วันที่เขียน 22/03/2010 16:24:11
วันที่ลูกป่วย
วัน3 มกราคม 53 คืนนั้นพาลูก ๆ ไปกินหมูกระทะรวมทั้ง เจ้าตัวเล็กที่เพิ่งอายุครบ 1 เดือนพอดี เราก็ให้น้องหาญเขานอนในรถเข็นแล้วเราก็กินหมูกระทะกัน แต่รู้สึกว่ายุ่งค่อนข้างเยอะเราจึงขอให้เด็กเสริฟช่วยหายาจุดกันยุงมาให้เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง เราก็กลับบ้านฉันอุ้มน้องหาญก็รู้สึกว่าตัวเขาอุ่น ๆ ฉันก็พูดกับพี่แดงว่า เด็กแรกเกิดนี่ตัวอุ่นจังเลยเนอะ พี่แดงยังได้พูดเล่น ๆ ว่าเด็กแรกเกิดเป็นสัตว์เลือดอุ่น เราก็หัวเราะกัน พอถึงบ้าน 4 ทุ่ม ฉันก็พาลูกเข้านอนปกติ แล้วฉันก็หลับไป ประมาณตี 2 รู้สึกว่าลูกขยับตัว จึงลูกขึ้นอุ้มน้องหาญกินนม แต่เอ๊...ทำไมลูกตัวร้อน ๆ ฉันพยายามจับตัวลูกดูเขาตัวร้อนหรือเปล่าน๊า หลังจากลูกกินนมเสร็จ ฉันไปหาปรอทวัดไข้ที่เคยมีมาเพื่อวัดดูว่าน้องหาญไข้หรือเปล่า แต่แล้วปรอทนั่นมันแตกไปแล้ว ฉันจึงตัดสินใจไปหาผ้าผืน เล็ก ๆ มาเพื่อจะเช็ดตัวให้ลูก ฉันเอาผ้าไปจุ่มน้ำ แม่เช็ดตัวให้น้องหาญแล้วนะ แต่มันช้าไป ลูกของฉันตามองสูงขึ้นแล้วตาเขาก็ค้างตัวแข็งฉันตกใจมากรีบเรียกลูกอุ้มเขย่าเดินไปเดินมารอบหนึ่งแล้วมองดูเขาอีกครั้งเขายังเกร็งอยู่ ตอนนั้นฉันทำอะไรลูกก็ไม่ดีขึ้นฉันจึงเรียกพี่แดงที่กำลังหลับอยู่ว่า “พี่แดงลูกเป็นอะไรไม่รู่” พี่แดงรีบตื่นแล้วฉันก็ถอดเสื้อผ้าน้องหาญออกจนหมดแล้วเอาผ้าเช็ดตัวเขาไปเรื่อย ๆ แล้วน้องหาญเขาก็เริ่มตัวอ่อนลงจากนั้นฉันกับพี่แดงก็จ้องมองลูกว่าเขาเป็นอย่างไร เขาก็ขยับตัวเบา ๆ เหมือนจะปกติแต่ฉันก็ยังไม่นิ่งนอนใจโทรสอบถามโรงพยาบาล ดูอาการลูก เราปรึกษากันหลายอย่าง และแล้วเราก็ตกลงพาลูกไปหาหมอ พอถึงโรงพยาบาล ตี 3 วัดไข้ได้ 38.2 องศาเซลเซียส หมอก็สอบถามอาการไปจนถึงตี 4 แล้วหมอก็ส่งตัวไปที่หอผู้ป่วย 9/3 เพื่อจะต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุการชักหลายอย่าง หมอมาบอกว่าต้องเจาะเลือดไปตรวจและเจาะน้ำกระดูกสันหลังไปตรวจด้วย เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง เสียงน้องหาญร้องอย่างเจ็บปวดออกมาจากห้องเจาะเลือด ฉันก็บ่นด้วยใจที่เศร้าว่าเมื่อไรจะเจาะเสร็จสักที ทั้งบ่นทั้งต่อว่าหมอ และแล้วประมาณ 6 โมงเช้า หมอก็นำน้องหาญออกมา แล้วพาไปที่เตียง ฉันสังเกตที่แขนขาของลูกช้ำไปหมดไม่ใช่แค่ช้ำธรรมดา มันช้ำเขียวจนฉันอดร้องไห้สงสารลูกไม่ได้ พยาบาลก็มาวัดไข้ทุกชั่วโมง ไข้ก็ยังมีอยู่เรื่อย ๆ ฉันกลัวลูกจะชักอีก จึงเช็ดตัวเขาไม่หยุด น้องหาญเขาทั้งหนาว ทั้งง่วง ทั้งเจ็บ เขาคงทรมาร เขาร้องไห้ วันทั้งวันผ่านไปฉันก็เช็ดตัวลูกทั้งวัน เพราะไข้ยังไม่ลดเลย หมอไม่ให้กินยาลดไข้ เขายังเด็กมาก หมอบอกว่าผลเลือดเขามีปัญหาหมอเกรงว่าเขาจะติดเชื้อหมอต้องเจาะเลือดไปเพาะเชื้อและต้องฉีดยาฆ่าเชื้อ 7 วัน วันนั้นในห้องผู้ป่วยไม่มีผู้ป่วยเลย มีฉันกับน้องหาญเพียง 2 คน ฉันอยู่ด้วยความกลัวและก็เสียใจที่สุดที่ปล่อยให้ลูกเป็นไข้โดยที่ไม่รู้เลยจนลูกต้องชัก ฉันร้องไห้ตลอดเวลา ทั้งฉันและน้องหาญไม่ได้หลับกันเลยฉันเช็ดตัวให้เขาทั้งคืนเขาก็ร้องทั้งคืน เป็นอย่างนี้ไปประมาณ 3 วัน วันที่ 6 ม.ค. อาการน้องหาญดีขึ้น ไข้ค่อย ๆ ลดลง แต่รู้สึกว่ามีผื่นขึ้นที่คิ้วของเขา ถามหมอก็บอกว่าเป็นผื่นผ้าอ้อม ไม่นานผื่นก็หายไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีไข้แล้วแต่หมอก็ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อจนกว่าจะครบ 7 วัน วันละ 3 เข็ม หมอเขาจะมีเข็มที่เจาะไว้สำหรับฉีดยา แต่มันก็เจาะไว้ได้ไม่นานต้องเจาะใหม่ทุกวัน หรือ 2 วัน เพราะมันปวดฉีดไม่เข้า แต่กว่าจะเจาะได้แต่ละเข็มน้องหาญต้องโดนแทงไปหลายเข็ม พอครบ 7 วันที่อยู่ ร.พ. ผลเพาะเลือดลูกไม่ได้ติดเชื้อ วันที่ 11 ม.ค. ฉันก็ได้ออกจาก ร.พ. ฉันดีใจมากที่ลูกหายสักที ออกจากโรงบาลมาก็ดูลูกปกติดีทุกอย่าง
วันที่ 12 ม.ค. 53
7.00 น. ฉันอุ้มเขาลงไปข้างล่างเพื่อส่งน้องมุกพี่สาวขึ้นรถโรงเรียน ฉันสังเกตว่าตามตัวเขามีผื่นขึ่นเต็มไปหมด
ฉันก็นึกว่าเป็นผื่นส่าไข้ ก็ไม่ตกใจอะไร
8.00-16.00 ดูเหมือนเขาก็ปกติทุกอย่างทั้งวัน
17.00 น. สังเกตุว่าเขาตัวร้อนวัดไข้ได้ 37.8 ฉันรีบโทรให้พี่แดงรีบกลับบ้าน
01.00 น. วัดไข้เขาดู ได้ 38.00 องศา เราก็ช่วยกันเช็ดตัวกับพี่แดง และก็ให้ยาลดไข้ด้วย
04.00 น. ก็ดูเหมือนเขาจะมีไข้อีก เราก็ช่วยกันเช็ดตัวอีกและให้ยาลดไข
วันที่ 13 ม.ค.53
08.00 น. ฉันให้พี่แดงลาเพื่อจะพาลูกไปหาหมออีก พอไปถึงก็บอกหมอว่าเขามีไข้วัดเอง ผื่น และก็ถ่ายเป็นมูก
หมอให้เอาอึไปตรวจ แล้วมาฟังผลตอนบ่าย
11.00-13.00 น. ฉันกับพี่แดงพากันออกไปซื้อปรอทวัดไข้อันใหม่ ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่เพราะโทรศัพท์พี่แดงหายก็ดู
เหมือนว่าน้องหาญจะมีไข้อีกวัดได้ 38 องศา พอไปถึงหมอก็วัดอีกแต่กลับไม่มีไข้ ผลอึก็ปกติแล้วหมอก็นัดมาดูอาการอีกในวันพรุ่งนี้
14 ม.ค. 53
8.00 น. หลังจากที่ส่งน้องมุกขึ้นรถโรงเรียน ฉันพาน้องหาญขี่มอไซร์รับจ้างมาหาหมอคนเดียว ดูๆ ไป ก็ น่าสมเพชมากทำอะไรก็ลำบากไปหมด กับการพาเด็กทารกมาหาหมอคนเดียว ฉันบอกหมอว่าเขามีไขหมอเจาะเลือดไปตรวจอีก ปรากฏว่าผลเลือดน้องหาญเขาก็ยังมีปัญหาอีก หมอให้นอน ร.พ. อีกแล้ว ฉันทำไร ไม่ถูกเลยไม่คิดว่าต้องนอนอีก รีบโทรไปหาพี่แดง ให้รีบกลับ พี่แดงกับบอกว่ายังกลับไม่ได้จะกลับตอน 4 โมงเย็นฉันโมโหมาก ตอนนั้นฉันไม่มีอะไรเลย และที่สำคัญที่อยากได้มาก ๆ คือเพื่อนและกำลังใจ ด้วยความน้อยใจ เสียใจ และสงสารลูก ฉันร้องไห้ออกมาแบบไม่อายใคร หมอและพยาบาลต่างเข้ามาปลอบ แล้วก็ส่งตัวเข้าหอผู้ป่วย 9/3 ฉันขออยู่ห้องพิเศษ เพื่อจะได้ดูแลลูกได้สะดวก
15-20 ม.ค. 53 น้องหาญเขาไม่มีอาการไข้อีก อาการเขาปกติทุกอย่างจะมีก็แต่ผลเลือดเท่านั้นที่ไม่ปกติ หมอก็ให้ยาฆ่าเชื่อเหมือนเคย วันละ 3 เข็มให้ครบ 7 วัน และ เข็มที่เจาะไว้ฉีดยาก็มีปัญหาเหมือนเคยคือมันตันและบวมต้องเจาะใหม่ทุกวันหรือ 2 วัน วันที่ 18 ม.ค. พยาบาลก็พาไปเจาะอย่างเคย แต่การเจาะก็มีปัญหาเหมือนทุกครั้งคือหาเส้นไม่เจอต้องเจาะแขนขาอยู่หลายเข็ม ก็ไม่ได้ผล หมอบอกว่าจะโกนผมนิดนึงเพื่อหาเส้นที่หัว แล้วเวลาก็ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงน้องหาญร้องไม่หยุด พอหมอบอกว่ารับลูกได้แล้วฉันถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่พยาบาลโกนหัวเขาหมดเลย และก็มีเข็มติดอยู่ที่หลังใบหู ฉันรีบเก็บเศษผมของลูกที่ติดตามผ้าและหล่นอยู่ที่พื้นเท่าที่จะเก็บได้ เพราะมันคือผมไฟของลูกฉัน แล้วฉันก็อุ้มลูกออกไปทั้งน้ำตา ถ้าจะพูดถึงการเจาะของพยาบาล น้องหาญเขาต้องเจ็บทรมาร มากเพราะการเจาะแต่ละครั้งไม่น้องกว่า 3 เข็ม บางครั้ง เจาะแล้วไม่ได้ต้องฉีดยาใส่เลย แล้วก็ให้ไปพักสักครึ่งชั่วโมงก็เรียกไปเจาะใหม่ หรือบางครั้งลูกฉันหลับ ๆ อยู่ก็ต้องโดนปลุกไปเจาะเลือด สรุปก็คือเขาแทบไม่ได้นอนเลยเขากลายเป็นเด็กผวา นอนผวา เลี้ยงยากขึ้นมา และก็เริ่มร้องตอนเย็น เหมือนโคลิค
21 ม.ค. 53 ครบเจ็ดวันที่อยู่ ร.พ. ฉันดีใจจะได้ออกจากโรงบาล 7.00 น. ฉันสังเกตว่ามีผื่นขึ้นที่ตัวน้องหาญอีกแล้วมันขึ้นเฉพาะตัวเท่านั้น หมอก็มาดูหลายคนบางคนว่าภูมิแพ้ บางคนว่าแพ้นมวัว ให้ลูกเลิกกินนมวัวและแม่ก็ต้องไม่กินอาหารที่มีนมเหมือนกัน ปรากฏว่าฉันไม่ได้ออกจากโรงบาลต้องอยู่รักษาอาการของผื่นต่อไป หมอก็ต้องมาเจาะเลือดไปตรวจอีกว่าแพ้นมหรือไม่ และก็ตรวจอีกหลายอย่าง เอกซเรย์ด้วย
ก็ไม่พบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จนให้หมอใหญ่ดูแล้วว่าไม่อันตราย วันที่ 25 ม.ค. 53 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม จึงได้ออกจากโรงพยาบาล ตอนนั้น ย่ากับยายของฉันก็มาเยี่ยมเหลนด้วย แล้วก็มาอยู่ด้วยประมาณ 1 อาทิตย์ จึงค่อยกลับ หลังจากออกโรงบาลคราวนี้ฉันสังเกตเห็นว่าน้องหาญเขามีผื่นขึ้นบ้างบางจุดไม่มาก พอวันที่ 4 ก.พ. หมอนัดฟังผลเลือดเขาไม่ได้แพ้อาหารหรือนมวัว แต่วันนั้นเขากลับมีผื่นขึ้นตามตัวอีก เจาะเลือดตรวจผลเลือดยังมีปัญหาอยู่ ให้มาพบหมอเด็กวันที่ 10 ก.พ. ถึงวันนั้นก็พอลูกมาหาหมอแต่เช้าปรากฏว่าฉันดูเวลาผิด ที่จริงต้องเป็นเวลา 13.00 น. ฉันกับลูกไม่รู้จะไปไหน อยู่ในโรงบาลก็กลัวลูกจะติดเชื้อโรค จึงพาลูกไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ข้างถนน ดู ๆ ก็เหมือนคนเร่ร่อนที่อุ้มลูกขอทานข้างถนนนะ แต่ก็คงไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกเพราะเราก็ไม่ได้ทำตัวแบบนั้น เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ฉันก็อุ้มเขาไว้ ให้กินนมบ้างให้นอนบ้าง พอแดดไล่ก็ขยับย้ายที่บ้าง พอถึงเวลาพบหมอ ก็ให้เจาะเลือดดูอีกครั้งปรากฏว่าผลเลือดของเขาดีขึ้น มีค่าอักเสบน้อยลง จนเกือบเป็นปกติ
วันนี้วันที่ 22 มีนาคม 2553 น้องหาญอายุ 3 เดือน 22 วัน เขาไม่มีผื่นอีก เขาชอบอาบน้ำอุ่น แต่เขาก็ยังนอนผวา ทำให้นอนน้อย จึงทำให้เขาไม่อ้วน แต่ในทุกเย็นเขาจะร้องไห้ ร้องมากน้อยไม่เหมือนกัน ตา ยาย ยายทวด ย่าทวด พยายามช่วยกันดูแลเขา ซึ่งฉันไม่สามารถเลี้ยงเองได้จึงนำไปฝากแม่เลี้ยง ฉันสวดมนต์ไหว้พระทุกวันขอให้เขาหายจากร้องตอนเย็น ขอให้เขาหลับเต็มอิ่ม และสำคัญอื่นใดให้เขาแข็งแรงไม่มีโรคภัยใด ๆ เหตุการณ์ป่วยของเขาทั้งหมดหมอไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าผื่นเกิดจากอะไร ฉันพยายามหาสาเหตุว่ามาจากอะไรก็หาไม่เจอแต่ก่อนเขาจะเป็นไข้ ฉันจุดยากันยุงให้เขา เขาอาจจะแพ้ก็ได้ แม่ขอโทษนะ อยากบอกว่าแม่ก็เจ็บที่เห็นลูกเจ็บ
อ่านเรื่องราว
โพสในหมวด
คุณแม่แข็งแรง ลูกน้อยแข็งแรง
|
4 ความคิดเห็น