พัฒนาการเด็ก - วัย 7-9 เดือน

  • 10 คนถูกใจ
  • 23 คนอ่าน
พัฒนาการเด็ก - วัย 7-9 เดือน

การให้นมทารก
ถึงเวลาที่ลูกจะได้ลองอาหารใหม่ๆ ที่มีรสชาติเข้มข้นขึ้นหลังจากกินอาหารอ่อนๆรสจืดมาก่อนหน้าแล้ว ลูกอาจชอบอาหารบางอย่างและอยากทานมากขึ้น ลูกยังพร้อมที่จะกินอาหารกึ่งเหลวที่จะช่วยพัฒนาทักษะการบดเคี้ยว และคุณแม่อาจเสริมมื้อนมด้วยอาหารเสริมสำหรับทารก คุณแม่ควรจัดให้ลูกได้กินอาหารเป็นเวลาโดยนั่งกินบนเก้าอี้สูงสำหรับเด็กแบบมีที่รัดลำตัวเพื่อสร้างอุปนิสัยการกินที่ดีแก่ลูก คุณแม่สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารเสริมตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็กที่นี่ 

ช่วงนี้ยังเหมาะกับการให้ผักหรือผลไม้ชิ้นพอเหมาะแก่เด็กสำหรับถือกินเล่น เพื่อเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูดของลูกด้วย เด็กอาจทำเลอะเทอะบ้างแต่ประโยชน์ที่ได้ก็คือ ลูกจะสนุกกับการรับประทานอาหารและรับประทานได้มากขึ้น 

ถึงเวลาเริ่มจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก
ลูกวัย 7 เดือนมักค้นพบสิ่งแปลกใหม่มากมาย ลูกจะยิ่งซุกซนมากขึ้นและต้องการพื้นที่กว้างขึ้นเพื่อออกสำรวจและคลานเล่นไปรอบๆ คุณแม่จึงควรจัดบ้านให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ในเวลานี้ ลูกกำลังเรียนรู้เรื่องการคลานและความหมายของคำว่า “อย่า” หรือคำว่า “ไม่” 

เตรียมพร้อมสำหรับการเล่น
ลูกน้อยของคุณอาจจะพร้อมในหลายๆเรื่องแล้ว แต่เด็กบางคนอาจยังไม่สนใจจะคลาน ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะเขาอาจใช้วิธีคืบแทนคลาน หรือบางทีก็คลานถอยหลังด้วยซ้ำ คุณแม่ควรจัดบ้านให้เป็นสนามเด็กเล่นที่น่าสนใจ เช่น นำเบาะมากองซ้อนกันให้ลูกคลานข้ามไปมาเพื่อส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยการสำรวจและฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของลูกไปพร้อมกัน ถึงเวลานี้เท้าของลูกเริ่มรับน้ำหนักได้มากขึ้น และลูกอาจกระโดดขึ้นลงอย่างสนุกสนานบนตักของคุณ นั่นเพราะประสาทส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทำงานได้ดีขึ้น ในวัยนี้ ลูกควบคุมกล้ามเนื้อคอ ไหล่ หน้าอก และหลังส่วนล่างได้เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นจึงถึงเวลาพัฒนาร่างกายส่วนล่างรวมถึงมือและเท้าทั้ง 2 ของเขา เด็กในวัยนี้แข็งแรงพอที่จะนั่งได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีใครคอยพยุง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสเหมาะที่จะให้ลูกนั่งบนเก้าอี้สูงเพื่อทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนอื่นๆในครอบครัว 

การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและการรับรู้
ช่วงนี้ ลูกน้อยเริ่มโยนหรือขว้างสิ่งของ นั่นเป็นเพราะกำลังเรียนรู้วิธีปล่อยสิ่งของออกจากมือ ลูกจะสนุกกับการฝึกฝนทักษะที่ค้นพบใหม่นี้ วัยนี้ลูกอาจเริ่มกลัวการพรากจากแม่ จึงจะเกาะติดแม่แม้ว่าแม่จะจากเพียงครู่เดียวก็ตาม การให้ทำอะไรซ้ำๆอย่างสม่ำเสมอตามกิจวัตรประจำวันที่วางไว้จะช่วยลดความกลัวของลูกลงได้ เช่น ให้กินนมหลังตื่นนอน ให้อาหารว่างเป็นเวลา การทำเหมือนกันทุกๆวันจะช่วยให้ลูกสามารถคาดหมายสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นลำดับในแต่ละวัน และช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงปลอดภัยด้วย การเล่นซ่อนหาก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดความกลัวการพรากได้ เด็กเล็กๆมักไม่เบื่อหน่ายกับการเล่นเกมปิดตาจ๊ะเอ๋เลย คุณแม่อาจแกล้งนำตุ๊กตาตัวโปรดของลูกไปซ่อน และชวนลูกไปหาให้พบ

การเล่นเสียงและคำพูดที่มีความหมาย
ลูกเริ่มแสดงบุคลิกภาพเฉพาะตัวเล็กๆน้อยๆออกมาบ้างแล้ว เริ่มจากจำชื่อของตัวเองได้ เขาก็จะหันมาหาทันทีเมื่อเรียกชื่อเขา การออกเสียงของเขาเริ่มฟังดูคล้ายๆคำที่มีความหมายมากขึ้น และลูกมักจะชอบออกเสียงคำที่พูดได้ค่อนข้างชัด ในเวลานี้ลูกอาจเรียก “แม่” หรือ “ป้อ” ได้ แม้อาจสลับกันบ้าง เขาจะแสดงความเห็นของตัวเองเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะโดยการส่งเสียง การหัวเราะ ส่งเสียงคัดค้าน หรือกรีดร้องดังๆก็ตาม ตอนนี้ ลูกเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า “อย่า” แล้ว ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งก็ตาม

การเรียนรู้
ลูกจะเริ่มหันมาสนใจการอ่านหนังสือให้ฟังของคุณมากขึ้น โดยพยายามพลิกหน้าหนังสือหรือฟังคุณอ่านออกเสียงอย่างตั้งใจ จะชอบดูรูปภาพที่มีสีสันในหนังสือ แต่จะยังไม่สามารถเชื่อมโยงภาพที่เห็นกับคำอ่านของคุณได้ในเวลานี้ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง หนังสือภาพสัตว์นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะกระตุ้นความสนใจของลูกและทำให้ลูกได้เรียนรู้เสียงแปลกๆ ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ลูกจะตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติทั้งในและนอกบ้านในช่วงเวลานี้ การให้ลูกคลานเล่นที่พื้น หรือชี้ชวนให้ลูกดูสิ่งต่างๆพร้อมกับเรียกชื่อของสิ่งนั้นไปด้วย จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก 

คุณรู้หรือไม่?
ช่วงเวลาที่สำคัญเป็นพิเศษคือ ขวบปีแรก เพราะเป็นช่วงที่ลูกเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอาหารประเภทไหนซึ่งความชอบนี้จะติดตัวลูกไปจนลูกอายุ 2-8 ขวบ

​​​​​​​
phone chat email

เคล็ดลับน่ารู้สำหรับคุณ

เตรียมความพร้อมสู่ความเป็นแม่ ด้วยโปรแกรมต่างๆ ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา


ติดต่อเรา

ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์
โทรหาเรา> โทรหาเรา
สนทนาสด สนทนาสด

ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ