม่พบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จนให้หมอใหญ่ดูแล้วว่าไม่อันตราย วันที่ 25 ม.ค. 53 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม จึงได้ออกจากโรงพยาบาล ตอนนั้น ย่ากับยายของฉันก็มาเยี่ยมเหลนด้วย แล้วก็มาอยู่ด้วยประมาณ 1 อาทิตย์ จึงค่อยกลับ หลังจากออกโรงบาลคราวนี้ฉันสังเกตเห็นว่าน้องหาญเขามีผื่นขึ้นบ้างบางจุดไม่มาก พอวันที่ 4 ก.พ. หมอนัดฟังผลเลือดเขาไม่ได้แพ้อาหารหรือนมวัว แต่วันนั้นเขากลับมีผื่นขึ้นตามตัวอีก เจาะเลือดตรวจผลเลือดยังมีปัญหาอยู่ ให้มาพบหมอเด็กวันที่ 10 ก.พ. ถึงวันนั้นก็พอลูกมาหาหมอแต่เช้าปรากฏว่าฉันดูเวลาผิด ที่จริงต้องเป็นเวลา 13.00 น. ฉันกับลูกไม่รู้จะไปไหน อยู่ในโรงบาลก็กลัวลูกจะติดเชื้อโรค จึงพาลูกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ข้างถนน ดู ๆ ก็เหมือนคนเร่ร่อนที่อุ้มลูกขอทานข้างถนนนะ แต่ก็คงไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกเพราะเราก็ไม่ได้ทำตัวแบบนั้น เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ฉันก็อุ้มเขาไว้ ให้กินนมบ้างให้นอนบ้าง พอแดดไล่ก็ขยับย้ายที่บ้าง พอถึงเวลาพบหมอ ก็ให้เจาะเลือดดูอีกครั้งปรากฏว่าผลเลือดของเขาดีขึ้น มีค่าอักเสบน้อยลง จนเกือบเป็นปกติ
วันนี้วันที่ 22 มีนาคม 2553 น้องหาญอายุ 3 เดือน 22 วัน เขาไม่มีผื่นอีก เขาชอบอาบน้ำอุ่น แต่เขาก็ยังนอนผวา ทำให้นอนน้อย จึงทำให้เขาไม่อ้วน แต่ในทุกเย็นเขาจะร้องไห้ ร้องมากน้อยไม่เหมือนกัน ตา ยาย ยายทวด ย่าทวด พยายามช่วยกันดูแลเขา ซึ่งฉันไม่สามารถเลี้ยงเองได้จึงนำไปฝากแม่เลี้ยง ฉันสวดมนต์ไหว้พระทุกวันขอให้เขาหายจากร้องตอนเย็น ขอให้เขาหลับเต็มอิ่ม และสำคัญอื่นใดให้เขาแข็งแรงไม่มีโรคภัยใด ๆ เหตุการณ์ป่วยของเขาทั้งหมดหมอไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าผื่นเกิดจากอะไร ฉันพยายามหาสาเหตุว่ามาจากอะไรก็หาไม่เจอแต่ก่อนเขาจะเป็นไข้ ฉันจุดยากันยุงให้เขา เขาอาจจะแพ้ก็ได้ แม่ขอโทษนะ อยากบอกว่าแม่ก็เจ็บที่เห็นลูกเจ็บ

โพสในหมวด คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง  |  4 ความคิดเห็น

คุณลูกไม่สบายค่ะ

วันที่เขียน 07/09/2010 15:37:28

เมื่อวันที่30ที่ผ่านมา น้องลูกบอลมีไข้ค่ะ ร้องไห้งอแงมาก ทั้งคืนเลย
เราก็อดหลับอดนอน เพื่อดูลูก จนวันที่2 ที่ผ่านมา ไม่ไหวแล้ว
พ่อ...พาลูกไปหาหมอเถอะ วันนั้นเลยไปหาหมดค่ะ ไข้สูง 38-39 องศา
คุณพยาบาลรีบเอายาให้ทานกันชัก แล้วก็รอพบคุณหมอ

ถึงคิวแล้วค่ะ...สอบถามอาการ
น้องมีไข้รวม4วัน ซึม ทานน้อย ดูซูบผอมไปเยอะ งอแง ถ่ายเหลวเมื่อตี4ก่อนมา ร.พ. ไม่แพ้ยา........

รอรับยาค่ะ.......
ยาที่ได้มาก็มียาลดไข้ เกลือแร่ และก็ยาแก้เชื้อ
กลับมาที่บ้าน.......
น้องไม่มีไข้เลย เล่นได้ อาการดีขึ้นแบบตลกมาก
หลังจากนั้นเพียง1คืน..........
ตื่นเช้ามา ผื่นขึ้นมากนี่นาลูกแม่ คงไม่เป็นไรมั้ง
เที่ยง......
ขึ้นเยอะเรื่อยๆ แม่ใจไม่ดีแล้ว เลยเปิดอินเตอร์เน็ตดู สรุปเป็นส่าไข้นะที่แม่เข้าใจ
ตกเย็น.....
ผื่นขึ้นมากเรื่อยๆ ขึ้นน่าขึ้นตา แม้กระทั้งใต้ฝ่าเท้านู๋ ยังขึ้นเลย
พาพ่อกลับมา ก็บอกพ่อว่าน่าจะเป็นส่าไข้ พ่อก็ใจไม่ดี กลัวเป็นไข้เลือดออก เอาไปเล่าให้ป้าที่ บริษัท ฟัง ป้าเค้าก็บอกว่า น่าจะเป็นผื่นหลังไข้
เพราะน้องไม่มีไข้เลย ไม่คัน(ไม่เกา) เลยตกลงกันว่าจะดูอาการสักพัก ไม่ดีขึ้นยังไงก็ไป ร.พ.
วันอาทิตย์หลังจากนั้น.......
พาน้องมาหาหมอค่ะ น้องเป็นผื่นค่ะ เต็มตัวเลย แต่ไม่มีไข้
คุณหมอก็ฟังการเต้นของหัวใจนิดหน่อย แล้วก็สรุปว่าน่าจะเป็น ส่าไข้ นั้น แหละ ค่ะ ไม่มียา ค่ะ

จนถึงวันนี้ค่ะ 07/09/53
น้องลูกบอลสบายดีทุกอย่าง ไม่มีไข้ ไม่มีผื่น
กินได้ แต่ไม่ค่อยจะกิน เหมือนเบื่ออาหาร(หรือมันไม่อร่อยนะ)
ซนมากเลยหลังจากที่ซึมมากนาน

ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าน้องไปติดเชื่อที่ไหนมา เพราะที่บ้านไม่มีใครเป็นไข้หวัดเลย
แต่ลูกน้อยหายแล้วแข็งแรงคุณแม่ก็สบายใจแล้วค่ะ

โพสในหมวด คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง  |  2 ความคิดเห็น

หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 6

ไปยังหน้า