Dumex Thailand > Feeding and Nutrition > Pages > the_importance_of_a_balanced_diet.aspx  
Webboard
Mums'stories
Friend Finder




จดจำฉัน

ความสำคัญของอาหารหลักครบห้าหมู่

จรรยาภรณ์ , นักโภชนาการ

ไม่มีอาหารชนิดไหนที่ให้สารอาหารครบทุกอย่างที่จำเป็นแก่ลูก ดังนั้นการพัฒนานิสัยการกินอาหารหลากหลายชนิด จึงเป็นสิ่งสำคัญ ความหลากหลายของอาหารดังกล่าวควรมีสัดส่วนของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูก นอกจากนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน ทั้งต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในปัจจุบันและเพื่อพัฒนาสุขนิสัยในการกินในอนาคตของเขา หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหารของลูก ปรึกษาเราได้เสมอค่ะ

จรรยาภรณ์ , นักโภชนาการ

 

เด็กต้องการอาหารที่หลากหลาย


เมื่อลูกโตขึ้น ความต้องการสารอาหารจะเริ่มเปลี่ยนไป คุณแม่จึงต้องเปลี่ยนชนิดอาหารให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงนั้นเพื่อรองรับการเติบโตของลูกน้อยอย่างมีสุขภาพดี และเนื่องจากกระเพาะของเด็กนั้นเล็กมาก เพราะฉะนั้น อาหารคำเล็กๆ ทุกคำที่ลูกกินควรจะเต็มไปด้วยพลังงานและคุณค่าทางโภชนาการ  อาหารห้าหมู่สำหรับเด็กจะแตกต่างจากของผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก โดยอาหารสำหรับผู้ใหญ่ควรจะมีไขมันต่ำและใยอาหารสูง แต่สำหรับเด็ก อาหารที่เหมาะสมคือ อาหารที่มีไขมันสูงโดยเป็นไขมันที่มีประโยชน์ชนิดไม่อิ่มตัว และมีใยอาหารต่ำ แม้ว่าใยอาหารจะเป็นสิ่งที่ดี แต่จะทำให้อิ่มท้องก่อนที่จะได้สารอาหารครบถ้วน และการกินมากเกินไปอาจทำให้ลูกไม่ยอมกินอาหารชนิดอื่นซึ่งให้พลังงานและสารอาหารซึ่งจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ 
 

อาหารที่หลากหลายคือหัวใจสำคัญ



เช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่ การได้ทานอาหารที่หลากหลายสำหรับเด็กถือเป็นรสชาติของชีวิต ดังนั้น อาหารมื้อหลักของลูกควรจะมีทั้งอาหารชนิดคาวและหวาน ที่สำคัญคือลูกควรได้กินอาหารหลายชนิด เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อเป็ด ไก่ ปลา ผักและผลไม้ต่างๆ ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช ข้าว พาสต้า และมันฝรั่ง  อาหารแต่ละชนิด แม้ว่าจะอยู่ในหมู่เดียวกัน แต่ก็จะมีสารอาหารที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การให้ลูกกินอาหารที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนทั้งห้าหมู่ เติบโตอย่างมีสุขภาพดีและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง  ช่ วงเวลาที่สำคัญเป็นพิเศษคือช่วงขวบปีแรก เพราะเป็นช่วงที่ลูกเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอาหารประเภทไหนซึ่งความชอบนี้จะติดตัวไปตั้งแต่ลูกอายุ 2 ขวบจนถึงประมาณ 8 ขวบ 
 

กลุ่มอาหารชนิดต่างๆ และคุณค่าทางโภชนาการ



อาหารชนิดใดจัดอยู่ในกลุ่มอาหารใดบ้าง และคุณแม่ควรให้ลูกกินบ่อยเพียงใด คำแนะนำด้านล่างนี้จะช่วยตอบคำถามของคุณได้


คาร์โบไฮเดรตประเภทแป้ง

 

–ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว ขนมปัง ธัญพืช รวมถึงพาสต้า และมันฝรั่ง ช่วยเพิ่มให้ลูกมีพลังงานที่จำเป็นต่อการเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการ คุณแม่ควรให้ลูกได้กินอาหารในกลุ่มนี้อย่างน้อยหนึ่งส่วนในแต่ละมื้อและบางครั้งอาจให้กินเป็นอาหารว่าง


ผักและผลไม้

 

–ประกอบด้วยผักและผลไม้สด แบบแช่แข็ง แบบบรรจุกระป๋อง และแบบแห้ง คุณแม่ควรให้ลูกกินผักและผลไม้หลากสีอย่างน้อย 5 ส่วนทุกวัน เพราะผักและผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญครบทั้งหมด


ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม

 

– ประกอบด้วยนม ชีส และโยเกิร์ต ที่เต็มไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามินตลอดจนแร่ธาตุบางชนิด ลูกต้องได้รับอาหารกลุ่มนี้อย่างน้อย 3 ส่วนต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเครื่องดื่มหรืออาหาร


โปรตีน

 

–ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ผลไม้เปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดงหลวง ควรให้อาหารเหล่านี้วันละ 1-2 ครั้งสำหรับคนที่กินเนื้อสัตว์ หรือ  2-3 ครั้งสำหรับคนที่กินมังสวิรัติ อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งโปรตีน เหล็ก และไขมันโอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์


ไขมันและน้ำมัน

 

–ควรให้เป็นอาหารเสริม ไม่ควรให้กินแทนอาหารในกลุ่มอื่นๆ ประกอบด้วยน้ำมัน เช่น มะกอก วอลนัท และถั่วเหลือง รวมทั้งเนยและมาการีน มีพลังงาน ไขมันโอเมก้า 3 และ 6 รวมทั้งวิตามินเอ อี และดี แต่หากกินมากเกินไปจะทำให้อ้วน จึงควรให้ลูกกินอย่างเหมาะสม 
 

ระวังอาหารรสเค็ม

 

คุณแม่ควรระวังปริมาณเกลือในอาหารของลูก ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการใส่เกลือ เพื่อไม่ให้ไตของลูกที่ยังทำงานไม่เต็มที่ ต้องทำงานหนักเกินไป โดยในแต่ละวันลูกควรได้รับเกลือไม่เกิน 1/6 ของปริมาณสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่หรือน้อยกว่า 1 กรัมต่อวัน 
 

นมยังคงสำคัญสำหรับลูก



แม้ว่าเราจะให้อาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็กแล้ว แต่นมยังคงเป็นอาหารที่สำคัญสำหรับเด็ก เพราะนอกจากจะสะดวกสำหรับคุณแม่ ลูกยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วงแรกของการให้อาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก จึงควรให้ลูกกินนมควบคู่ไปก่อน เพราะจริงๆ แล้วอาหารแข็งจำนวนเล็กน้อยที่ลูกกิน อาจไม่ได้มีสารอาหารทุกอย่างที่จำเป็น แต่นมเป็นแหล่งรวมของวิตามิน แร่ธาตุ ไขมัน และสารอาหาร การได้กินทั้งนมและอาหารอย่างละครึ่งจะทำให้ลูกพอใจและมีความสุขมากขึ้น